
ไฟแนนเชียลไดเจสต์
GL ปันผล 0.2740 บาทนายทัตซึยะ โคโนชิตะ กรรมการ บริษัท กรุ๊ปลีส (GL) แจ้งว่า ตามที่ได้เสนอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปีจากผลการดำเนินงานปี 2559 คิดเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 417,997,450 บาท หรือคิดเป็น 0.2470-0.2740 บาท/หุ้น ซึ่งอัตราการปันผลที่แน่นอนขึ้นอยู่กับจำนวนการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิ GL-W4 ครั้งที่ 8 ในวันที่ 31 มี.ค. 2560 และครั้งที่ 8 ที่ 9 ในวันที่ 30 เม.ย. 2560 ตามลำดับเนื่องจากผลการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิ GL-W4 ครั้งที่ 8 เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2560 และครั้งที่ 8 และที่ 9 เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2560 นั้น ไม่มีผู้ถือหุ้นใช้สิทธิทั้งสองครั้ง ดังนั้น อัตราการจ่ายเงินปันผลที่คำนวณได้คือ 0.2740 บาท/หุ้น บริษัทกำหนดวันบันทึกรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล ในวันที่ 9 พ.ค. 2560 และให้รวบรวมรายชื่อตามมาตรา 225 ของ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยวิธีปิดสมุดทะเบียนในวันที่ 11 พ.ค. 2560 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 25 พ.ค. 2560 ทั้งนี้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นได้อนุมัติการจ่ายปันผลตามที่คณะกรรมการเสนอแล้วในวันที่ 26 เม.ย. 2560SCN พันธมิตรโซจิตสึนายฤทธี กิจพิพิธ กรรมการผู้จัดการใหญ่
GL ปันผล 0.2740 บาท
นายทัตซึยะ โคโนชิตะ กรรมการ บริษัท กรุ๊ปลีส (GL) แจ้งว่า ตามที่ได้เสนอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปีจากผลการดำเนินงานปี 2559 คิดเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 417,997,450 บาท หรือคิดเป็น 0.2470-0.2740 บาท/หุ้น ซึ่งอัตราการปันผลที่แน่นอนขึ้นอยู่กับจำนวนการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิ GL-W4 ครั้งที่ 8 ในวันที่ 31 มี.ค. 2560 และครั้งที่ 8 ที่ 9 ในวันที่ 30 เม.ย. 2560 ตามลำดับ
เนื่องจากผลการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิ GL-W4 ครั้งที่ 8 เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2560 และครั้งที่ 8 และที่ 9 เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2560 นั้น ไม่มีผู้ถือหุ้นใช้สิทธิทั้งสองครั้ง ดังนั้น อัตราการจ่ายเงินปันผลที่คำนวณได้คือ 0.2740 บาท/หุ้น บริษัทกำหนดวันบันทึกรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล ในวันที่ 9 พ.ค. 2560 และให้รวบรวมรายชื่อตามมาตรา 225 ของ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยวิธีปิดสมุดทะเบียนในวันที่ 11 พ.ค. 2560 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 25 พ.ค. 2560 ทั้งนี้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นได้อนุมัติการจ่ายปันผลตามที่คณะกรรมการเสนอแล้วในวันที่ 26 เม.ย. 2560
SCN พันธมิตรโซจิตสึ
นายฤทธี กิจพิพิธ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สแกน อินเตอร์ หรือ SCN เปิดเผยว่า บริษัท ได้ตกลงเป็นพันธมิตรกับบริษัท โซจิตสึ คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นบริษัทจัดหาสินค้าและบริการครบวงจรรายใหญ่ของโลกเพื่อร่วมกันทำตลาดและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติอย่างครบวงจร ทั้งในกลุ่ม CNG และ NGV ให้แก่ลูกค้าที่มีความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงทั่วโลก โดย SCN มีความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมและเทคโนโลยีที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติและมีการวิจัยพัฒนาสินค้าที่ดี จึงสามารถผลิตสินค้าและอุปกรณ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการลูกค้าได้เป็นอย่างดี
ขณะที่ โซจิตซึ คอร์ปอเรชั่น จะเป็นผู้รับผิดชอบการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติให้แก่ SCN โดยจะเริ่มจากการเป็นผู้จัดจำหน่ายนวัตกรรม CNG Type IV หรือถังบรรจุก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ SCN เป็นผู้พัฒนาและผลิตขึ้นเพื่อเจาะตลาดทั่วโลก โดยตัวถังบรรจุก๊าซมีความทนทานสูง น้ำหนักเบา ทำให้ต้นทุนการขนส่งก๊าซธรรมชาติลดลงกว่าเดิมถึง 2 เท่า จะประเดิมตลาดในประเทศเวียดนามและอินโดนีเซีย โดยเฉพาะอินโดนีเซียถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของบริษัทที่ต้องการเปิดตลาดอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติมากยิ่งขึ้น
ESSO ซ่อมบำรุง
นายมงคลนิมิตร เอื้อเชิดกุล กรรมการ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) (ESSO) แจ้งว่า บริษัทจะหยุดดำเนินการผลิตในหน่วยบำบัดกำมะถันในน้ำมันดีเซล 3 (Gasoil Hydrofiner) หน่วยเพิ่มค่าออกเทน (Continuous Catalytic Reformer) และหอกลั่นน้ำมันดิบ 1 (Atmospheric Pipestill) ตามแผนการซ่อมบำรุงของบริษัทเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเพื่อบำรุงรักษาอุปกรณ์ให้คงทนและปลอดภัยในการใช้งานของหน่วยกลั่น เป็นระยะเวลา 40 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค. 2560 เป็นผลให้กำลังการผลิตของโรงกลั่นลดลงประมาณ 5.8 หมื่น บาร์เรล/วัน ในช่วงการหยุดซ่อมบำรุงดังกล่าว
ทั้งนี้ คาดว่าการซ่อมบำรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกลั่นดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อยอดขายของบริษัทอย่างเป็นนัยสำคัญ เนื่องจากบริษัทได้มีการจัดเตรียมและจัดหาผลิตภัณฑ์จากแหล่งอื่นเพื่อให้มั่นใจว่าจะมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาการหยุดซ่อมบำรุงดังกล่าวแล้ว
UREKA ได้งาน
นายนรากร ราชพลสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเรกา ดีไซน์ (UREKA) เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทได้รับงานใหม่คือ โครงการระบบทำความเย็น Chiller ของโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า มูลค่า 23.7 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถทยอยรับรู้รายได้ในไตรมาส 3/2560 ส่งผลให้มูลค่างานในมือเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 230 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ทั้งหมดภายในปีนี้
ETE คาดไตรมาสแรกโต
นายไรวินท์ เลขวรนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บูรพา เทคนิคอล เอ็นจิเนียริ่ง หรือ ETE เปิดเผยว่า คาดว่าผลประกอบการประจำไตรมาสแรกของปี 2560 จะเติบโตกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากในปีนี้บริษัทสามารถรับรู้รายได้จากงานในมืออย่างต่อเนื่อง หากผลประกอบการไตรมาสแรกของปีนี้เป็นไปตามการคาดการณ์จะเป็นการส่งสัญญาณการฟื้นตัวของผลประกอบการในปีนี้ และมีโอกาสที่จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในไตรมาสถัดไป จากการรับรู้รายได้ของงานในมือที่มีอยู่ในปัจจุบัน 4,552 ล้านบาท และจะสามารถรับรู้รายได้ในปีนี้อยู่ที่ 1,378 ล้านบาท ทำให้บริษัทยังคงเป้ารายได้ปีนี้เติบโตที่ระดับ 20-30% และที่สำคัญบริษัทยังคงเดินหน้าเข้ารับงานอย่างต่อเนื่อง







