
เตือนหุ้นโลกปรับฐาน เหล็ก-น้ำมันกดดัน
ตลาดหุ้นโลกน่าจะสะท้อนภาพข่าวดีไปหมดแล้ว จึงมีความเสี่ยงที่จะปรับฐาน
โดย...พูลศรี เจริญ
ตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้นแรงจากความเสี่ยงทางการเมืองที่ลดลงหลังการเลือกตั้งฝรั่งเศส แต่ก็เริ่มมีความกังวลจากนักวิเคราะห์และนักลงทุนสถาบันว่าตลาดหุ้นโลกน่าจะสะท้อนภาพข่าวดีไปหมดแล้ว จึงมีความเสี่ยงที่จะปรับฐาน จากมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับสูง และการย่อตัวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่อาจกระทบต่อเงินเฟ้อและกำไรในตลาดหุ้น
ข้อมูลจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปี 2560 ถึงปัจจุบัน (สิ้นสุดวันที่ 25 เม.ย.) ตลาดหุ้นยุโรป (ดัชนี Stoxx Europe 600) ปรับตัวขึ้นกว่า 7%
“คมศร ประกอบผล” หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้นแรงในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตามความเสี่ยงทางการเมืองในฝรั่งเศสที่ลดลง หลัง เอ็มมานูเอล มาครอง ซึ่งมีนโยบายที่ค่อนข้างเป็นบวกกับตลาดและเป็นมิตรกับสหภาพยุโรป ได้ผ่านเข้าไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในการเลือกตั้งรอบที่ 2 วันที่ 7 พ.ค.นี้
โดยโพลล่าสุดชี้ว่า มาครอง ยังนำ มารีน เลอ เปน ซึ่งเป็นฝ่ายขวาจัดและมีนโยบายต่อต้านสหภาพยุโรปอยู่ค่อนข้างขาด (60% ต่อ 40%) และส่วนต่างของความนิยมที่ราว 20% นับว่าสูงมากเมื่อเทียบกับความคลาดเคลื่อนของโพลในอดีตที่สูงสุดประมาณ 10% ซึ่งชี้ว่า มาครอง มีโอกาสสูงมากที่จะชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี
“มองว่าหุ้นทั่วโลกที่วิ่งขึ้นแรงในสัปดาห์ที่ผ่านมา น่าจะสะท้อนข่าวดีจากการเลือกตั้งฝรั่งเศสไปมากแล้ว และตลาดน่าจะมีความเสี่ยงที่จะปรับฐานในระยะข้างหน้า”
คมศร ให้ข้อมูลประกอบว่า ดัชนี S&P500 ของสหรัฐ ซื้อขายที่อัตราราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี เรโช) ประมาณ 18 เท่า ซึ่งนับเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ฟองสบู่ดอทคอม ในช่วงปลายทศวรรษที่ 90 รวมไปถึงตลาดหุ้นไทย เอเชีย และยุโรป ซึ่งซื้อขายที่พี/อีสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตแทบทั้งสิ้น จะมีเพียงตลาดหุ้นญี่ปุ่นเท่านั้นที่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต
ปัจจัยลบซึ่งอาจจุดชนวนให้เกิดการปรับฐานของตลาดหุ้นในช่วงนี้ ได้แก่ แรงเทขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะเหล็ก โดยราคาแร่เหล็กในตลาด Dalian Commodity Exchange ปรับตัวลดลงแรงต่อเนื่องราว 45% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา และเริ่มกดดันให้โลหะอุตสาหกรรมอื่นๆ ปรับตัวลงตาม ประกอบกับราคาน้ำมันดิบเวสเทกซัส (WTI) ที่ปรับตัวลงมาอยู่ในระดับต่ำกว่า 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จากที่เคยทรงตัวที่ระดับ 52-55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในช่วงต้นปีนี้
ขณะที่ บลจ.กสิกรไทย มองเห็นโอกาส โดยเฉพาะตลาดหุ้นยุโรปที่จะปรับฐาน
“นาวิน อินทรสมบัติ” รองกรรมการผู้จัดการและประธานบริหารการลงทุนต่างประเทศ กล่าวว่า สถานการณ์ลงทุนในตลาดหุ้นยุโรปกลับมาน่าสนใจมากขึ้น หลังทราบผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีในรอบแรกของฝรั่งเศส ซึ่งผลออกมาว่าพรรคการเมืองที่สนับสนุนการอยู่ต่อในกลุ่มยูโรโซนเป็นฝ่ายชนะ ส่งผลให้ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวตอบรับเป็นบวก และนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลต่อความเสี่ยงทางการเมืองในยุโรปลง ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในยุโรปยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง
“เรามองบวกต่อหุ้นยุโรปด้วยมุมมองการลงทุนระยะยาว ด้วยปัจจัยหนุนการเติบโตของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในยุโรปปี 2560 อยู่ที่ประมาณ 12%”
ปัจจัยสนับสนุนกำไร บจ.ยุโรป มาจากปริมาณอุปสงค์ภายในภูมิภาคที่แข็งแกร่งและแนวโน้มค่าเงินยูโรที่ยังมีทิศทางอ่อนค่า ประกอบกับการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบ (คิวอี) ที่มีต่อเนื่อง ทำให้เศรษฐกิจยุโรปยังคงเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป







