
ลงทะเบียนเอสเอ็มอี
โครงการลงทะเบียนคนจนหรือเรียกตามภาษาทางการว่าโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐของรัฐบาล
โดย...สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์
โครงการลงทะเบียนคนจนหรือเรียกตามภาษาทางการว่าโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐของรัฐบาลผ่าน 3 แบงก์รัฐ คือ ธ.ก.ส. ออมสิน และกรุงไทย เดินหน้าไปด้วยดีมียอดลงทะเบียนไปแล้วกว่า 9 ล้านคน ซึ่งมากกว่าครั้งก่อนที่ 8.3 ล้านคนเท่านั้น คาดว่าถึงกำหนดปิดรับในวันที่ 15 พ.ค.นี้น่าจะไม่น้อยกว่า 14 ล้านคนเป็นแน่แท้ ตัวเลขนี้มีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจประเทศมาก เอาไว้รอการแถลงข่าวจากกระทรวงการคลังอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
พูดถึงการลงทะเบียนในลักษณะนี้ถือว่ามีประโยชน์มากมายในการกำหนดนโยบายหรือมาตรการให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ ข้อมูลทั้งหมดจะมีการจัดแบ่งหมวดหมู่แยกประเภทเพื่อให้การช่วยเหลือได้ตรงจุด เกิดประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณ และลดความเหลื่อมล้ำได้มาก ผู้ที่เหมาะสมก็จะได้รับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ได้รับโดยตรง แก้ไขปัญหาปากท้องและความทุกข์ยากได้อย่างตรงใจ กระบวนการทำงานก็คงเหน็ดเหนื่อยในช่วยแรก ยอมเสียเวลาทำมาหากินบ้าง หน่วยงานรัฐยุ่งยากมากขึ้นบ้าง แต่หลังจากนี้รัฐก็จะสามารถใช้ทะเบียนรายชื่อบริหารราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพแท้จริง
ผมนึกถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ว่ากันตามตัวเลขสถิติมีมากเกือบ 3 ล้านราย อยู่กระจัดกระจายทั่วประเทศ มีหลากหลายประเภท หลายขนาดและหลายรูปแบบ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างก็หยิบตัวเลขนี้ไปใช้ทำงาน แต่ยังไม่มีใครยืนยันจัดกลุ่มแบ่งกองชัดๆ ว่าแท้จริงแล้วบ้านเรามีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ตรงคุณสมบัติจริงจำนวนเท่าไรกันแน่ จึงอยากเสนอให้รัฐบาลใช้โมเดลการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยมาใช้กับ
เอสเอ็มอีบ้าง เปิดโครงการลงทะเบียนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศสักครั้ง ยอดรวมแค่ 3 ล้านราย ก็ถือว่าไม่มากไม่น่าจะมีปัญหาในทางปฏิบัติ หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับเอสเอ็มอีก็มีมากมาย ถ้าช่วยกันรณรงค์เชิญชวนจริงจังคงได้จำนวนเอสเอ็มอีทั่วประเทศไม่ยากเลย
จับแยกประเภทกิจการ แยกขนาดธุรกิจ แยกกลุ่มแยกรูปแบบ แยกพื้นที่และอื่นๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในการทำโครงการหรือมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีได้ตรงประเด็น เช่น เรื่องสินเชื่อหรือเงินกองทุนดอกเบี้ยต่ำจะโฟกัสกลุ่มไหนพื้นที่ไหนก็กำหนดได้ง่ายไม่ต้องกลัวซ้ำซ้อนหรือถูกมองว่าช่วยบางกลุ่ม หรือจะออกมาตรการยกระดับมาตรฐานสินค้าก็สามารถเลือกประเภทและกลุ่มเป้าหมายได้ทันที ช่วยให้มีข้อมูลพอที่จะใช้ประกอบการคำนวณงบประมาณอุดหนุน หรือรัฐจะควบคุมกำกับนับผลงานทั้งเรื่องการจดทะเบียน การจ้างงาน การลงทุน ช่วยประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว หรือกรณีจำเป็นต้องใช้มาตรการด้านภาษีมากระตุ้นก็สามารถเลือกหรือคัดกรองกลุ่มที่มีความจำเป็นเร่งด่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รัฐบาลกำลังผลักดันการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น (Local Economy) มุ่งยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าไทย ให้ความสำคัญกับไมโครเอสเอ็มอี จึงน่าใช้จังหวะนี้เปิดลงทะเบียนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศ ประกาศให้ชัดว่าผู้ที่ลงทะเบียนจะได้รับสิทธิประโยชน์และการช่วยเหลือจากรัฐ เริ่มที่กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ยแค่ 1% ต่อปี นี้ก่อนเลยครับ







