posttoday
ซัมซุง ชูนวัตกรรมฟื้นเชื่อมั่นแบตระเบิด

ซัมซุง ชูนวัตกรรมฟื้นเชื่อมั่นแบตระเบิด

29 เมษายน 2560

จากปัญหาเครื่องระเบิดก่อนการวางขายซัมซุง Note7 ไปทั่วโลกนั้น ถือว่าเป็นวิกฤตสำคัญของสมาร์ทโฟนอันดับต้นของโลก

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

จากปัญหาเครื่องระเบิดก่อนการวางขายซัมซุง Note7 ไปทั่วโลกนั้น ถือว่าเป็นวิกฤตสำคัญของสมาร์ทโฟนอันดับต้นของโลกที่ต้องเร่งแก้ปัญหาและเรียกความเชื่อมั่นกลับมาอีกครั้ง เพื่อให้ลูกค้าที่มีกว่าทั่วโลกยังเชื่อมั่นในแบรนด์นี้ แต่ที่นี่ประเทศไทย การแก้ปัญหาเรื่องความมั่นใจจึงตกเป็นหน้าที่ของ วิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ที่ต้องงัดทุกกลยุทธ์มาแก้ปัญหา เพื่อเรียกความเชื่อมั่นและยืนหยัดความเป็นเบอร์หนึ่งของตลาดนี้

วิชัย เริ่มเข้ามาทำงานในบริษัท ซัมซุงฯ ตั้งแต่ปี 2551 และได้รับการแต่งตั้งขึ้นมาดูตลาดสมาร์ทโฟนตั้งแต่ปี 2555 เรียกได้ว่าระยะเวลาเพียงไม่นานหลังการรับตำแหน่ง สามารถพาตลาดสมาร์ทโฟนแบรนด์ซัมซุงเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคได้ และเรียกว่าเป็นอันดับหนึ่งในตลาดสมาร์ทโฟนสำหรับคนทุกกลุ่มได้ไม่ยาก

บทเรียนสำคัญของยี่ห้อซัมซุง ถือว่าเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ต้องทำงานหนักขึ้น วางแผนให้รัดกุมขึ้นและรอบคอบมากขึ้น ต้องยอมรับว่าจากปัญหาเรื่องการผลิตที่เกิดขึ้น ทำให้ซัมซุงเรียนรู้จากปัญหาอย่างมหาศาล และมีการวางแผนคัดเลือกโรงงานผลิตใหม่ที่ดีที่สุด เพื่อให้สินค้าล็อตใหม่ที่ออกมาจะไม่เกิดปัญหาแบบเดิมอีก

ภาพรวมของการแข่งขันตลาดสมาร์ทโฟนจะดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ จากรายใหญ่ที่มีอยู่เดิมและรายใหม่ที่เข้ามา สิ่งที่ลูกค้าจะมองหาไม่ได้เป็นเรื่องของราคาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องหมายถึงนวัตกรรมใหม่ๆ ทีมงานที่มีทักษะมากขึ้น และคอนเทนต์ที่ตรงใจลูกค้าด้วยพฤติกรรมการใช้งานสมาร์ทโฟนที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความบันเทิงเท่านั้น แต่ต้องฉลาดและตอบโจทย์ชีวิตในทุกด้านได้มากขึ้น

“วันนี้เราเป็นลีดเดอร์ในตลาดสมาร์ทโฟน เราจึงต้องดูแลและรับผิดชอบความต้องการสินค้าและนวัตกรรมของลูกค้าทุกกลุ่มให้ดีขึ้น” วิชัย กล่าว

ซัมซุงยังคงใช้งบ 6% ของยอดขายในการทำวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R&D) เพื่อให้สินค้าที่ออกมาในครั้งต่อไป มีนวัตกรรมที่เหนือกว่ารูปแบบเดิม ตอบสนองความเป็นดิจิทัลไลฟ์ซึ่งซัมซุงจะสรรค์สร้างคอนเทนต์ใหม่ๆ ออกมามากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นแว่นวีอาร์ กล้องถ่ายภาพแบบ 360 องศา หน้าจอโค้ง และตัวแปลงสมาร์ทโฟน ให้ทำงานร่วมกับอุปกรณ์อื่นได้ เป็นต้น ซึ่งนวัตกรรมเหล่านี้นับว่าเป็นโรดแมปด้านการพัฒนาสินค้า ที่บริษัทคาดหวังว่าจะสร้างความเชื่อมั่นของลูกค้าจะกลับมาอีกครั้ง

ตลาดสมาร์ทโฟนถือว่าเข้ามาในไทยหลายปีแล้ว และภาพรวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานและการใช้งาน ก็นับได้ว่าคนไทยมีความพร้อมทั้งในเรื่องของประสบการณ์การใช้งานเครื่อง แอพพลิเคชั่นและลูกเล่นต่างๆ เพื่อตอบสนองการทำงานและชีวิตประจำวัน เครือข่ายสัญญาณมือถือก็เข้าถึงทุกจุด สำหรับยุคต่อไปจะเข้าสู่ยุคของการอัพเกรด นั่นคือ อัพเกรดเทคโนโลยีของเครื่องให้สูงขึ้น อัพเกรดเครือข่ายให้เร็วมากขึ้นและอัพเกรดคอนเทนต์ให้เหนือชั้นขึ้น

วิชัย กล่าวต่อไปว่า “ตอนนี้ซัมซุงร่วมมือกับเอไอเอสในการบอกให้ลูกค้าที่ใช้งานเครื่องเอส 8 ทราบว่าเครื่องรองรับ MIMO 4X4 with CA และ 256 QAM บนเครือข่าย 4.5จี ความเร็วสูงสุด 700 Mbps ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่เราเชื่อมั่นว่าใหม่ล่าสุด และยังไม่มีใครทำเหมือนเรามาก่อน”

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟนจะยังคงดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากการโฆษณาผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งแบบออนไลน์ ออฟไลน์ และพรีเซนเตอร์ต่างก็เลือกตัวพ่อตัวแม่เข้ามาสื่อสารแบรนด์ เพื่อสร้างจุดเด่นและการจดจำ

วิชัย กล่าวย้ำว่า การที่ซัมซุงเลือกใช้เซเลบริตี้และบุคคลที่มีชื่อเสียงเข้ามาทำตลาดนั้น ไม่ได้เลือกจากภาพลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถสื่อสารออกมาเป็นตัวตนได้เหมือนผม คือใช้ซัมซุงตอบโจทย์ทุกอย่างของชีวิต ไม่ใช่แค่ถือเครื่องโปรโมทเพียงอย่างเดียว นั่นแสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าซัมซุงจะเลือก ชมพู่ อารยา โน้ต อุดม นาย ณภัทร มาถึง ตูน บอดี้สแลม ก็ต้องล้วนแล้วแต่เป็นคนที่ใช้งานเครื่องจริงและตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้

ต้องดูว่าการเดินหน้าต่อจากนี้ไปของซัมซุง ภายใต้การบริหารของ วิชัยพรพระตั้ง จะรักษาความเป็นเบอร์หนึ่งของไทยได้ต่อไปอย่างแข็งแรงหรือไม่ เพราะดราม่าที่ผ่านมานั้น ช่างหนักเหลือเกิน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท