
'ผู้จัดการ' และ 'ผู้นำ' แตกต่างกันอย่างไร (1)
โดย...ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารอธิบายความแตกต่างระหว่างการเป็นผู้จัดการกับการเป็นผู้นำ มีทั้งคำอธิบายที่คล้ายกัน และมีรายละเอียดในมิติที่แตกต่างกันไป โดยรวมแล้ว การจัดการ (Management) เป็นการมุ่งไปที่ธุรกิจ การบริหารงานให้บรรลุผลลัพธ์ที่กำหนดไว้ รวมไปถึงการวางแผน จัดการและควบคุมให้ระบบต่างๆ เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดภาวะผู้นำ (Leadership) มุ่งไปที่การเป็นผู้นำคนที่ดี การโน้มน้าวให้บุคลากรมีแรงบันดาลใจในการร่วมเดินทางสร้างความสำเร็จทั้งปัจจุบันและอนาคต ซึ่งในเส้นทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง ต้องอาศัยความมุ่งมั่นและความมั่นใจของคนจึงจะเปลี่ยนแปลงได้อย่างราบรื่น ผู้นำกำหนดวิสัยทัศน์ และใช้สไตล์การสื่อสารที่เข้าใจง่ายและโน้มน้าวใจ และหากมีบุคลากรจำนวนมาก ก็จะเลือกใช้วิธีการสื่อสารที่หลากหลายและช่องทางที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ถึงแม้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะผู้นำมักแนะนำว่า “Lead First, Manage Second” (นำก่อนแล้วค่อยจัดการ) ในการเป็นผู้บริหารที่มีประสิทธิผล ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราจำเป็นต้องใช้ความสามารถทั้งสองด้าน ทั้งการจัดการและภาวะผู้นำ ผู้ที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นผู้นำ มักเ
โดย...ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญ
ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารอธิบายความแตกต่างระหว่างการเป็นผู้จัดการกับการเป็นผู้นำ มีทั้งคำอธิบายที่คล้ายกัน และมีรายละเอียดในมิติที่แตกต่างกันไป โดยรวมแล้ว การจัดการ (Management) เป็นการมุ่งไปที่ธุรกิจ การบริหารงานให้บรรลุผลลัพธ์ที่กำหนดไว้ รวมไปถึงการวางแผน จัดการและควบคุมให้ระบบต่างๆ เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด
ภาวะผู้นำ (Leadership) มุ่งไปที่การเป็นผู้นำคนที่ดี การโน้มน้าวให้บุคลากรมีแรงบันดาลใจในการร่วมเดินทางสร้างความสำเร็จทั้งปัจจุบันและอนาคต ซึ่งในเส้นทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง ต้องอาศัยความมุ่งมั่นและความมั่นใจของคนจึงจะเปลี่ยนแปลงได้อย่างราบรื่น ผู้นำกำหนดวิสัยทัศน์ และใช้สไตล์การสื่อสารที่เข้าใจง่ายและโน้มน้าวใจ และหากมีบุคลากรจำนวนมาก ก็จะเลือกใช้วิธีการสื่อสารที่หลากหลายและช่องทางที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้
ถึงแม้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะผู้นำมักแนะนำว่า “Lead First, Manage Second” (นำก่อนแล้วค่อยจัดการ) ในการเป็นผู้บริหารที่มีประสิทธิผล ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราจำเป็นต้องใช้ความสามารถทั้งสองด้าน ทั้งการจัดการและภาวะผู้นำ ผู้ที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นผู้นำ มักเป็นผู้ที่ได้พิสูจน์ให้องค์กรเห็นมาแล้วว่ามีความสามารถในการจัดการได้ดี
ทว่า การเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นผู้นำคนจำนวนมาก หรือมานำคนที่มีความสามารถมากขึ้น แต่ยังใช้การจัดการแบบเดิมๆ เช่น ต้องการเป็นผู้ตัดสินใจเองทุกอย่าง เน้นลงรายละเอียดมากไป หรือต้องการบรรลุผลลัพธ์ของตนหรือหน่วยงานตน โดยมองข้ามผลที่จะเกิดขึ้นต่อองค์กรในภาพใหญ่หรือในอนาคต ความสามารถในการบริหารจัดการที่เคยเป็นประโยชน์ อาจกลายมาเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จทั้งของตนเองและองค์กรได้
การปรับมุมมองและวิธีการคิดเพื่อเพิ่มความเป็นผู้นำ ขึ้นอยู่กับระดับการบริหารและบทบาทหน้าที่ในองค์กรด้วย หากจะกล่าวถึงผู้นำระดับสูง หรืออยู่ในตำแหน่งที่เป็นผู้นำองค์กร มีมิติการปรับที่น่าสนใจดังต่อไปนี้
จากรู้ลึกมาเป็นรู้กว้าง จากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจหลากหลาย มองภาพรวมและเข้าใจความเชื่อมโยงของทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะหน่วยงานที่เป็นกลไกสำคัญของธุรกิจ และมองออกว่าจะประเมินผู้นำในแต่ละหน่วยงานนั้นอย่างไรด้วย
จากผู้ลงมือก่อสร้างมาเป็นผู้ออกแบบองค์กรที่จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน
จากนักแก้ปัญหามาเป็นผู้กำหนดปัญหาที่คนควรให้ความสำคัญ มองเห็นถึงโอกาสและสิ่งที่อาจเป็นภัยคุกคามความสำเร็จของธุรกิจ และกำหนดหัวข้อให้ทีมเห็นว่าเราควรจะเตรียมรับมือกับอะไร รวมถึงอำนวยให้หน่วยงานต่างๆ ประสานความรู้และทรัพยากรระหว่างกันได้ เพื่อช่วยให้องค์กรแก้ไขปัญหาซับซ้อนต่างๆ ได้ดี
จากนักรบมาเป็นนักการทูต จากที่เคยใช้เวลาไปกับการสร้างกองกำลังเพื่อชัยชนะ มาเป็นผู้ที่โน้มน้าวผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสร้างพันธมิตรให้มากขึ้น
แล้วเราจะพัฒนาผู้จัดการให้มีภาวะผู้นำมากขึ้นได้อย่างไร จะกล่าวเพิ่มเติมในวันพฤหัสบดีหน้า







