
ภาคอุตฯปรับตัวใหญ่รับเทรนด์โลกอีก5-10 ปี หวั่นตกงานพุ่ง 2 ล้าน
แนวโน้มในอีก 5 ปี ภาคอุตสาหกรรมเริ่มใช้แรงงานลดลง อนาคตแรงงานไร้ฝีมือเสี่ยงตกงาน
แนวโน้มในอีก 5 ปี ภาคอุตสาหกรรมเริ่มใช้แรงงานลดลง อนาคตแรงงานไร้ฝีมือเสี่ยงตกงาน
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ มีแนวโน้มการใช้แรงงานลดลงตามเทรนด์ของโลกที่มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาทดแทน
นายธนวรรธน์ ยกตัวอย่างเช่น การใช้กล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี) แทนพนักงานรักษาความปลอดภัย การใช้แอพพลิเคชั่นในการทำธุรกิจ เช่น การจองที่พักโรงแรม พนักงานธนาคาร และพนักงานคอลเซ็นเตอร์ เป็นต้น ซึ่งจะเริ่มเห็นแนวโน้มเหล่านี้ชัดขึ้นภายใน 5 ปีจากนี้ แต่ยังไม่อยู่ในระยะที่น่าเป็นห่วง เพราะตัวเลขการว่างงานของไทยยังต่ำ และไทยยังขาดแคลนแรงงานอีกมาก
“ต่อไปจะเริ่มเห็นการผลิตสินค้าที่เป็นอัตโนมัติมากขึ้น ซึ่งในไทยอาจจะยังไม่เห็นการใช้หุ่นยนต์ (โรบอต) เข้ามาแทนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด แต่จะเริ่มเห็นแบบกึ่งๆ เช่น แขนกลที่เริ่มนำมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจร้านอาหารบ้างแล้ว”นายธนวรรธน์กล่าว
อย่างไรก็ดี ภายใน 2-3 ปีนี้จะเริ่มเห็นการลงทุนผลิตหุ่นยนต์และแขนกลภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย เพราะเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในอีอีซีตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นการลงทุนจากเจ้าของเทคโนโลยีจากสหรัฐและญี่ปุ่น
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ในระหว่างนี้ภาคเอกชนก็ควรปรับตัว โดยธุรกิจขนาดใหญ่จะปรับตัวได้เร็วกว่า ขณะที่ผู้ประกอบการรายเล็กจะเริ่มปรับตัวด้วยการนำแอพพลิเคชั่นเข้ามาใช้ในธุรกิจ ซึ่งในภาคบริการและภาคเกษตรกรรมจะเห็นการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น
ด้าน นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย กล่าวว่า ในช่วง 5 ปีแรกนี้คงยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด เพราะอุตสาหกรรมไทยส่วนใหญ่อยู่ในยุค 2.0-2.5 การจะเปลี่ยนให้เป็น 4.0 อาจจะเกิดขึ้นในอีก 10 ปี
ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมจะปรับตัวเอง และเป็นการเปลี่ยนแบบครั้งใหญ่เพราะจะถูกบีบจากบริษัทแม่ที่เข้ามาลงทุนในไทยผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมที่อยู่ในห่วงโซ่ต้องปรับตัวตาม โดยเฉพาะการส่งเสริมการลงทุนใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในพื้นที่อีอีซี
“ทำให้ไทยอยู่ในทางสองแพร่งว่าการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาจะใช้คนเท่าเดิมหรือลดลง ต้องดูอัตราการว่างงานประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และสหรัฐ ซึ่งเป็นกลุ่มใช้เทคโนโลยีสูงที่มีอัตราการว่างงานอยู่ระดับ 5-6% แต่ไทยอยู่แค่ 1-2% หากไทยจะเดินตามรอย ตัวเลขการว่างงานก็อาจไปอยู่ระดับเดียวกัน ซึ่งว่างงานทุกๆ 1% เท่ากับจำนวนแรงงาน 3.8-4 แสนคน หรืออาจจะมีการว่างงานมากถึง 2 ล้านคน”นายธนิต กล่าว
นายธนิต กล่าวอีกว่า แรงงานไทยในกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มแรงงานที่ตกขอบ เพราะมีอายุ 40 ปีขึ้นไป และเป็นแรงงานกลุ่มใหญ่ของประเทศที่มีสัดส่วนถึง 46% ของแรงงานทั้งระบบ รวมทั้งโครงสร้างแรงงานไทยเริ่มเข้าสู่สังคมสูงวัย ระดับการศึกษาของแรงงานไทยลดลง และยังไม่มีทักษะ ทำให้โครงสร้างแรงงานไทยในภาคอุตสาหกรรมอีก 10 ปีข้างหน้าน่าเป็นห่วง
นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานที่ปรึกษาหอการค้าไทย กล่าวว่า หากมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 410 บาท/วัน ภายในระยะเวลา 3 ปี ตามที่กลุ่มแรงงานเสนอ จะส่งผลให้ศักยภาพการแข่งขันภาคอุตสาหกรรมลดลง เนื่องจากขณะนี้เศรษฐกิจในประเทศยังไม่โตเท่าที่ควร







