
ดีอีดึงยักษ์ไอทีจีนลงทุนไทย
เอกชนฮ่องกงสนใจจับคู่ธุรกิจลุยลงทุนดิจิทัลพาร์ก-สมาร์ทซิตี้ ดีอีย้ำเอ็มโอยูเสิ่นเจิ้นหวังดึงทุนยักษ์ไอทีจีนเข้าไทยนายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า จากการเยือนเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ร่วมกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เมื่อปลายเดือน เม.ย.ที่ผ่านมานั้น สภาธุรกิจอุตสาหกรรมฮ่องกง พร้อมนักธุรกิจฮ่องกงประมาณ 60 ราย จะเดินทางเข้ามาดูงานในดิจิทัลพาร์กและสมาร์ทซิตี้ วันที่ 8 พ.ค.นี้ จากเมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา สภาธุรกิจอุตสาหกรรมฮ่องกงเรียกร้องให้มีการหารือการจับคู่ทางธุรกิจด้วย โดยมีความสนใจการลงทุนใน 2 พื้นที่ดังกล่าวเป็นพิเศษสำหรับการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจ การค้าสารสนเทศ นครเสิ่นเจิ้น และดีอี เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น มี 3 หลักการข้อตกลงสำคัญ คือ 1.การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ด้านดิจิทัลร่วมกัน 2.การแลกเปลี่ยนบุคลากร และ 3.เชิญผู้ประกอบการรายใหญ่ของจีนเข้ามามีส่วมร่วมในการพัฒนาดิจิทัลพาร์คของไทย ซึ่งไทยมองว่าฮ่องกงและจีนเป็นพื้นที่เดียวกันในการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในเส้นทางวัน เบลต์ วัน โรด ด้านความร
เอกชนฮ่องกงสนใจจับคู่ธุรกิจลุยลงทุนดิจิทัลพาร์ก-สมาร์ทซิตี้ ดีอีย้ำเอ็มโอยูเสิ่นเจิ้นหวังดึงทุนยักษ์ไอทีจีนเข้าไทย
นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า จากการเยือนเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ร่วมกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เมื่อปลายเดือน เม.ย.ที่ผ่านมานั้น สภาธุรกิจอุตสาหกรรมฮ่องกง พร้อมนักธุรกิจฮ่องกงประมาณ 60 ราย จะเดินทางเข้ามาดูงานในดิจิทัลพาร์กและสมาร์ทซิตี้ วันที่ 8 พ.ค.นี้ จากเมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา สภาธุรกิจอุตสาหกรรมฮ่องกงเรียกร้องให้มีการหารือการจับคู่ทางธุรกิจด้วย โดยมีความสนใจการลงทุนใน 2 พื้นที่ดังกล่าวเป็นพิเศษ
สำหรับการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจ การค้าสารสนเทศ นครเสิ่นเจิ้น และดีอี เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น มี 3 หลักการข้อตกลงสำคัญ คือ 1.การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ด้านดิจิทัลร่วมกัน 2.การแลกเปลี่ยนบุคลากร และ 3.เชิญผู้ประกอบการรายใหญ่ของจีนเข้ามามีส่วมร่วมในการพัฒนาดิจิทัลพาร์คของไทย ซึ่งไทยมองว่าฮ่องกงและจีนเป็นพื้นที่เดียวกันในการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในเส้นทางวัน เบลต์ วัน โรด
ด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมจากการเอ็มโอยูกับสำนักคณะกรรมการเศรษฐกิจฯ นครเสิ่นเจิ้นในครั้งนี้ เพื่อผลักดันให้นักลงทุนรายใหญ่เข้ามาลงทุนในไทย ซึ่งไทยเตรียมเชิญนักธุรกิจจีนนครเสิ่นเจิ้นเข้ามาดูงานในดิจิทัลพาร์ก อ.ศรีราชา และสมาร์ทซิตี้ จ.ภูเก็ต ในเดือน ก.ค.นี้ จากนั้นไทยจะเดินทางเยือนจีน เพื่อศึกษาดูงานในพื้นที่สมาร์ทซิตี้ภายในปีนี้เช่นกัน
ทั้งนี้ นครเสิ่นเจิ้น มีความสำคัญด้านเขตเศรษฐกิจพิเศษแรกๆ ของจีน ตั้งแต่ปี 2523 และเป็นเมืองสมาร์ทซิตี้ และเป็นที่ตั้งของบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่ง เช่น หัวเหว่ย ซึ่งมีความรู้ด้านความสามารถในการเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (ไอโอที) โดยประเด็นสำคัญที่สุดในการเอ็มโอยูกับนครเสิ่นเจิ้นครั้งนี้นอกจากเหตุผลทางเศรษฐกิจแล้ว ยังรวมถึงการพัฒนาบุคลากรดิจิทัล
นอกจากนี้ ในวันที่ 4 พ.ค.จะมีการประชุมของคณะกรรมการบริหารโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) มีวาระการบรรจุดิจิทัลพาร์กเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษรวมอยู่ หากผ่านมติประชุมแล้วจะทำให้การชี้แจงแก่นักลงทุนมีผลมากขึ้น โดยดีอีได้จัดตั้งสำนักงานดิจิทัลพาร์กเพื่อเตรียมพร้อมทำงาน







