
ถกดอยช์แบงก์โชว์จีดีพีฟื้น
สศช.แจงข้อมูลเศรษฐกิจไทย มั่นใจปีนี้โต3-4% แม้การลงทุนอืดแค่ช่วงต้นสศช.จับเข่าคุย “ดอยช์แบงก์” แจงข้อมูลเศรษฐกิจไทยประเมินจีดีพีปีนี้โตได้ 3-4% แม้ลงทุนเอกชนยังช้าเนื่องจากอยู่ในช่วงฟื้นตัวนายวิชญายุทธ บุญชิต ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงการหารือกับ น.ส.ไดอาน่า เดล โลซาริโอ รองประธานฝ่ายวิจัยธนาคารดอยช์แบงก์ในประเด็นสภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ทั้งทิศทางค่าเงิน ภาพแนวโน้ม และเป้าหมายเศรษฐกิจไทยในระยะปานกลางทั้งนี้ ได้ให้ข้อมูลกับทางดอยช์แบงก์ว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงหลังปี 2557 ได้ปรับตัวดีขึ้นตามลำดับสะท้อนจากอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เร่งขึ้นอย่างช้าๆ จาก 0.9% ในปี 2557 เป็น 2.9% ในปี 2558 และ 3.2% ในปี 2559 และ สศช.คาดว่าทั้งปี 2560 เศรษฐกิจจะขยายตัว 3-4% โดยมีค่ากลางการประมาณการที่ 3.5%“สถานการณ์เศรษฐกิจล่าสุด จากเครื่องชี้สำคัญๆ ที่หน่วยงานต่างๆ ที่เผยแพร่ออกมาแล้วพบว่าเศรษฐกิจไทยมีการปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ และเป็นการฟื้นตัวที่เริ่มนำโดยการขยายตัวของเศรษฐกิจภาคเอกชนมากขึ้นในขณะที่แรงขับเคลื่อนจากภาครัฐภายใต้มาตรการกระตุ้นเศ
สศช.แจงข้อมูลเศรษฐกิจไทย มั่นใจปีนี้โต3-4% แม้การลงทุนอืดแค่ช่วงต้น
สศช.จับเข่าคุย “ดอยช์แบงก์” แจงข้อมูลเศรษฐกิจไทยประเมินจีดีพีปีนี้โตได้ 3-4% แม้ลงทุนเอกชนยังช้าเนื่องจากอยู่ในช่วงฟื้นตัว
นายวิชญายุทธ บุญชิต ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงการหารือกับ น.ส.ไดอาน่า เดล โลซาริโอ รองประธานฝ่ายวิจัยธนาคารดอยช์แบงก์ในประเด็นสภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ทั้งทิศทางค่าเงิน ภาพแนวโน้ม และเป้าหมายเศรษฐกิจไทยในระยะปานกลาง
ทั้งนี้ ได้ให้ข้อมูลกับทางดอยช์แบงก์ว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงหลังปี 2557 ได้ปรับตัวดีขึ้นตามลำดับสะท้อนจากอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เร่งขึ้นอย่างช้าๆ จาก 0.9% ในปี 2557 เป็น 2.9% ในปี 2558 และ 3.2% ในปี 2559 และ สศช.คาดว่าทั้งปี 2560 เศรษฐกิจจะขยายตัว 3-4% โดยมีค่ากลางการประมาณการที่ 3.5%
“สถานการณ์เศรษฐกิจล่าสุด จากเครื่องชี้สำคัญๆ ที่หน่วยงานต่างๆ ที่เผยแพร่ออกมาแล้วพบว่าเศรษฐกิจไทยมีการปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ และเป็นการฟื้นตัวที่เริ่มนำโดยการขยายตัวของเศรษฐกิจภาคเอกชนมากขึ้นในขณะที่แรงขับเคลื่อนจากภาครัฐภายใต้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นเริ่มลดบทบาทลง” นายวิชญายุทธ กล่าว
นายวิชญายุทธ กล่าวว่า สำหรับเครื่องชี้ทางด้านการใช้จ่ายในไตรมาสแรกจะพบว่าอุปสงค์ภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้นสอดคล้องกับการขยายตัวของดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน และมูลค่าการส่งออกที่ไม่รวมทองคำขยายตัว 9% สูงสุดในรอบ 17 ไตรมาส รวมทั้งสอดคล้องกับการปรับตัวเพิ่มขึ้นของดัชนีความเชื่อมั่นของภาคครัวเรือนและธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนการลงทุนภาคเอกชนพบว่าดัชนียังปรับตัวลดลง เนื่องจากภาคการส่งออกยังอยู่ในระยะแรกของการฟื้นตัวและกำลังการผลิตส่วนเกินยังอยู่ในระดับสูง แต่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นในระยะต่อไปตามการฟื้นตัวของภาคการส่งออกและความคืบหน้าของโครงการลงทุนภาครัฐ
ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐเริ่มชะลอตัวลงบ้างเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจภาคเอกชนเริ่มปรับตัวดีขึ้น ทำให้บทบาทของรายจ่ายภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจเริ่มลดบทบาทลง ด้านการเบิกจ่ายเม็ดเงินลงทุนภาครัฐยังเพิ่มขึ้นและมีแนวโน้มเร่งขึ้นในช่วงที่เหลือของปีตามการดำเนินการโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานภายใต้แผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่งระยะเร่งด่วนปี 2559 ที่มีความคืบหน้าไปมาก โดยในขณะนี้มีโครงการที่เข้าสู่ช่วงของการก่อสร้างแล้ว 8 โครงการเทียบกับ 2 โครงการในช่วงต้นปี 2559 และ 4 โครงการในช่วงปลายปี 2559
“หลังจากปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อยเริ่มบรรเทาลง และภาคเศรษฐกิจภาคเอกชนเริ่มปรับตัวดีขึ้นนั้น แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากภาครัฐจะเริ่มเปลี่ยนผ่านจากการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นไปสู่การลงทุนเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างการผลิตและสร้างศักยภาพการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาวมากขึ้น” นายวิชญายุทธ กล่าว
สำหรับปัจจัยเสี่ยงและข้อจำกัดต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี ส่วนใหญ่ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงภายนอกตามที่ สศช.ได้มีการประเมิน โดยในด้านแนวนโยบายของสหรัฐนั้นแนวนโยบายด้านการกีดกันทางการค้าเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบทางอ้อมต่อเศรษฐกิจไทยหากมาตรการดังกล่าวกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก รวมทั้งอาจส่งผลกระทบทางตรงต่อการส่งออก
อย่างไรก็ตาม ปัญหาเสถียรภาพเศรษฐกิจจีนและผลกระทบยังเป็นปัจจัยที่จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยในขณะนี้แม้ว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นบ้าง แต่การใช้มาตรการควบคุมเงินทุนเคลื่อนย้ายเพื่อชะลอการไหลออกของเงินทุนและรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจของจีนมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนทางตรง (FDI) มายังประเทศไทยและประเทศต่างๆ ในภูมิภาค
นอกจากนั้น ยังต้องติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศในคาบสมุทรเกาหลีและภูมิภาคต่างๆ







