
วัสดุก่อสร้างยังไม่ฟื้น
ถ้าประเมินสถานการณ์การก่อสร้างผ่านกลุ่มวัสดุก่อสร้างในไตรมาสแรกปีนี้ ฟันธงไปเลยว่ายังไม่ฟื้นตัวจากผลประกอบการ
โดย...เจียรนัย อุตะมะ
ถ้าประเมินสถานการณ์การก่อสร้างผ่านกลุ่มวัสดุก่อสร้างในไตรมาสแรกปีนี้ ฟันธงไปเลยว่ายังไม่ฟื้นตัวจากผลประกอบการธุรกิจซีเมนต์และกระเบื้องในเครือบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) และบริษัท ไดนาสตี้เซรามิค (DCC)
รุ่งโรจน์ แสงศาสตรา ประธานกรรมการ DCC ประกาศกำไรไตรมาสแรก ปี 2560 จำนวน 346 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันกับปีก่อน 21% จากยอดขายสินค้าในงวดนี้ 1,958 ล้านบาท ลดลง 6% อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเป็น 40.8% จากงวดเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ เนื่องจากปริมาณการขายลดลง 7% ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันปีก่อน ราคาต้นทุนก๊าซซึ่งเป็นปัจจัยหลักปรับเพิ่มขึ้น 22% จากงวดเดียวกันกับปีก่อน ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 27 ล้านบาท หรือ 17% ส่วนหนึ่งจากค่าขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาเฉลี่ยน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 27% จากงวดเดียวกันกับปีก่อน ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 19 ล้านบาทหรือ 12% จากงวดเดียวกันกับปีก่อน จากค่าเสื่อมราคาที่รับทรัพย์สินเพิ่มขึ้น ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 10% จากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น
ด้าน SCC แม้ว่าผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกมีกำไรสุทธิ 1.74 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมียอดขายเติบโต 6% มาที่ 1.16 แสนล้านบาท แต่กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นมาจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของธุรกิจปิโตรเคมี ประกอบกับมีกำไรจากการขายเงินลงทุนและสินทรัพย์ส่วนที่ไม่ได้ใช้งาน 1,900 ล้านบาท โดยกำไรราว 1,400 ล้านบาท มาจากการขายหุ้นทั้งหมดในบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) ที่เหลืออยู่ราว 1% ออกทั้งหมด
ขณะที่ธุรกิจซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง มีรายได้จากการขายเท่ากับ 44,824 ล้านบาท ลดลง 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากทั้งราคาและปริมาณขายที่ลดลงของตลาดในประเทศ แต่เพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อนตามปัจจัยฤดูกาล ส่งผลให้อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา (อีบิตดา) เท่ากับ 6,273 ล้านบาท ลดลง 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 22% จากไตรมาสก่อน โดยกำไรสำหรับงวดเท่ากับ 2,468 ล้านบาท ลดลง 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนตามอีบิตดาที่ลดลง แต่เพิ่มขึ้น 136% จากไตรมาสก่อนเนื่องจากปัจจัยฤดูกาล
ในไตรมาสแรก ปี 2560 ความต้องการปูนซีเมนต์โดยรวมในประเทศไทยลดลงราว 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยนอกจากความต้องการจากภาคครัวเรือนลดลง 9% จากปีก่อนแล้ว ผลจากน้ำท่วมในภาคใต้ยังส่งผลให้ความต้องการปูนซีเมนต์ของภาคใต้ลดลง 20% จากปีก่อน ในไตรมาสนี้มีปริมาณขายปูนซีเมนต์ในประเทศเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดโดยรวม ราคาปูนซีเมนต์อยู่ที่ 1,650-1,700 บาท/ตัน ใกล้เคียงไตรมาสก่อน ขณะที่ปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 1,800-1,850 บาท/ตัน
ปริมาณการส่งออกปูนซีเมนต์ในไตรมาสแรก ปี 2560 ลดลง 0.4 ล้านตัน จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ระดับ 1 ล้านตัน โดยมีราคาขายส่งออกเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 47 เหรียญสหรัฐ/ตัน ลดลง 10 เหรียญสหรัฐ/ตัน จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ผลจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการขาย (สัดส่วนปริมาณขาย Clinker ซึ่งมีราคาขายต่ำเพิ่มขึ้น) ปริมาณการส่งออกปูนซีเมนต์ถุงคิดเป็น 40% ของปริมาณการส่งออกรวม ขณะที่ไตรมาสก่อนคิดเป็น 35% ของปริมาณการส่งออกรวม
สำหรับสภาวะตลาดในประเทศไทย ในไตรมาสแรกปี 2560 ยังคงชะลอตัว โดยความต้องการสินค้ากระเบื้องเซรามิก ลดลง 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ความต้องการของสินค้าผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง (กระเบื้องหลังคา ฝ้าเพดาน และผนัง) ลดลง 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ปริมาณขายกระเบื้องเซรามิก(ปูพื้นและบุผนัง) ของ SCC ในภูมิภาคอาเซียน (ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์) ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 45 ล้านตารางเมตร ลดลง 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามสภาพตลาดในประเทศไทยที่ยังคงซบเซา
ราคาขายเฉลี่ยกระเบื้องเซรามิกของเอสซีจีในภูมิภาคอาเซียนปรับเพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCC ยังคงเป้ายอดขายปีนี้เติบโต 5-10% จากระดับ 4.23 แสนล้านบาทในปีที่แล้ว เนื่องจากธุรกิจปิโตรเคมียังมีทิศทางที่ดี ขณะที่ธุรกิจซีเมนต์ยังต้องจับตาดูสถานการณ์ต่อไป โดยคาดว่าทั้งปีนี้ความต้องการใช้ปูนอาจจะไม่ได้ตามเป้า ที่คาดว่าจะโต 1-3% มาที่ 40 ล้านตัน แต่อาจจะมีระดับ 39 ล้านตันเท่านั้น เนื่องจากขณะนี้แม้ว่าโครงการลงทุนสาธารณูปโภคของภาครัฐเดินหน้าบ้างแล้ว แต่ยังไม่เห็นการลงทุนของภาคเอกชนชัดเจนนัก







