
‘กรีนคอนเซ็ปต์’ ดีไซน์ไม่ตกเทรนด์
สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ก่อตั้งสภาอาคารเขียวแห่งโลก หรือ The U.S. Green Building Council
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ก่อตั้งสภาอาคารเขียวแห่งโลก หรือ The U.S. Green Building Council ที่พัฒนาแบบประเมินอาคารที่เรียกว่า LEED หรือ Leadership in Energy & Environmental Design จนเป็นคำฮิตติดปากว่าการออกแบบอาคารหรือปรับปรุงอาคารเก่านั้นจะต้องได้มาตรฐานดังกล่าว ส่วนประเทศอื่นๆ อย่างแคนาดาก็มีมาตรฐาน Green Globe ออสเตรเลียมีมาตรฐาน Green Star สิงคโปร์มี Green Mark
วิญญู วานิชศิริโรจน์ เลขานุการและกรรมการ สถาบันอาคารเขียวไทย กล่าวว่า กระแสอาคารเขียว ซึ่งเป็นอาคารอนุรักษ์พลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อมในไทยนั้นเริ่มนำมาปฏิบัติจริงเมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา โดยสมาคมวิชาชีพ 2 สมาคม ได้แก่ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกันจัดตั้งมูลนิธิอาคารเขียวไทยและสถาบันอาคารเขียวไทยขึ้นเพื่อจัดทำมาตรฐานการออกแบบก่อสร้างอาคารเขียว หรือมาตรฐานอาคารเขียว TREES หรือ Thai’s Rating of Energy and Environmental Sustainability โดยออกเป็นกฎกระทรวงผังเมืองกรุงเทพมหานครปี 2556 กำหนดให้อาคารที่ออกแบบตามมาตรฐานของสถาบันอาคารเขียวไทย ได้รับสิทธิประโยชน์ในการเพิ่มพื้นที่ก่อสร้างอาคารได้ หรือ F.A.R. Bonus
ปัจจุบันสถาบันกำลังเร่งผลักดันให้หน่วยงานของภาครัฐของไทยหันมาให้ความสำคัญกับการ ก่อสร้างอาคารที่จะต้องได้มาตรฐานจากสถาบันอาคารเขียวไทย ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับการก่อสร้างและปรับปรุงอาคารที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย เนื่องจากที่ผ่านมาหน่วยงานโดยเฉพาะภาครัฐนั้นละเลยและให้ความสำคัญกับมาตรฐานต่างชาติโดยเฉพาะ LEED ซึ่งหน่วยงานหรือผู้ที่จะใช้เกณฑ์ดังกล่าวได้ต้องเสียค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่าล้านบาทเพื่อให้ดำเนินการ ซึ่งหากอาคารภาครัฐไปใช้เกณฑ์ดังกล่าวก็เท่ากับว่านำเงินภาษีของประชาชนไปให้กับต่างชาติ ทั้งที่ประเทศไทยก็มีเกณฑ์การพิจารณาที่ใช้ในประเทศได้อย่างเหมาะสมแต่กลับถูกละเลย
“หากจะใช้เกณฑ์ LEED นั้นมีหลายข้อบังคับที่ต้องได้การรับรองจากสหรัฐอเมริกา เช่น พรม จากประเทศไทยนั้นยังไม่ได้มาตรฐานการรับรองของสหรัฐ ทั้งที่ไทยเป็นประเทศที่ผลิตพรมได้ทำให้ต้องไปใช้พรมนำเข้า แต่เมื่อผู้ผลิตในไทยยกระดับมาตรฐานการผลิตขึ้นมาได้ เกณฑ์ LEED ได้ออกเวอร์ชั่นใหม่ก็ปรับเปลี่ยนอีก ทำให้การเลือกใช้สินค้าต้องมีมาตรฐานมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งหากมองในแง่ดีเขาต้องการทำให้การใช้สินค้ามีคุณภาพดีขึ้นเรื่อยๆ แต่หากมองอีกแง่หนึ่งต้องใช้สินค้าจากสหรัฐที่เขาเป็นผู้กำหนด เพื่อไม่ต้องการให้มาตรฐานนั้นได้กันง่ายเกินไป แต่ในขณะเดียวกันอาคารที่ก่อสร้างขึ้นในไทยต้องมีมาตรฐานให้เหมาะสมกับประเทศที่สภาพภูมิอากาศแตกต่างกัน” วิญญู กล่าว
พันธวิศ ลวเรืองโชค รองประธานจัดงานสถาปนิก’60 กล่าวถึงเทรนด์การออกแบบในปัจจุบันว่า การออกแบบทั่วโลกมีการผูกติดกับเทคโนโลยีมากขึ้นและส่วนใหญ่เทรนด์การออกแบบมีความใกล้เคียงกัน เนื่องจากปัจจุบันเป็นยุคของข้อมูลข่าวสาร มีการนำโซเชียลเน็ตเวิร์กมาใช้เป็นเครื่องมือเมื่อมีการออกแบบใหม่ๆ ในมุมไหนของโลกก็จะรับรู้กันอย่างรวดเร็ว และกระแสที่ได้รับการตอบรับทั่วโลกในการออกแบบคือการคำนึงถึงการประหยัดพลังงานและให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม
“กรีน คอนเซ็ปต์ เป็นกระแสที่ทุกคนให้ความสนใจและคำนึงถึงมาก ในส่วนของการออกแบบแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีอากาศร้อนชื้นอย่างบ้านเรา การดีไซน์จะเป็นแนวเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมในเขตร้อนชื้น เป็นการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันความร้อนจากภายนอก และพยายามเอาธรรมชาติจากภายนอกมาใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น แดด ลม ฝน ซึ่งจะนำมาใช้ประโยชน์ในการถ่ายเทความร้อน ตลอดจนให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุภายในบ้านหรืออาคาร โดยจะเลือกใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างที่ลดการใช้พลังงาน เช่น เครื่องปรับอากาศ หรือการนำโซลาร์เซลล์มาใช้ ฯลฯ ในส่วนของตัวอาคารการออกแบบจะคำนึงถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อม อาทิ การทิ้งของเสียจากตัวอาคารจะออกแบบอย่างไรให้คำนึงถึงการกำจัดขยะมากที่สุด” พันธวิศ กล่าว
อย่างไรก็ตาม การตื่นตัวเกี่ยวกับแนวคิดอาคารเขียวในเมืองไทยมีค่อนข้างสูง มีการผลักดันกฎหมายและนำมาตรฐาน LEED มาใช้ ตลอดจนมีการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเข้าไปใช้โซนต่างๆ ของบ้านและในระดับเมืองมากขึ้น ซึ่งงานสถาปนิก’60 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-7 พ.ค. 2560 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ได้นำกรีน คอนเซ็ปต์มาจัดแสดง อาทิ โซนให้ความรู้เกี่ยวกับบ้าน บ้านตัวอย่าง และนำเอาพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาจัดแสดงในนิทรรศการบ้านในพระราชานิยม ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมชมงานสามารถนำไอเดียมาปรับใช้ในการปรับปรุงหรือก่อสร้างบ้านต่อไปได้







