posttoday
เกวลิน เรียนอัจฉริยะ อายุ 50 ปี ต้องมี 120 ล้าน

เกวลิน เรียนอัจฉริยะ อายุ 50 ปี ต้องมี 120 ล้าน

02 พฤษภาคม 2560

แม้จะยอมรับตรงๆ ว่า “ความยากของฟรีแลนซ์ คือ รายได้ไม่แน่นอน” แต่ไม่ได้ยากเกินความสามารถของ “อาร์ม” หรือ เกวลิน เรียนอัจฉริยะ ในฐานะ “ที่ปรึกษาการเงิน”สิ่งที่เธอทำคือ แม้ว่าในแต่ละเดือนจะมีรายได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท แต่ตั้งเงินเดือนให้ตัวเอง เดือนละ 2.5 หมื่นบาท และนำวิธีการบริหารเงินแบบ 6 กระปุก ของ T. Harv Eker มาปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเอง“แต่เป็น 6 กระปุกแบบไฮเทค เพราะแทนที่จะใช้กระปุกจริงๆ อาร์มเปิดบัญชีออมทรัพย์ไว้ 6 บัญชี ที่ธนาคารเดียวกัน ไม่ทำบัตร ATM แต่ใช้บริการ Internet Banking ตอนไปเปิดบัญชีพนักงานจะมองหน้าก็ไม่สนใจ หลังจากเปิดบัญชีแล้ว เราก็มีหน้าที่แค่เอาเงินไปเข้าบัญชี แบบเดียวกับการจ่ายเงินเดือน”เงินเดือน 2.5 หมื่นบาท จะถูกกระจายไปยัง 6 บัญชี ที่ทำหน้าที่แตกต่างกันบัญชีที่ 1 บัญชีเพื่ออิสรภาพทางการเงิน 10%บัญชีที่ 2 สำหรับการใช้จ่ายทั่วไป 50%“บัญชีนี้จะใส่ไว้เดือนละ 1.25 หมื่นบาท ซึ่งจะใช้ให้หมด ไม่เหลือเลยสักบาทก็ได้ แต่ถ้าหมดแล้วต้องไม่ไปแตะเงินในบัญชีอื่นๆ”บัญชีที่ 3 เงินออมเพื่อเป้าหมายใหญ่ๆ การซื้อของชิ้นใหญ่ในระยะยาว 10%บัญชีท

แม้จะยอมรับตรงๆ ว่า “ความยากของฟรีแลนซ์ คือ รายได้ไม่แน่นอน” แต่ไม่ได้ยากเกินความสามารถของ “อาร์ม” หรือ เกวลิน เรียนอัจฉริยะ ในฐานะ “ที่ปรึกษาการเงิน”

สิ่งที่เธอทำคือ แม้ว่าในแต่ละเดือนจะมีรายได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท แต่ตั้งเงินเดือนให้ตัวเอง เดือนละ 2.5 หมื่นบาท และนำวิธีการบริหารเงินแบบ 6 กระปุก ของ T. Harv Eker มาปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเอง

“แต่เป็น 6 กระปุกแบบไฮเทค เพราะแทนที่จะใช้กระปุกจริงๆ อาร์มเปิดบัญชีออมทรัพย์ไว้ 6 บัญชี ที่ธนาคารเดียวกัน ไม่ทำบัตร ATM แต่ใช้บริการ Internet Banking ตอนไปเปิดบัญชีพนักงานจะมองหน้าก็ไม่สนใจ หลังจากเปิดบัญชีแล้ว เราก็มีหน้าที่แค่เอาเงินไปเข้าบัญชี แบบเดียวกับการจ่ายเงินเดือน”

เงินเดือน 2.5 หมื่นบาท จะถูกกระจายไปยัง 6 บัญชี ที่ทำหน้าที่แตกต่างกัน

บัญชีที่ 1 บัญชีเพื่ออิสรภาพทางการเงิน 10%

บัญชีที่ 2 สำหรับการใช้จ่ายทั่วไป 50%

“บัญชีนี้จะใส่ไว้เดือนละ 1.25 หมื่นบาท ซึ่งจะใช้ให้หมด ไม่เหลือเลยสักบาทก็ได้ แต่ถ้าหมดแล้วต้องไม่ไปแตะเงินในบัญชีอื่นๆ”

บัญชีที่ 3 เงินออมเพื่อเป้าหมายใหญ่ๆ การซื้อของชิ้นใหญ่ในระยะยาว 10%

บัญชีที่ 4 เงินสำหรับการศึกษาและพัฒนาตัวเอง 10%

“คนเราต้องพัฒนาตัวเอง โดยเฉพาะคนที่ทำอาชีพอิสระ ที่ต้องไปหาลูกค้า ต้องขายตัวเองให้ได้ แต่บางทีคอร์สเรียนหลายอันก็ราคาสูง แต่ถ้ามีงบเตรียมไว้ก็สามารถเรียนได้ รวมทั้งการสอบและต่ออายุคุณวุฒิต่างๆ ของที่ปรึกษาการเงินก็หลายบาทอยู่”

บัญชีที่ 5 เงินสำหรับการให้ 10%

“T. Harv Eker สอนว่า คนรวยให้ เพราะรู้สึกมีพอที่จะให้ แต่คนจนไม่ให้ เพราะรู้สึกมีไม่พอ และถ้าเรารู้สึกว่าเราขาดแคลนก็จะขาดแคลนไปตลอด เพราะยิ่งให้ยิ่งได้ และบ้านเรามีภาษีสังคมเยอะ เมื่อก่อนเวลามีซองกฐินผ้าป่ามาจะรู้สึกว่า มาอีกแล้วหรือ แต่เดี๋ยวนี้สบาย เวลามีใครมาขอให้ร่วมทำบุญก็ให้ได้เลย เพราะมีงบเตรียมไว้”

บัญชีที่ 6 สำหรับความบันเทิงในชีวิต 10%

“เป็นงบสนอง Need อยากทำอะไรทำเลย และต้องใช้ให้หมด เพราะชีวิตเราควรใช้บ้าง ถ้าเป็นเมื่อก่อนจะเก็บเงินอย่างเดียว แต่พอบัญชีนี้มันทำให้ชีวิต Balance ขึ้น”

หลังจากหยอดเงินเดือนใส่ไปใน 6 กระปุกนี้แล้ว เงินรายได้ที่เหลือทั้งหมดจะถูกเทไปรวมไว้ในบัญชีที่ 1 เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น

“มีเป้าหมายที่จะเกษียณตอนอายุ 50 ปี และต้องมีเงิน 120 ล้านบาท แต่การเกษียณไม่ใช่หยุดทำงาน แต่เป็นการทำงานที่เงินไม่ใช่สาระสำคัญ เป็นการทำงานที่ไม่ได้ต้องการหาเงิน และเกษียณแล้วก็อยากไปเที่ยวรอบโลก เพราะฉะนั้นก็เลยเก็บเงินเยอะ

นอกจากนี้ ชีวิตเราอยู่ในเมือง แก่แล้วจะให้ไปปลูกผักเลี้ยงปลาก็คงไม่รอด เพราะฉะนั้นพอคำนวณค่าใช้จ่ายของตัวเองแบบโอเวอร์ไว้ก่อน เพราะอนาคตไม่แน่นอน ไหนจะมีเงินเฟ้ออีก และอาชีพอิสระอย่างเราก็ไม่มีสวัสดิการรักษาพยาบาล ยกเว้น 30 บาท ดังนั้นต้องเผื่อค่ารักษาพยาบาล เพราะค่ารักษาพยาบาลอาจจะทำให้เงินล้านปลิวไปได้ง่ายๆ

และเมื่อประเมินจากญาติผู้ใหญ่เพศหญิงของเราแล้ว คุณย่า คุณยาย อายุเกิน 80 ปีทั้งนั้น และการแพทย์สมัยนี้น่าจะทำให้เราอายุยืนเกินบรรพบุรุษไปอีก หลังจากเกษียณอายุ 50 ปี เราอาจจะต้องใช้เงินก้อนนี้ไปอีก 50 ปี เพราะฉะนั้นต้องมองโลกในแง่ร้ายไว้ก่อน”

อาร์ม บอกว่า แม้ว่าตอนนี้เงินออมที่มีจะยังห่างไกลเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่เธอยังมีเวลาทำงานอีก 10 ปี และที่สำคัญเธอยังทำให้เงินของเธอทำงานหนักอีกด้วย

“ตอนนี้เรายังมีแรง ยังเป็นเครื่องจักรผลิตเงินออกมาได้ และสร้างสินทรัพย์ให้ไปผลิตเงินอีกต่อหนึ่ง โดยมีบัญชีเพื่ออิสรภาพทางการเงินเป็นต้นทาง ทั้งการวางแผนภาษีและการลงทุน”

สำหรับการวางแผนภาษี อาร์ม บอกว่า เธอใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเต็มเพดานทุกอย่าง ทั้งประกันชีวิต ประกันบำนาญ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)

“สิทธิลดหย่อนภาษี เป็นเหมือนรัฐบาลช่วยให้เรามีเงินเก็บฟรีๆ ทำไมจะไม่เอา”

สำหรับการลงทุน เธอเลือกแบบที่ “มีคนช่วยดูแล” เพราะ “แค่ดูแลลูกค้าก็เหนื่อยแล้ว เพราะฉะนั้นจึงเลือกลงทุนกองทุนรวม โดยที่มีหุ้นรายตัวน้อยมาก หรืออสังหาริมทรัพย์ให้เช่าก็สนใจ แต่พอคิด IRR แล้วไม่ได้เยอะมาก ถ้าไม่ได้โชคดีไปเจออสังหาริมทรัพย์ที่มูลค่าปรับเพิ่มขึ้น แถมยังต้องวุ่นวายเรื่องภาษีอีก ก็เลยไปซื้อกองทุนสังหาริมทรัพย์ดีกว่า อย่างน้อยๆ ก็ได้ปันผลประมาณ 4-5% และถ้าไม่ชอบก็เปลี่ยนกองทุนได้”

นอกจากนี้ ในพอร์ตลงทุนของเธอยังแบ่งเป็นการลงทุนระยะยาว ประมาณ 80-90% และการลงทุนระยะสั้น 10-20%

“พอร์ตระยะยาวจะรับความเสี่ยงได้พอสมควร และถือลืมไปเลย เพราะเรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่ ให้เวลาเป็นเพื่อนเรา ไม่ซื้อๆ ขายๆ แต่จะปรับพอร์ตทุก 1-2 ปี แต่ถ้าเป็นการลงทุนระยะสั้น ที่บางครั้งจะมีเก็งกำไร จับจังหวะตลาด เสี่ยงสูงไปเลย เพื่อความสนุก เพื่อให้ชีวิตกระชุ่มกระชวยบ้าง แต่ก็ทำใจไว้เลยว่าเงินส่วนนี้อาจจะเจ๊งหมดเลยก็ได้” 

พร้อมกับยอมรับว่า “เคยเจ็บตัว” จากพอร์ตลงทุนระยะสั้นมาแล้ว

“คนที่ไม่เคยพลาดเลย แปลว่าไม่เคยทำอะไรเลย และเพราะเราผ่านมาแล้ว เคยเจ็บมาแล้ว เราเข้าใจความโลภกับความกลัว เราถึงมาเป็นที่ปรึกษาการเงิน และให้คำแนะนำลูกค้าได้”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท