posttoday
ก่อนกู้เงินเพื่อซ่อมแซมบ้าน...ต้องรู้อะไรบ้าง

ก่อนกู้เงินเพื่อซ่อมแซมบ้าน...ต้องรู้อะไรบ้าง

26 เมษายน 2560

การซ่อมแซม ปรับปรุง หรือ ต่อเติมบ้าน จำเป็นต้องใช้เงินมากเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน

โดย...นิตยสารบ้านและสวน

การซ่อมแซม ปรับปรุง หรือ ต่อเติมบ้าน จำเป็นต้องใช้เงินมากเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ครั้งนี้ “บ้านและสวน” ขอแนะนำเรื่องควรรู้ก่อนคิดกู้เงินมาซ่อมแซม หรือต่อเติมบ้านกัน

บ้านแบบไหนที่ควรกู้เพื่อซ่อม

การกู้เงินที่ต้องผ่อนชำระเป็นระยะเวลายาวนานมีผลต่อเครดิตของเราเช่นเดียวกับการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ซึ่งถ้าจำเป็นต้องกู้เงิน เพื่อลงทุนหรือกู้ซื้อบ้านเพิ่มในอนาคตก็อาจมีผลต่อการพิจารณาของธนาคารด้วย ดังนั้นจึงควรคิดก่อนว่าบ้านของเราจำเป็นแค่ไหนที่จะต้องกู้เงิน ถ้าต้องการซ่อมแซมบ้านในส่วนที่ไม่หนักหนา เช่น การซ่อมรอยแตกร้าว การซ่อมสีผนัง เปลี่ยนกระเบื้องห้องน้ำ อาจเลือกใช้การเก็บเงินเพื่อซ่อมทีละส่วนแทน แต่ถ้าเป็นการซ่อมแซมใหญ่หรือต้องการปรับปรุงบ้านทั้งหลัง ซึ่งต้องใช้ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ก็ควรใช้การกู้เงินโดยควรลิสต์รายการที่ต้องซ่อมทั้งหมดเพื่อนำไปประเมินราคา แล้วขอกู้พร้อมกันทีเดียว เพื่อให้กระทบกับการอยู่อาศัยน้อยที่สุด

กู้แบบไหนดี

สินเชื่อที่นิยมกู้เพื่อซ่อมแซม ต่อเติม และตกแต่งบ้านมี 2 ประเภท ได้แก่ สินเชื่อแบบวงเงินกู้ระยะยาว (Loan) และสินเชื่อวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี (O/D) สินเชื่อแบบวงเงินกู้ระยะยาวจะเหมือนกับการกู้เงินซื้อบ้าน แต่ระยะเวลาผ่อนจะสั้นกว่าประมาณ 5-15 ปี อีกทั้งมีข้อจำกัดว่าต้องใช้เงินตามที่ระบุไว้ตามสัญญา วิธีนี้จะเหมาะกับการกู้เพื่อซ่อมแซม ตกแต่ง หรือต่อเติมบ้านที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ซึ่งต้องการระยะเวลาในการผ่อนชำระนานกว่า และยังได้ดอกเบี้ยถูกกว่า ส่วนสินเชื่อวงเงินกู้เบิกเกินบัญชีช่วยให้เราสามารถเบิกเงินหรือสั่งจ่ายเช็คได้แม้เงินในบัญชีเราจะหมด การคิดดอกเบี้ยก็จะคิดตามส่วนต่างที่เราใช้ไปตามระยะเวลา ข้อดีคือเราสามารถใช้จ่ายเงินเพื่อใช้ทำอะไรก็ได้ จึงมีความยืดหยุ่นกว่า วิธีนี้จะเหมาะกับการกู้เพื่อซ่อมแซมบ้านทีละส่วน รวมถึงการตกแต่งบ้านและการซื้อเฟอร์นิเจอร์

อยากกู้ต้องมีรายได้เท่าไร

แต่ละธนาคารจะกำหนดคุณสมบัติของผู้กู้แตกต่างกัน โดยพิจารณาตามความสามารถในการชำระหนี้ได้ โดยต้องมีอายุอยู่ระหว่าง 20-60 ปี ระยะเวลาในการกู้รวมกับอายุของผู้กู้ต้องไม่เกิน 65-70 ปี หรือตามอายุเกษียณของหน่วยงานราชการ ซึ่งเป็นอายุที่ผู้กู้สามารถผ่อนชำระได้โดยที่ยังมีงานประจำทำอยู่ หากเป็นพนักงานบริษัท ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ ต้องมีฐานเงินเดือน 1.5 หมื่นบาทขึ้นไป และถ้าประกอบธุรกิจส่วนตัวต้องมีรายได้ประมาณ 2 หมื่นบาท/เดือนขึ้นไป

เอกสารและหลักฐานประกอบการกู้

การยื่นเรื่องกู้ต้องใช้เอกสารค่อนข้างมาก เพื่อตรวจสอบประวัติของผู้กู้ว่าจะมีความสามารถในการชำระหนี้มากน้อยแค่ไหน สินทรัพย์ที่ใช้เป็นหลักประกันจะมีมูลค่าเท่าไหร่ เพื่อพิจารณาวงเงินในการปล่อยกู้ ซึ่งแต่ละคนจะได้ไม่เท่ากันหรือไม่ได้เลย หากกู้คนเดียวก็สามารถกู้ได้น้อย ต้องมีผู้กู้ร่วม ซึ่งมักพิจารณาเฉพาะคนในครอบครัวเป็นหลัก สำหรับเอกสารที่ใช้จะมีดังนี้ เอกสารข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชนหรือบัตรข้าราชการ สำเนาทะเบียนบ้านสำเนาทะเบียนสมรส เอกสารแสดงรายได้ ได้แก่ หนังสือรับรองเงินเดือนสลิปต์เงินเดือน รายการบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเอกสารทางด้านหลักประกัน ได้แก่ สำเนาโฉนดที่ดิน แบบก่อสร้างและรายการวัสดุ สัญญาว่าจ้างปลูกสร้าง และใบอนุญาตก่อสร้าง

เรื่องที่ต้องรู้ก่อนการกู้

เมื่อทำเรื่องขอกู้เงิน ธนาคารจะส่งคนไปประเมินทรัพย์สินที่เราจะนำไปค้ำประกัน โดยที่วงเงินกู้สูงสุดจะอยู่ที่ 70-80% นอกจากนี้การกู้เงินเพื่อใช้ซ่อมแซมบ้านต้องมีเงินออมไว้อีกก้อนหนึ่งสำหรับเติมในส่วนที่ขาดจากเงินกู้ของธนาคาร ทั้งยังมีค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่ต้องใช้ด้วย เช่น ค่าประเมินหลักทรัพย์ ค่าธรรมเนียมยื่นกู้การจดทะเบียนจำนอง ค่าประกันภัย ค่าอากรปิดสัญญาสินเชื่อ ค่าหนังสือมอบอำนาจ ซึ่งเมื่อรวมกันหลายรายการก็เป็นค่าใช้จ่ายที่เยอะพอสมควร ดังนั้นควรเผื่อเงินในส่วนนี้ไว้ด้วย ซึ่งเป็นส่วนที่ธนาคารต้องใช้เพื่อดูความสามารถในการชำระหนี้ของเราประกอบด้วยเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ