
ธปท.เผยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเม.ย.ลดลง
ธปท.เผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเม.ย.ปรับลดลง ตามผลประกอบการกลุ่มปิโตรเคมี-เครื่องจักร-อิเล็กทรอนิกส์ คาดอีก 3เดือนข้างหน้าจะดีขึ้น
ธปท.เผยความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเม.ย.ปรับลดลง ตามผลประกอบการกลุ่มปิโตรเคมี-เครื่องจักร-อิเล็กทรอนิกส์ คาดอีก 3เดือนข้างหน้าจะดีขึ้น
เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในเดือนเม.ย.ปีนี้ปรับลดลงจากเดือนก่อนที่ระดับ 52.6 มาอยู่ที่ระดับ 49.6 ตามความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะผู้ประกอบการในกลุ่มปิโตรเคมี เครื่องจักร และอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มอาหารเครื่องดื่มและยาสูบ ที่ปรับลดลงตามองค์ประกอบด้านการผลิต ผลประกอบการ และคำสั่งซื้อ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากจำนวนวันทำการที่น้อยกว่าเดือนก่อน จากวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ขณะที่ ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในภาคบริการปรับดีขึ้นเล็กน้อย ตามภาวะการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลฯ
แต่หากขจัดผลของปัจจัยฤดูกาลออก จะพบว่าความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการทรงตัวจากเดือนก่อน ส่วนหนึ่งเพราะผู้ประกอบส่วนใหญ่ยังมีความกังวลต่อความต้องการซื้อในประเทศ (อุปสงค์) สะท้อนจากการปรับเพิ่มขึ้นของสัดส่วนผู้ประกอบการที่มองว่าความต้องการจากตลาดในประเทศต่ำเป็นข้อจำกัดสำคัญของการดำเนินธุรกิจในเดือนนี้
สำหรับ ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงประเมินว่าภาวะทางธุรกิจจะดีขึ้นจากปัจจุบัน เห็นได้จากดัชนีองค์ประกอบเกือบทุกด้านเกิน 50 โดยเฉพาะในภาคที่มิใช่อุตสาหกรรมในกลุ่มการขนส่ง กลุ่มกิจกรรมไปรษณีย์และโทรคมนาคม เป็นสำคัญ เป็นไปตามองค์ประกอบด้านคำสั่งซื้อ การผลิตและผลประกอบการที่คาดการณ์ว่าจะปรับดีขึ้น
อย่างไรก็ดี ความเชื่อมั่นในด้านการลงทุน แม้สัดส่วนผู้ประกอบการที่ประเมินว่าการลงทุนจะดีขึ้นจะมีจำนวนรายที่ปรับลดลงจากเดือนก่อน แต่ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต โดยผู้ประกอบการที่เชื่อมั่นดีต่อเนื่องเป็นกลุ่มธุรกิจในภาคก่อสร้างที่ได้รับผลดีจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ
ทั้งนี้ ธปท.จัดทำดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจจาก 6 องค์ประกอบ ได้แก่ การผลิต คำสั่งซื้อ การลงทุน ต้นทุนการผลิต ผลประกอบการ และการจ้างงาน โดยประมวลจากผลการสำรวจความคิดจากกลุ่มตัวอย่างธุรกิจขนาดกลางและใหญ่รวม 611 รายทั่วประเทศ ซึ่งผลการสำรวจหากดัชนี เท่ากับ 50 หมายถึง ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นทรงตัวจากเดือนก่อน หากดัชนีดีมากกว่า 50 หมายถึงผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นดีขึ้นกว่าเดือนก่อน และถ้าดัชนีต่ำกว่า 50 หมายถึงผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นแย่ลงกว่าเดือนก่อน







