
นวัตกรรมแห่งการท่องเที่ยว
โดย...วิฑูรย์ สิมะโชคดีงาน Vivid Sydney 2017 ที่จะจัดขึ้นเร็วๆ นี้จะเป็นมหกรรมเทศกาลแสง สี เสียง ดนตรี และความคิดสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 9 โดย Destination NSW หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวและกิจกรรมของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย โดยการเนรมิตเมืองซิดนีย์ยามค่ำคืนให้กลายเป็นโลกแห่งแฟนตาซีและจินตนาการ ด้วยการใช้แสงและเงาจากการยิงเลเซอร์แบบ 3 มิติ และจัดแสดงผลงานจากนานาชาติอย่างตระการตา รวมกว่า 300 ผลงาน แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ Light 40 ผลงาน Music 117 ผลงาน และ Ideas 156 ผลงานการพลิกฤดูหนาวซึ่งเป็นช่วง Low Season ของการท่องเที่ยว ให้กลายเป็นเทศกาลแสงสีเมืองดนตรี และความคิดสร้างสรรค์อันตระการตา สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศในปีที่ผ่านมาสูงถึง 2.3 ล้านคน ซึ่งเป็นความสำเร็จจากความคิดสร้างสรรค์ ในการนำศิลปะบวกกับเทคโนโลยีมาสร้างมูลค่าเพิ่มที่สมาชิกสนองตอบความสนใจในเรื่องแปลกใหม่ของประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ นอกจากสร้างเสริมรายได้เข้าประเทศแล้ว ยังได้พัฒนาความก้าวหน้าทางศิลปะและ “ศาสตร์ของแสง” ควบคู่กันไปด้วย ที่พูดถึงงาน Vivid Sydney 2017 ในป
โดย...วิฑูรย์ สิมะโชคดี
งาน Vivid Sydney 2017 ที่จะจัดขึ้นเร็วๆ นี้จะเป็นมหกรรมเทศกาลแสง สี เสียง ดนตรี และความคิดสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 9 โดย Destination NSW หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวและกิจกรรมของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย โดยการเนรมิตเมืองซิดนีย์ยามค่ำคืนให้กลายเป็นโลกแห่งแฟนตาซีและจินตนาการ ด้วยการใช้แสงและเงาจากการยิงเลเซอร์แบบ 3 มิติ และจัดแสดงผลงานจากนานาชาติอย่างตระการตา รวมกว่า 300 ผลงาน แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ Light 40 ผลงาน Music 117 ผลงาน และ Ideas 156 ผลงาน
การพลิกฤดูหนาวซึ่งเป็นช่วง Low Season ของการท่องเที่ยว ให้กลายเป็นเทศกาลแสงสีเมืองดนตรี และความคิดสร้างสรรค์อันตระการตา สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศในปีที่ผ่านมาสูงถึง 2.3 ล้านคน ซึ่งเป็นความสำเร็จจากความคิดสร้างสรรค์ ในการนำศิลปะบวกกับเทคโนโลยีมาสร้างมูลค่าเพิ่มที่สมาชิกสนองตอบความสนใจในเรื่องแปลกใหม่ของประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ นอกจากสร้างเสริมรายได้เข้าประเทศแล้ว ยังได้พัฒนาความก้าวหน้าทางศิลปะและ “ศาสตร์ของแสง” ควบคู่กันไปด้วย
ที่พูดถึงงาน Vivid Sydney 2017 ในปีนี้ ก็เพราะมีเรื่องที่น่าดีใจสำหรับคนไทย ก็คือ ผลงานประติมากรรมแสง The Sunflowers จากประเทศไทยได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 40 ผลงาน ประเภท Light ที่จะได้แสดงอวดสายตาชาวโลกกว่า 2.3 ล้านคน ในงานเป็นระยะเวลา 23 คืน ประติมากรรมแสง The Sunflowers นี้ออกแบบโดย บริษัท อองกา อาทฟูล ไลท์ ส่วนการพัฒนาสร้างสรรค์ต้นแบบและการผลิตจริงจำนวน 12 ต้น เป็นของทีมวิศวกรและนักวิจัยจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
แนวความคิดของ The Sunflowers จะสื่อถึงมิตรภาพ ความสุขและพลังงานบวกที่มอบให้เพื่อนมนุษย์และผู้มาร่วมงาน Vivid Sydney 2017 ผลงานนี้ใช้เวลาทำต้นแบบและผลิตงานจริงรวม 2 เดือน
จุดเด่นของ The Sunflowers ก็คือระบบการทำงาน โดย The Sunflowers ซึ่งมีความสูง 4 เมตร จะผสมผสานศิลปะประดิษฐ์กับเทคโนโลยีหุ่นยนต์-อัตโนมัติ วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ วัสดุศาสตร์และสารสนเทศ คือในเวลากลางวันจะโน้มเข้าหาแสงอาทิตย์เสมือนต้นทานตะวันจริงในธรรมชาติ โดยมีแผงเซลล์รับพลังงานแสงจากดวงอาทิตย์ในระหว่างวันเก็บเอาไว้ในแบตเตอรี่ที่ฝังตัวอยู่ในดอกทานตะวัน ส่วนในเวลากลางคืนก็จะเปล่งแสง LED สว่างไสวจากพลังงานที่เก็บไว้ แล้วยังโบกเคลื่อนไหวไปมาทักทายผู้มาเยือนงาน Vivid Sydney 2017 ได้ด้วย
ทุกวันนี้ กรุงเทพมหานคร ได้รับการจัดเป็นอันดับที่ 1 ของเมืองที่ผู้คนอยากไปท่องเที่ยวมากสุด โดยดูได้จากผลการสำรวจสุดยอดประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่อยากไปมากที่สุดในโลก ประจำปี 2016 หรือ Mastercard Global Destinations Cities Index ซึ่งมีการจัดอันดับจากเมืองสำคัญใน 132 ประเทศ ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยวมาก โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวมา กทม. มากถึง 21.47 ล้านคน หากรวมนักท่องเที่ยวในประเทศด้วยแล้วก็คือ 32 ล้านคน สร้างรายได้ในปีที่ผ่านมาถึง 2.51 ล้านล้านบาท จึงนับเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งของเรา
ดังนั้น การส่งเสริมการท่องเที่ยวก็คงไม่ต่างจากการส่งเสริมการขายของสินค้าหรือบริการทั่วไปที่ต้องหันมาจับยึดเรื่องของ “นวัตกรรม” ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้นจากความแปลกใหม่และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งคนไทยเราไม่น้อยหน้าใครในเรื่องนี้ ครับผม!







