posttoday
เปิดวิชั่น ‘ณพพงศ์ ธีระวร’ ยกระดับสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย

เปิดวิชั่น ‘ณพพงศ์ ธีระวร’ ยกระดับสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย

05 พฤษภาคม 2560

อาจเพราะเคยเป็นหนึ่งในเอสเอ็มอี และเคยเป็นประธานหอการค้าจังหวัดยะลามาก่อน เลยทำให้ ณพพงศ์ ธีระวร ประธานกรรมการบริหารสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย รับรู้ถึงปัญหาของเอสเอ็มอี

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

อาจเพราะเคยเป็นหนึ่งในเอสเอ็มอี และเคยเป็นประธานหอการค้าจังหวัดยะลามาก่อน เลยทำให้ ณพพงศ์ ธีระวร ประธานกรรมการบริหารสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย รับรู้ถึงปัญหาของเอสเอ็มอี และเห็นภาพรวมโครงสร้างการทำงานเชิงนโยบายของภาครัฐดี ที่พร้อมถ่ายทอดเป็นวิสัยทัศน์และนโยบายในการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศผ่านสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย

ณพพงศ์ บอกว่า หากถามปัญหาที่เกิดขึ้นกับเอสเอ็มอี 80-90% เป็นปัญหาเรื่องการเงิน ซึ่งหากวิเคราะห์ลงไปจะพบว่าปัญหานี้เกี่ยวข้องตั้งแต่ข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีการผลิต นวัตกรรมที่สร้างคุณค่าให้สินค้าและบริการ ข้อจำกัดด้านการจัดการด้านแรงงาน ปัญหาการตลาด ปัญหาการเข้าถึงบริการการส่งเสริมของรัฐ ไปจนถึงข้อจำกัดในการรับรู้ข่าวสารข้อมูล ซึ่งท้ายที่สุดจะวนกลับมาเป็นปัญหาผลิตมาขายไม่ได้ ก็คือปัญหาทางการเงินนั่นเอง

เหตุนี้เอง จึงเป็นที่มาของวิสัยทัศน์ของสมาพันธ์ที่ต้องการมีบทบาทเป็น “ตัวต่อ” หรือเป็น “ปลั๊ก” ในการเชื่อมโยงระหว่างเอสเอ็มอีกับภาครัฐ โดยการทำหน้าที่เป็น “กระบอกเสียง” ซึ่งการจะทำได้นั้นจำเป็นที่จะต้องมี “เครือข่าย” ที่เข้มแข็งและครอบคลุมทุกจังหวัดและทุกมิติ เพื่อให้สามารถทำงานร่วมมือได้กับทุกภาคส่วน ซึ่งจะเป็นการยกระดับธุรกิจเอสเอ็มอีไทย

ณพพงศ์ บอกว่า จากนี้ไปสมาพันธ์จะเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเอสเอ็มอีให้จริงจังและมีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาได้ไปเชื่อมต่อเครือข่ายในประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน เช่น สมาคมเอสเอ็มอีผู้เยาว์ สมาคมนักธุรกิจหญิงกัมพูชา และหอการค้าเสียมเรียบ กัมพูชา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเอสเอ็ม อี ที่มีอยู่ 2.7 ล้านราย เพราะ การมีเครือข่ายที่กว้างจะช่วยสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ ยกระดับและเสริมความแข็งแกร่งให้กับเอสเอ็มอีไทย ทั้งสำหรับกลุ่มสตาร์ทอัพ และกลุ่มเทิร์นอะราวด์ที่อยู่ระหว่างการพลิกฟื้นธุรกิจและกลุ่มสตรองที่จะได้ต่อยอดขยายการค้าออกไป

พร้อมกันนี้สมาพันธ์ยังจะยกระดับการบริหารจัดการภายในองค์กร โดยทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมและเป็นกระบอกเสียงสะท้อนปัญหาของเอสเอ็มอีถึงภาครัฐ  โดยเรื่องที่อยากเร่งผลักดันให้เกิดขึ้นหลักๆ ได้แก่ 1.การผลักดันการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันทางธุรกิจให้มีความชัดเจนขึ้น เนื่องจากภาคการเงินยังไม่เปิดรับ ซึ่งหากดันให้เรื่องนี้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมได้ ก็จะเป็นการเปิดช่องให้เอสเอ็มอีไทยมีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้นพร้อมเร่งผลักดันให้ขั้นตอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า (เทรดมาร์ก) และมาตรฐานต่างๆ แบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ เพื่อให้วงจรในการลงทุนทำธุรกิจสั้นลง เพราะถ้าขั้นตอนเร็วก็จะทำให้เอสเอ็มอีมีโอกาสในการออกสินค้าใหม่ๆ สู่ตลาดเร็วขึ้น

ขณะเดียวกัน สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยยังได้ตั้งสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (iSME) เพื่อทำหน้าที่ให้ความรู้กับผู้ประกอบการ ร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายต่างๆ และในปีนี้มีแผนที่จะจับมือกับภาคเอกชนในการฝึกอบรม โดยจะดึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรุ่นเยาว์ในอาเซียนมาเข้าค่ายอบรมร่วมกันเพื่อสร้างเครือข่าย และมีแผนดึงมืออาชีพในระดับผู้บริหารชั้นนำของประเทศมาให้ความรู้ในลักษณะของเวิร์กช็อป และเป็นที่ปรึกษาให้ เพื่อช่วยขับเคลื่อนเอสเอ็มอีสู่ภาคปฏิบัติ

“การดึงมืออาชีพเข้ามาเป็นที่ปรึกษาให้ จะช่วยทำให้เอสเอ็มอีมีความมั่นใจในการทำธุรกิจมากขึ้น ว่าที่ผ่านมาทำมาถูกทางแล้ว และส่งผลให้กล้าที่จะตัดสินใจออกไปทำธุรกิจในต่างประเทศได้” ณพพงศ์ กล่าว

ก้าวใหม่ของสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยภายใต้บังเหียน ดร.เอก-ณพพงศ์ น่าจับตาว่าจะสามารถพาเอสเอ็มอีไทยผ่านความเสี่ยงในเวทีโลกได้แค่ไหน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ