
เคล็ดออมเงิน ต้องฝึกตั้งแต่เด็ก
สิ่งที่สำคัญกว่าปลา คือการฝึกให้รู้จักหาปลาด้วยตัวเอง เช่นเดียวกัน สิ่งที่สำคัญกว่าเงิน คือการฝึกให้เด็กรู้จักหาเงินด้วยตัวเอง
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์
สิ่งที่สำคัญกว่าปลา คือการฝึกให้รู้จักหาปลาด้วยตัวเอง เช่นเดียวกัน สิ่งที่สำคัญกว่าเงิน คือการฝึกให้เด็กรู้จักหาเงินด้วยตัวเอง เด็กในยุค 4.0 ของคุณลุงตู่ ควรเป็นเด็กที่รู้ว่า เงินทองได้มาจากการทำงาน การอดออม และการลงทุนให้งอกเงย เรื่องเหล่านี้ควรปลูกฝังตั้งแต่พวกเขายังเด็ก เพื่อเป็นพื้นฐานและรากฐานที่จะสร้างความมั่นคงเมื่อพวกเขาเติบใหญ่
มีเคล็ดวิชาเรื่องการเงินการลงทุนอะไรบ้าง ที่เด็กต้องรู้...
1.คุณพ่อคุณแม่ต้องหัดให้ลูกจัดการเงินด้วยตัวเอง ให้เงินลูกใช้จ่ายเป็นรายสัปดาห์ หรือรายเดือน เพื่อให้ลูกรู้จักประเมินว่าตนเองควรออมเงินและใช้จ่ายอย่างไร ถ้าลูกยังไม่โตมาก อาจให้เงินลูกใช้เป็นรายสัปดาห์ ประเมินแล้วไม่ควรเกินวันละ 20 บาท ถ้าใช้จ่ายเกินไป เด็กจะต้องเรียนรู้ว่าวันถัดไปเขาจะต้องใช้จ่ายน้อยลง
2.ควรพาลูกไปเปิดบัญชีออมทรัพย์ในชื่อของเขาเอง ลูกจะได้เกิดความภาคภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของบัญชีด้วยตัวเอง การฝากเงินกับธนาคารยังทำให้เงินในธนาคารงอกเงยขึ้นจากดอกเบี้ยเงินฝาก ยิ่งฝากนานก็ยิ่งได้ดอกเบี้ยมากขึ้น ถือเป็นการเรียนรู้เรื่องดอกเบี้ยสำหรับเด็ก (อย่าลืมพาไปอัพเดทบุ๊กหรือปรับปรุงสมุดบัญชีธนาคารให้เป็นหน้าปัจจุบันบ่อยๆ ด้วยล่ะ คุณพ่อคุณแม่)
3.เมื่อได้รับเงินค่าขนม เด็กๆ มักจะใช้เงินที่มีจนหมด และไม่เหลือเก็บออมเลย รวมทั้งที่บางครั้งก็จะร้องขอให้ซื้อสิ่งของให้ พ่อแม่จึงควรกำหนดเป้าหมายกับเด็กๆ และสอนให้พวกเขาออมเงิน โดยสำคัญที่สุดคือหลักในการออมเงิน (ให้ได้) ก่อนที่จะใช้เงิน กำหนดเป้าหมาย (ที่เขาต้องการ) เพื่อสร้างแรงจูงใจที่ดี
4.สอนลูกให้เรียนรู้การทำงาน ถ้าลูกยังเล็ก ลองฝึกเด็กๆ หัดทำงานบ้าน โดยให้เงินค่าจ้างเล็กๆ น้อยๆ เช่น ถ้าช่วยคุณแม่กวาดถูบ้านจะได้รับเงินเท่านั้นเท่านี้ จะช่วยให้ลูกเห็นคุณค่าของเงินมากขึ้น และได้รับรู้ถึงความลำบากของพ่อแม่ในการทำงาน
5.เรียนรู้เรื่องการทำบัญชีรายรับรายจ่าย ช่วยให้เด็กรู้ว่า เงินค่าขนมที่ได้รับในแต่ละวันถูกใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง ช่วยให้เด็กรู้ว่า เงินค่าขนมที่ได้รับในแต่ละวันถูกใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง เช่น ค่าขนม ค่าอาหาร หรือค่าเดินทาง หากเงินที่ได้รับในแต่ละวันไม่พอ เขาก็จะเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหา มองเห็นภาพรวมและบริหารจัดการด้วยตัวเอง
6.ซื้อเฉพาะสิ่งของที่จำเป็น ปฏิเสธคำขอร้องให้ซื้อของเล่นบ้าง และอธิบายถึงการใช้เงินในการซื้อของที่จำเป็น ยึดหลักในการสร้างนิสัยที่ดีในการใช้จ่ายเงิน ใช่! บางทีลูกๆ มักร้องขอในสิ่งของที่พวกเขาต้องการ เช่น ของเล่น สำหรับคุณพ่อคุณแม่ถ้าเจอปัญหานี้ คำแนะนำคือต้องใจแข็ง ฝึกให้ลูกเรียนรู้ว่า ไม่ใช่ทุกครั้งที่เขาจะได้ข้าวของที่ต้องการ การซื้อของเล่นให้ทุกครั้งที่ลูกอยากได้ ไม่เพียงสร้างนิสัยใช้จ่ายฟุ่มเฟือยให้เกิดขึ้นเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่เท่านั้น หากยังหมายถึงวินัยของการเก็บออมที่จะเสียไปด้วย กว่าจะเรียนรู้ได้อีกก็อาจจะสายเกินไป
7.รู้จักรับและรู้จักให้ เมื่อเด็กๆ มีวินัยในการใช้จ่ายเงินที่ดีแล้ว ควรฝึกให้เด็กๆ เรียนรู้คุณค่าของการแบ่งปันให้กับผู้ด้อยโอกาสด้วย เช่น เมื่อมีของเล่นที่ไม่ใช้แล้ว ควรนำของเล่นเหล่านี้ไปบริจาคให้กับผู้ด้อยโอกาสตามสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า หรือเด็กพิการ ที่สำคัญจะทำให้เด็กเห็นคุณค่าของตัวเอง ที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคม สามารถช่วยเหลือคนอื่นๆ ในสังคมได้แม้จะเป็นเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่ง
คุณพ่อคุณแม่ทุกคนอยากให้ลูกมีความสุข แต่ความสุขของลูก อาจไม่ได้อยู่ในรูปของรางวัลตุ๊กตาตัวโต หรือการได้ของเล่นที่อยากได้เสมอไป ความสุขที่แท้จริงที่จะพึงเกิดขึ้นจากการเรียนรู้ที่จะอดออม บริหารจัดการเงินทองของตัวเอง เมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรู้ความรับผิดชอบทางการเงิน ดูแลตัวเองได้ พึ่งตัวเองเป็น รวมทั้งเป็นที่พึ่งของคุณพ่อคุณแม่นั่นเอง ในบั้นปลาย







