
'เพื่อน'หุ้นส่วนระยะยาว
การทำธุรกิจใดๆ ก็ตามต้องมีเพื่อนไว้จะทำให้ทุกอย่างสะดวกขึ้นมาก บางครั้งการคบเพื่อนอาจจะทำให้คุณเสียเวลา
โดย...กริช อึ๊งวิฑูรสถิตย์
การทำธุรกิจใดๆ ก็ตามต้องมีเพื่อนไว้จะทำให้ทุกอย่างสะดวกขึ้นมาก บางครั้งการคบเพื่อนอาจจะทำให้คุณเสียเวลา เสียทรัพย์ แต่สำหรับผมนั้นกลับไม่ได้คิดเช่นนั้นเลยครับ บางครั้งคนทางบ้านอาจจะไม่เข้าใจความคิดของผมว่าทำไมถึงไม่รู้จักคำปฏิเสธบ้าง เพราะเวลาเพื่อนชวนไปไหนผมมักจะไม่ปฏิเสธเลย แม้บางครั้งเราสามารถจะเลี่ยงได้ แต่สำหรับผมถ้าฟ้าไม่ถล่มดินไม่ทลาย ผมก็จะไปทำให้ครับ จนกระทั่งคนที่บ้านบอกว่าผมเป็นมนุษย์สายพันธุ์แปลก เรามีความสุข เราก็ทำไปครับ
ในกัมพูชาผมเข้ามาทำธุรกิจที่นี่ก็ได้เพื่อนเพิ่มจากเดิมอีกหลายคนครับ เรียกว่าถ้าไปกัมพูชาอีกครั้งถ้าไม่เกินอาทิตย์ จะไม่ได้ซื้ออาหารรับประทานเองแน่นอนครับ เพราะมีเพื่อนนัดรับประทานข้าวได้ทั้งอาทิตย์ครับ เพื่อนคนหนึ่งที่ผมต้องกล่าวถึง คือ เฮียพงษ์ เขาเป็นคนจีนไหหลำครับ เกิดที่กัมพูชา และช่วงสงครามเปลี่ยนแปลงการปกครอง เขาได้หนีสงครามนั่งเรือประมงเล็กๆ หนีตายไปลงทางใต้ของไทย แล้วขอเข้าไปอยู่ในศูนย์อพยพจากนั้นขอลี้ภัยไปอยู่สหรัฐ จากนั้นพอมีฐานะก็ขอกลับมาอยู่ที่กัมพูชา โดยมาอาศัยอยู่กับน้องชายที่ไม่ได้อพยพออกไปในช่วงสงคราม หลังจากนั้นเฮียพงษ์ก็มาหาผม เพื่อขอขายสินค้ากับผม ผมเห็นเป็นคนซื่อๆ ไม่พูดมาก จึงชักชวนให้ช่วยขายสินค้าให้ ต่อมาการค้าเติบโตมาก น้องชาย คือ เฮียชำแพนก็เข้ามาบริหารงานแทน ซึ่งก็ทำได้ดีมาก ปัจจุบันนี้ทั้งครอบครัวได้กลายมาเป็นเพื่อนมากกว่าคู่ค้าแล้วล่ะครับ เฮียพงษ์ก็กลายเป็นลุงของลูกชายผมทั้งสามคนโดยปริยายครับ
อีกคนที่อยากจะกล่าวถึง คือ หุ้นส่วนทางธุรกิจที่ยาวนานของผม คุณวรรณะ แรกเลยช่วงที่ผมเข้าไปทำธุรกิจในกัมพูชาใหม่ๆ ในยุคนั้นที่กัมพูชาเขามีนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงไม่กี่ท่าน เช่น เบอร์ต้นๆ ต้องท่านนี้โด่งดังมาก ถ้าคนอายุสักสี่ห้าสิบขึ้นไปต้องจำได้ ท่านนี้ดังมากๆ ครับ เคยสร้างวีรกรรมไว้เยอะ เช่น เคยลากเอาปืนเอ็ม 16 ออกมายิงล้อเครื่องบินการบินไทย จนได้ลงข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์หัวสีอยู่หลายวัน อีกท่านหนึ่ง คือ นาย คิม ฮับ ท่านเป็นตัวแทนจำหน่ายบุหรี่ที่กัมพูชา ขายจนกระทั่งโรงงานชวนเป็นหุ้นส่วนเปิดโรงงานในนครพนมเปญแหละครับ อีกท่าน คือ นายกอง ติ๋ว ท่านนี้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าหลายชนิด หลังจากนั้นก็ได้สร้างอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในนครพนมเปญครับ เป็นต้น ยังมีอีกหลายๆ ท่านนะครับ แต่ขอแค่นี้ก่อนนะครับ
ที่ผมจะกล่าวถึง คือ อาเจ็กคิม ฮับ นี่แหละครับ ท่านเป็นคุณพ่อของคุณวรรณะครับ ที่จริงท่านเป็นคนไทยเชื้อสายจีนร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ท่านเป็นคน จ.ตราด โดยกำเนิด และยังมีกิจการใน จ.ตราด อีกมากมาย เป็นคนใจกว้างมาก ใจดีเป็นที่หนึ่งเลยครับ ต่อมาหลังสงครามท่านได้เข้าไปทำธุรกิจในกัมพูชา เนื่องจากท่านเชื้อสายจีนไหหลำจึงใช้ชื่อจีนในการทำธุรกิจ มีอยู่วันหนึ่งท่านได้ชวนผมไปทานข้าวที่สวนอาหารนาทอง เมื่อก่อนตั้งอยู่ตรงข้ามศูนย์วัฒนธรรมกรุงเทพฯ วันนั้นท่านมากันเกือบทั้งบ้าน โดยท่านพาลูกชายคือคุณวรรณะ ซึ่งเพิ่งจะจบการศึกษาระดับปริญญาโทมาจากสหรัฐอเมริกาใหม่ๆ มาด้วย ระหว่างที่รับประทานอาหารกัน ท่านก็เอ่ยปากบอกว่าเฮียกริช ถ้าอยากจะทำอะไรที่กัมพูชาหรือเวียดนามช่วยชวนด้วยนะ ท่านจะให้ลูกชาย คือ คุณวรรณะร่วมทำด้วย และช่วยดูแลวรรณะด้วยนะ โอ้โห้....ผมหัวใจพองโตมากเลย ผู้ใหญ่ระดับนี้มาเอ่ยคำพูดอย่างนี้กับเด็กๆ อย่างผม มันช่างเป็นอะไรที่ให้เกียรติผมมากๆ มีหรือที่ผมจะไม่รักท่าน ผมรีบไหว้ขอบพระคุณท่านเลยครับ
หลังจากนั้นเป็นต้นมา คุณวรรณะเลยกลายเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับผมอย่างเหนียวแน่น เราร่วมกันสามคน (อีกคน คือ คุณมงคล บัณฑรรุ่งโรจน์ ครับ คนนี้เก็บไว้เล่าตอนต่อๆ ไปนะครับ ) ผมร่วมทำธุรกิจกันมาหลากหลายมาก มีทั้งรุ่งเรือง มีทั้งขาดทุน แต่เราไม่เคยมีความเห็นขัดแย้งกันเลยครับ ทำให้ทั้งสองครอบครัวเราต่างมีความสนิทสนมกันมากเลยครับ







