posttoday
อินเด็กซ์ฯปรับใหญ่ เพิ่มกลุ่มไอ-โปรเจกต์

อินเด็กซ์ฯปรับใหญ่ เพิ่มกลุ่มไอ-โปรเจกต์

06 พฤษภาคม 2560

หลังจากประเทศไทยต้องเผชิญกับปัจจัยเศรษฐกิจ การเมือง และความไม่แน่นอนต่างๆ ที่รุมเร้าธุรกิจอีเวนต์ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

โดย...จะเรียม สำรวจ

หลังจากประเทศไทยต้องเผชิญกับปัจจัยเศรษฐกิจ การเมือง และความไม่แน่นอนต่างๆ ที่รุมเร้าธุรกิจอีเวนต์ในช่วง 5  ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ประกอบการในธุรกิจอีเวนต์ต้องปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจกันขนาดใหญ่ เพื่อลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ เช่นเดียวกับบริษัท อินเด็กซ์  ครีเอทีฟ วิลเลจ ที่ได้มีการทยอยปรับโครงสร้างองค์กรมาอย่างต่อเนื่อง

เริ่มจากการเปลี่ยนชื่อบริษัทในปี 2552 จากบริษัท อินเด็กซ์ อีเวนต์เอเจนซี ผู้ให้บริการด้านงานสื่อสารการตลาดบีโลว์ เดอะ ไลน์ ที่ครบวงจรไม่ว่าจะเป็นงานอีเวนต์ งานประชาสัมพันธ์ การวางแผนงานด้านการตลาด สู่บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ เพื่อขยายธุรกิจใหม่ๆ ในอนาคตโดยเฉพาะงานด้านครีเอทีฟ

จากจุดเริ่มต้นดังกล่าว นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในวันนี้ เพราะหลังจากขยายธุรกิจไปยังแนวทางใหม่ๆ โดยเฉพาะในด้านของครีเอทีฟและครีเอติวิตี้ พบว่า ลูกค้าให้ผลการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ส่งผลให้ 2 ปีที่ผ่านมาบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ มีการซุ่มปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่อีกครั้ง เพื่อจัดระบบของธุรกิจให้เป็นหมวดหมู่จากเดิมมี 4 กลุ่ม คือ 1.อาเซียน 2.อีเวนต์ ครีเอทีฟ โซลูชั่น 3.มาร์เก็ตติ้ง เซอร์วิส และ 4.ไลฟ์สไตล์ เอ็กซ์พีเรียน ปรับให้เหลือเพียง 3 กลุ่มหลัก คือ 1.ครีเอทีฟ บิซิเนส ดีเวลลอปเมนต์ 2.มาร์เก็ตติ้ง เซอร์วิส และ 3.ไอ-โปรเจกต์

เกรียงไกร กาญจนะโภคินผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ กล่าวว่า จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทำให้ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ และนักการตลาด ต้องปรับตัวตามให้ทัน เพราะการทำการตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ต้องเพิ่มความคิดสร้างสรรค์เข้าไปด้วย จากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นดังกล่าวทำให้บริษัทเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจ ด้วยการปรับโครงสร้างธุรกิจออกมาเป็น 3 หลัก เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างตรงจุด

สำหรับกลุ่มธุรกิจแรก ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้หลักให้กับบริษัท คือ ครีเอทีฟ บิซิเนส ดีเวลลอปเมนต์ กลุ่มธุรกิจนี้จะให้บริการในด้านการพัฒนาแบรนดิ้ง และการสร้างประสบการณ์พิเศษสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบของแหล่งท่องเที่ยว ประกอบด้วย งานทัวร์ริซ แอนด์ วิซิเตอร์ แอทแทรคชั่น งานแบรนด์ แอทแทรคชั่น งานธีมพาร์ค งานพิพิธภัณฑ์ งานนิทรรศการชั่วคราวและถาวร งานให้คำปรึกษาการดีไซน์ต่างๆ และงานเอ็กซ์โป

ขณะที่กลุ่มธุรกิจที่ 2 คือ มาร์เก็ตติ้ง เซอร์วิส กลุ่มธุรกิจนี้จะเป็นการให้บริการด้านการวางแผน วางกลยุทธ์และให้คำปรึกษาด้านการตลาดประกอบด้วย งานวิจัย งานอีเวนต์มาร์เก็ตติ้ง งานคอมมูนิเคชั่นส์งานมาร์เก็ตติ้ง คอนซัลติ้ง งานทีวีและมัลติมีเดีย งานดิจิทัลออนไลน์ งานอินโนเวทีฟ อินสโตร์มีเดีย งานพรินติ้ง แอนด์ สโตร์ เดคคอเรชั่น  และงานอีควิปเมนต์ ซัพพลาย

กลุ่มงานสุดท้ายที่ถือว่าเป็นงานที่มีแนวโน้มสร้างรายได้ที่ดีในอนาคต คือ ไอ-โปรเจกต์ กลุ่มธุรกิจนี้จะให้บริการด้านการสร้างสรรค์โปรเจกต์พิเศษที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ประกอบด้วย  งานโชว์บิซ งานด้านการศึกษา งานซีซันนัล แอนด์ เฟสทีฟ และงานบิซิเนส ออฟพอทูนิตี้  เป็นต้น

เกรียงไกร กล่าวว่า หลังจากออกมาปรับโครงสร้างธุรกิจดังกล่าวคาดว่าภายในปี 2020 หรือปี 2563 บริษัทต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท จากสิ้นปี 2560 นี้คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 1,500 ล้านบาท โดยในช่วงเวลาดังกล่าวบริษัทมีแผนที่จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

นอกจากจะให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจในประเทศไทยแล้ว ยังมีแผนที่จะขยายธุรกิจในยังกลุ่มประเทศอาเซียนมากขึ้น จากปัจจุบันได้ทำการขยายธุรกิจไปแล้วในประเทศเมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งในเร็วๆ นี้มีแผนที่จะขยายธุรกิจไปในอีก 2 ประเทศ เพื่อผลักดันให้สิ้นปี 2560 มีสัดส่วนรายได้ต่างประเทศจาก 6-7% เพิ่มเป็น 10% ของรายได้รวม เนื่องจากอาเซียนมีศักยภาพ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาคาดว่าในเร็วๆ นี้น่าจะได้ข้อสรุป

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ