
มองโอกาสจากวิกฤต สไตล์แอร์เอเชีย
การเห็นโอกาสท่ามกลางวิกฤต คือ คุณสมบัติที่ผู้บริหารจะสร้างธุรกิจให้โตได้ เช่น สายการบินแอร์เอเชีย
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
การเห็นโอกาสท่ามกลางวิกฤต คือ คุณสมบัติที่ผู้บริหารจะสร้างธุรกิจให้โตได้ เช่น สายการบินแอร์เอเชีย ที่เริ่มต้นธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) ในมาเลเซีย จนปัจจุบันมีเครือข่ายทั่วภูมิภาคนี้แล้ว
โทนี่ เฟอร์นานเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม สายการบินแอร์เอเชีย กล่าวในงานประชุมประจำปี 2560 ของสภาการเดินทางท่องเที่ยวโลก (ดับเบิลยูทีทีซี) ซึ่งจัดขึ้นในไทยว่า เริ่มมีแนวคิดอยากทำโลว์คอสต์แอร์ไลน์ เพราะมีโอกาสเรียนและทำงานอยู่ที่อังกฤษและได้รู้จักโลว์คอสต์แอร์ไลน์ ได้เห็นว่าการเดินทางจากลอนดอนไปนิวยอร์กทำได้ด้วยเงินแค่ 59 เหรียญสหรัฐ (2,065 บาท) เมื่อกลับมามาเลเซียจึงตั้งสายการบินแอร์เอเชีย เดือน ก.ย. 2544
หลังเปิดตัว 3 วัน ก็มีเหตุการณ์ 911 ที่สหรัฐ จากนั้นก็มีวิกฤตอีกบ่อยครั้ง เช่น ซาร์สระบาด ไข้หวัดนก สึนามิ ราคาน้ำมันผันผวน แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นมาตลอดท่ามกลางวิกฤต คือ ความต้องการของผู้เดินทางที่ดี ช่วงที่ซาร์สระบาด ทุกสายการบินตัดงบโฆษณากันหมด เพราะคิดว่าไม่มีใครกล้าเดินทาง แต่แอร์เอเชียเห็นเป็นโอกาส จึงเพิ่มงบโฆษณา ทำตลาด และก็เป็นผลสำเร็จ คนมาเลเซียเห็นราคาตั๋วเครื่องบินถูกมากก็พร้อมเดินทาง เช่นเดียวกับช่วงบาหลีเกิดเหตุระเบิด คนไม่เดินทาง แอร์เอเชียก็จัดแคมเปญรักบาหลี มีโปรโมชั่นที่นั่งฟรี ผลปรากฏว่าคนมาเที่ยวแล้วพบว่าบาหลีเที่ยวได้ก็กลับไปบอกต่อ ทำให้การเดินทางกลับมา
นอกจากนี้ ในช่วงที่เคยมีวิกฤต เครื่องบินของอินโดนีเซียตกแอร์เอเชีย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด เฟอร์นานเดสได้รับคำแนะนำให้อยู่นิ่ง แต่เฟอร์นานเดสรู้สึกว่าเหตุการณ์ที่เกิดมีแบรนด์ของแอร์เอเชียอยู่เบื้องหลัง คงจะอยู่เฉยไม่ได้ ดังนั้นจึงตัดสินใจลงไปคลุกคลีติดตามเหตุการณ์ ไปพบครอบครัวของผู้โดยสารที่เคราะห์ร้ายทุกครอบครัว คลุกคลีอยู่ที่สุราบายานานเป็นเดือนๆ
สิ่งที่เฟอร์นานเดสเชื่อ คือ สิ่งที่ต้องทำเมื่อเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นไปแล้ว ก็คือ การพูดความจริง เพราะถ้าคุณไม่ทำ ไม่พูดความจริงออกมาโดยเร็ว หลังจากนั้นก็จะมีคนอื่นค้นหาและพูดมันออกมาในที่สุด และจากแนวคิดเหล่านี้เองจึงทำให้แอร์เอเชียผ่านทุกวิกฤตมาได้ โดยทุกวันนี้แอร์เอเชียมีบริษัทร่วมลงทุนเพื่อขยายเครือข่ายสายการบินแล้ว ในไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ อินเดีย และญี่ปุ่น ซึ่ง 60% ของเส้นทางบินที่มีเป็นเส้นทางที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เส้นทางเหล่านี้ถูกพัฒนาขึ้นมาทำให้เกิดการเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจในภูมิภาคนี้ดียิ่งขึ้น
เฟอร์นานเดส ทิ้งท้ายว่า โลว์คอสต์แอร์ไลน์ยังเป็นแรงขับเคลื่อนการท่องเที่ยวที่สำคัญต่อไป แต่สิ่งที่ท้าทายคือสนามบิน หลายประเทศเลือกสร้างสนามบินให้ทุกสายการบินใช้ด้วยกัน ทั้งที่จริงสนามบินไม่ควรมีรูปแบบเดียว เหมือนโรงแรมที่มีระดับ 2-5 ดาว สายการบินมีแบบบริการเต็มรูปแบบและโลว์คอสต์แอร์ไลน์ ทั้งสองรูปแบบต้องการสนามบินที่ต่างกัน ก็ควรมีสนามบินที่เหมาะกับโลว์คอสต์แอร์ไลน์แยกกับสายการบินเต็มรูปแบบ ตัวอย่างที่ดี คือ ลอนดอน มีสนามบินลูตอน สแตนสเต็ด และเซาต์เอ็นด์ที่สร้างมาเพื่อโลว์คอสต์แอร์ไลน์ แล้วมีสนามบินฮีทโทรว์ รองรับสายการบินเต็มรูปแบบ
“โรงงานผลิตเครื่องบินยังผลิตเครื่องบินให้สอดคล้องความต้องการสายการบินที่ต่างกัน ก็ควรมีสนามบินที่สอดคล้องความต้องการของสายการบินที่แตกต่างเช่นกัน” เฟอร์นานเดส กล่าว
นี่คือตัวอย่างผู้นำที่รู้จักสร้างโอกาสในภาวะที่คู่แข่งมองเป็นวิกฤต







