
วัสดุก่อสร้างติดลบ7%
เผย ปูน-วัสดุก่อสร้าง ไตรมาสแรกติดลบ 7% เหตุน้ำท่วมใต้-เอกชนยังชะลอลงทุน เอสซีจีมั่นใจปีนี้ยังโตได้ 5-10%นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า ธุรกิจซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้างในประเทศช่วงไตรมาสแรกของปีหดตัวลงติดลบ 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนหน้า เนื่องจากปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ทำให้ความต้องการใช้ลดลง ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนยังชะลอตัวสำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปี 2560 เอสซีจีมีรายได้กว่า 1.16 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน และมีกำไรอยู่ที่ประมาณกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% จากปีก่อน ซึ่งกำไรมาจากการขายเงินลงทุนและสินทรัพย์ส่วนที่ไม่ได้ใช้งานประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากกลุ่ม|ธุรกิจเคมีภัณฑ์ จำนวน 5.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 27% จากไตรมาสก่อนด้านกลุ่มซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างมีรายได้ 4.4 หมื่นล้านบาท ลดลง 2% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อน ขณะที่กลุ่มแพ็กเกจจิ้งมีรายได้จากการขาย 1.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาสก่อน ทั้งนี้บริษัทยังคงเป้าการเติบโตที่ 5-10% จากรายได้ 4.23 แสนล้าน
เผย ปูน-วัสดุก่อสร้าง ไตรมาสแรกติดลบ 7% เหตุน้ำท่วมใต้-เอกชนยังชะลอลงทุน เอสซีจีมั่นใจปีนี้ยังโตได้ 5-10%
นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า ธุรกิจซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้างในประเทศช่วงไตรมาสแรกของปีหดตัวลงติดลบ 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนหน้า เนื่องจากปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ทำให้ความต้องการใช้ลดลง ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนยังชะลอตัว
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปี 2560 เอสซีจีมีรายได้กว่า 1.16 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน และมีกำไรอยู่ที่ประมาณกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% จากปีก่อน ซึ่งกำไรมาจากการขายเงินลงทุนและสินทรัพย์ส่วนที่ไม่ได้ใช้งานประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากกลุ่ม|ธุรกิจเคมีภัณฑ์ จำนวน 5.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 27% จากไตรมาสก่อน
ด้านกลุ่มซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างมีรายได้ 4.4 หมื่นล้านบาท ลดลง 2% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อน ขณะที่กลุ่มแพ็กเกจจิ้งมีรายได้จากการขาย 1.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาสก่อน ทั้งนี้บริษัทยังคงเป้าการเติบโตที่ 5-10% จากรายได้ 4.23 แสนล้านบาท แม้ขณะนี้ธุรกิจในกลุ่มมีทั้งเติบโตและติดลบก็ตาม โดยตั้งงบลงทุนไว้ที่ 6-7 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ การลงทุนยังคงเน้นขยายลงทุนในอาเซียนที่มีความชัดเจนและคืบหน้าในหลายเรื่อง ล่าสุดได้ร่วมกับพาร์ตเนอร์ในประเทศเวียดนามร่วมทุนพัฒนาโครงการปิโตรเคมีครบวงจรในโครงการลอง ซัน ปิโตรเคมิคอลส์ ซึ่งได้มีการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนเป็น 71% คาดว่ากลางปีนี้จะได้ข้อสรุปและจะใช้เวลาก่อสร้าง 5 ปี และเริ่มการผลิตได้ในปี 2565
นายรุ่งโรจน์ กล่าวว่า ธุรกิจซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้างได้มีการลงทุนในเวียดนาม คอนสตรัคชั่น มะเทียเรียล (วีซีเอ็ม) ในเวียดนาม ซึ่งมีกำลังการผลิต 3.1 ล้านตัน/ปี นอกจากนี้โรงงานปูนซีเมนต์ในเมียนมาได้เริ่มผลิตเมื่อเดือน ม.ค. และใน สปป.ลาวในเดือน มี.ค. 2560 ทำให้เอสซีจีมีกำลังการผลิตปูนซีเมนต์อาเซียนไม่นับรวมไทย 10.5 ล้านตัน/ปี ด้านธุรกิจแพ็กเกจจิ้งได้มีการลงทุนในอินโดนีเซีย มีกำลังการผลิตรวม 3.2 หมื่นตัน/ปี







