posttoday
CK พร้อมรับ ปีทองงานก่อสร้าง

CK พร้อมรับ ปีทองงานก่อสร้าง

01 พฤษภาคม 2560

ในปี 2560 เริ่มเข้าปีทองของกลุ่มธุรกิจรับเหมาก่อสร้างด้วยแรงขับเคลื่อนโครงการลงทุนภาครัฐในระบบโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่

โดย...ประลองยุทธ ผงงอย

ในปี 2560 เริ่มเข้าปีทองของกลุ่มธุรกิจรับเหมาก่อสร้างด้วยแรงขับเคลื่อนโครงการลงทุนภาครัฐในระบบโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ และจะเห็นต่อเนื่องอีกในหลายปีข้างหน้า เป็นโอกาสของผู้รับเหมาก่อสร้างโดยเฉพาะผู้รับเหมารายใหญ่ของประเทศที่มีความพร้อมหนึ่งในนั้น คือ บริษัท ช.การช่าง (CK)

สุภามาส ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ CK แถลงว่า ขณะนี้ถือเป็นช่วงปีทองของงานก่อสร้างจากนโยบายภาครัฐที่จะลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานขนาดใหญ่ต่อเนื่องตามแผนแม่บทที่ประกาศไว้ในปี 2560 จะมีโครงการงานประมูลก่อสร้าง 36 โครงการ มีมูลค่ารวม 9 แสนล้านบาท ที่จะทยอยเปิดประมูล อาทิ ช่วงครึ่งปีแรกจะเริ่มเปิดประมูลรถไฟทางคู่ ส่วนครึ่งหลังปีนี้จะทยอยเปิดประมูลโครงระบบขนส่งมวลชนส่วนต่อขยาย ทั้งรถไฟฟ้าสายสีม่วง สีส้ม สีน้ำเงิน สีเขียว รวมถึงรถไฟทางคู่

ในช่วงอีก 2-3 ปีข้างหน้า จะยังมีโครงการเปิดประมูลต่อเนื่องอีกจำนวนมากหลายโครงการ โดยเฉพาะโครงการสำคัญอย่างโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่ต้องสร้างระบบเชื่อมต่อการเดินทางและขนส่งสินค้า ซึ่งจะเริ่มเห็นการลงทุนก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงตามมาในอนาคต

ขณะที่ CK มีความพร้อมและศักยภาพเต็มที่จะเข้าร่วมประมูลโครงการทั้งหมดตามที่ได้กล่าวมา ทั้งด้านบุคลากร เทคโนโลยี ฐานะการเงินซึ่งบริษัทมีความสามารถเฉลี่ยที่จะชนะได้งานสัดส่วน 20-25% ของมูลค่าโครงการที่ยื่นประมูลทั้งหมด

ด้านงานระบบรางและขนส่งมวลชน รวมถึงระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานซึ่งเป็นงานที่บริษัทเชี่ยวชาญ โดยบริษัทในเครือที่มีความพร้อม คือ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) รวมถึง บริษัท ซีเค พาวเวอร์ (CKP) และบริษัท ทีทีดับบลิว (TTW) ที่มีความชำนาญในแต่ละด้านจะจับมือร่วมกันลงทุนรองรับโอกาสธุรกิจที่จะเกิดขึ้น 

ปัจจุบันมีมูลค่างานในมือ (แบ็กล็อก) 1 แสนล้านบาท ในแต่ละปีจะทยอยรับรู้เป็นรายได้จาก แบ็กล็อก จำนวนนี้จะทยอยรับเป็นรายได้ในปีนี้ 3.5 หมื่นล้านบาท และสร้างความมั่นคงของรายได้ให้กับบริษัทในช่วง 2-3 ปีนี้ ซึ่งรายได้ลดลงจากในปี 2559 ที่มีรายได้รวมจากธุรกิจงานรับเหมาก่อสร้าง 4.7 หมื่นล้านบาท เพราะปีนี้เข้าสู่ภาวะปกติจากปี 2559 ที่ได้งานที่มีมูลค่าขนาดใหญ่ คือ เขื่อนพลังน้ำไซยะบุรี

CK พร้อมรับ ปีทองงานก่อสร้าง - ภาพ : กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

ขณะที่ส่วนทุนและกระแสเงินสดปัจจุบันจากรายได้จะมีเข้ามาในแต่ละปีจากการงานก่อสร้างของบริษัทมีเพียงพอกับมูลค่างานที่มีในมือ รวมถึงงานประมูลใหม่ที่จะได้เพิ่มเข้ามาใน 3 ปีนี้ ซึ่งความสามารถของบริษัทรองรับมูลค่างานที่จะทำรายได้ถึง 4-5 หมื่นล้านบาท/ปี โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนหรือเพิ่มบุคลากรและเครื่องจักรอุปกรณ์หลักในการทำงานด้วย

ขณะที่การรับงานก่อสร้างปกติไม่ต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนมากในการลงทุนเพราะงานรับเหมาก่อสร้างจะต่างจากการลงทุนประเภทอื่น เพราะหลังลงนามในสัญญาแล้วบริษัทจะได้รับเงินล่วงหน้ามาก่อนด้วย จากนั้นสามารถไปกู้ยืมเงินจากธนาคารพาณิชย์เพื่อมาใช้เป็นแหล่งเงินทุนในแต่ละรายโครงการที่เข้าไปรับงาน ซึ่งใช้เงินไม่มากเฉลี่ยสัดส่วน 10-15% ของมูลค่าโครงการนั้นสามารถจะเก็บจากลูกค้าได้เป็นรายเดือนตามความคืบหน้าของโครงการตลอดอายุสัญญา ส่งผลให้มีกระแสเงินสดสอดคล้องกับค่าใช้จ่าย

“แม้ในอนาคตบริษัทจะมีมูลค่างานเพิ่มขึ้นมาก แต่ความต้องการใช้กระแสเงินสดของบริษัทไม่ได้มีความจำเป็นต้องเพิ่มขึ้นมาก จึงมั่นใจได้ว่าด้วยศักยภาพเงินทุนของบริษัทเพียงพอที่จะรับงานที่เพิ่มเข้ามา”

สำหรับแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2560 ของบริษัทจะกลับมาสู่ระดับปกติที่เคยทำได้ที่ 8-10% หลังจากในปี 2559 ปรับลดลงเหลือ 7.08% จากปี 2558 ที่ 8.21% เพราะในปี 2559 ที่ผ่านมาบริษัทได้ลงนามในสัญญาได้งานเพิ่มเติมในส่วนของโครงการเขื่อนพลังน้ำไซยะบุรี ใน สปป.ลาว เป็นโครงการมูลค่าขนาดใหญ่ ซึ่งจะมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่างานก่อสร้างปกติของบริษัท

นับจากต้นปีนี้ถึงปัจจุบันบริษัทได้ลงนามในสัญญางานใหม่ที่ชนะประมูลไปแล้วมูลค่า 2.85 หมื่นล้านบาท อีกทั้งมีงานที่ชนะประมูลแล้วอยู่ระหว่างรอลงนามในสัญญาอีกราว 2 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ภายในปี 2560 นี้จะมีงานก่อสร้างใหม่เพิ่มเข้ามาในแบ็กล็อกมูลค่าไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท

ประเสริฐ มริตตนะพร กรรมการและกรรมการบริหาร กล่าวว่า อัตราหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) ของบริษัทยังอยู่ในระดับต่ำเพียง 1.3 เท่า จากเพดานที่วางไว้ไม่เกิน 3 เท่า จึงมีความสามารถในการกู้ยืมเงินได้อีกจำนวนมาก ดังนั้นจึงไม่มีความน่าเป็นห่วงในประเด็นการเพิ่มทุน ในปีนี้มีแผนจะออกหุ้นกู้ในช่วงกลางปีเพื่อทดแทนของเดิมที่จะครบอายุ ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาโดยมีโอกาสที่จะออกในวงเงินมากกว่าหุ้นเดิมที่จะครบอายุ ปัจจุบันมีวงเงินรองรับออกหุ้นกู้ 7,000-8,000 ล้านบาท

พงษ์สฤษดิ์ ตันติสุวณิชย์กุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจ กล่าวว่า การจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรัคเจอร์ฟันด์) เป็นอีกเครื่องมือทางการเงินที่บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษา ทั้งนี้จะพิจารณาจากความจำเป็นต้องการใช้เงิน เพราะสินทรัพย์ปัจจุบันที่มีอยู่กลุ่มบริษัทสามารถนำมาตั้งอินฟราสตรัคเจอร์ฟันด์ได้ทันที

CK พร้อมรับ ปีทองงานก่อสร้าง


ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท