
ปีนี้...ทำไม ใครๆ ก็พูดถึงหุ้นอินเดีย?
โดย...พรชัย อร่ามอาภากุลรู้หรือไม่? ปี 2016 อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตสูงสุดในโลกด้วยการขยายตัวของจีดีพีที่ระดับ 7.9% และไอเอ็มเอฟ ยังคาดการณ์ว่าปี 2017 นี้ เศรษฐกิจอินเดียจะเติบโตได้ที่ระดับ 7.2% น่าสนใจอย่างยิ่งว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างกับเศรษฐกิจอินเดีย รวมทั้งแนวโน้มตลาดหุ้นอินเดียและปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบ วันนี้ผมสรุปมาให้ครับย้อนกลับไปเมื่อปี 2014 ประเทศอินเดียมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญหลังการชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายของ นเรนทรา โมดี แห่งพรรคบีเจพี สามารถโค่น “แชมป์เก่า” พรรคคองเกรส ที่เป็นพรรครัฐบาลมายาวนาน 10 ปีได้สำเร็จ หลังจากนั้นรัฐบาลของ นเรนทรา โมดี ได้ผลักดันการปฏิรูปเศรษฐกิจอินเดียหลายด้าน ซึ่งมีนโยบายที่สำคัญดังนี้1) การปรับโครงสร้างภาษีการค้าและการบริการ Goods and Services Tax (GST) ซึ่งคณะ GST ยืนยันว่ากฎหมาย GST นั้นใกล้เริ่มใช้จริงวันที่ 1 ก.ค. 2017 ซึ่งจะทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิตให้บริษัทต่างๆ ในอินเดียและสามารถเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจได้เป็นวงกว้าง2) นโยบายการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งจะเพิ่มกำลังซื้อของประชาชน โดยปัจจุบันประเทศอินเดียมีประชากรราว 1,300 ล้านคน
โดย...พรชัย อร่ามอาภากุล
รู้หรือไม่? ปี 2016 อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตสูงสุดในโลกด้วยการขยายตัวของจีดีพีที่ระดับ 7.9% และไอเอ็มเอฟ ยังคาดการณ์ว่าปี 2017 นี้ เศรษฐกิจอินเดียจะเติบโตได้ที่ระดับ 7.2% น่าสนใจอย่างยิ่งว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างกับเศรษฐกิจอินเดีย รวมทั้งแนวโน้มตลาดหุ้นอินเดียและปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบ วันนี้ผมสรุปมาให้ครับ
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2014 ประเทศอินเดียมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญหลังการชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายของ นเรนทรา โมดี แห่งพรรคบีเจพี สามารถโค่น “แชมป์เก่า” พรรคคองเกรส ที่เป็นพรรครัฐบาลมายาวนาน 10 ปีได้สำเร็จ หลังจากนั้นรัฐบาลของ นเรนทรา โมดี ได้ผลักดันการปฏิรูปเศรษฐกิจอินเดียหลายด้าน ซึ่งมีนโยบายที่สำคัญดังนี้
1) การปรับโครงสร้างภาษีการค้าและการบริการ Goods and Services Tax (GST) ซึ่งคณะ GST ยืนยันว่ากฎหมาย GST นั้นใกล้เริ่มใช้จริงวันที่ 1 ก.ค. 2017 ซึ่งจะทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิตให้บริษัทต่างๆ ในอินเดียและสามารถเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจได้เป็นวงกว้าง
2) นโยบายการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งจะเพิ่มกำลังซื้อของประชาชน โดยปัจจุบันประเทศอินเดียมีประชากรราว 1,300 ล้านคน มากเป็นอันดับ 2 ของโลก
3) การผลักดันระบบโครงสร้างระบบพื้นฐานให้มีการขยายเพิ่มเติมโดยได้จัดสรรงบการใช้จ่ายจำนวนเกือบ 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยมุ่งเน้นไปยังการพัฒนาการคมนาคม นอกจากนี้รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะผลักดันการลงทุนสาธารณะให้สูงขึ้น
อย่างไรก็ดี มีบางนโยบายปฏิรูปที่ส่งผลกระทบเชิงลบในระยะสั้นเช่นกันคือ นโยบายการยกเลิกธนบัตร 500 และ 1,000 รูปี เพื่อขจัดปัญหาเงินนอกระบบ เป็นที่กังวลว่าอาจฉุดเศรษฐกิจอินเดีย แต่ก็สามารถผ่านไปได้ด้วยดี โดยรัฐบาลหวังว่าจะสามารถกวาดล้างคอร์รัปชั่นและการเลี่ยงภาษีให้หมดไป
แนวโน้มเศรษฐกิจอินเดียเป็นอย่างไร?
เชื่อว่าเศรษฐกิจอินเดียยังคงมีแนวโน้มที่สดใสต่อทั้งปีนี้และปีหน้า หลังการปฏิรูปที่ทางรัฐบาลเดินหน้าผลักดันจะเริ่มเห็นผลชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2017 อย่างไรก็ดี รัฐบาลอินเดียพยายามควบคุมเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการควบคุมทั้งนโยบายการเงินและการคลังที่รัดกุมขึ้น
กับทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้นอินเดีย น่าจับตาเรื่องอะไรบ้าง?
ตลาดหุ้นอินเดีย เป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นได้ร้อนแรงที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2017 จนถึงสิ้นเดือน มี.ค. โดยปรับตัวขึ้นกว่า 13% ความร้อนแรงดังกล่าวส่งผลให้มีนักลงทุนต่างจับตาถึงการเข้าลงทุนในตลาดหุ้นอินเดีย มาดูกันว่ามีปัจจัยสำคัญใดบ้างที่น่าจับตา และปัจจัยที่ควรต้องระมัดระวัง
ปัจจัยบวกของตลาดหุ้นอินเดียในช่วงที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้นเรื่องของคาดการณ์การเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนที่สูงที่สุดในภูมิภาค ที่ระดับ 20% ส่งผลให้มีเม็ดเงินจากต่างประเทศเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นอินเดียอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ตัวเร่งที่สำคัญคือทิศทางการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการเงินคือ แนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางอินเดีย และ การปฏิรูปทางการคลังผ่านนโยบายการปรับโครงสร้างภาษีและการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ
ปัจจัยที่ต้องระวังสำหรับตลาดหุ้นอินเดียมาจากปัจจัยภายนอกเป็นหลักอันได้แก่ ทิศทางการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐที่อาจทำให้มีกระแสเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นเกิดใหม่ซึ่งรวมถึงหุ้นอินเดีย นโยบายการกีดกันทางการค้าของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งยังมีความไม่ชัดเจนในหลายประเด็น นอกจากนี้ อีกปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวังในการเข้าลงทุนหุ้นอินเดียคือ Valuation ที่ค่อนข้างแพงในปัจจุบัน โดย ค่าพี/อี 12 เดือนล่วงหน้าของตลาดหุ้นอินเดียสูงถึง 20.2 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ที่ 16.5 เท่า
เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับตลาดหุ้นที่เนื้อหอมสุดๆ ในเวลานี้ ท่านที่สนใจจะลงทุนในหุ้นอินเดียคงต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ เพิ่มเติม เพราะที่กล่าวมาเป็นเพียงปัจจัยหลักๆ ที่สรุปมาให้เห็นภาพเบื้องต้นเท่านั้น ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการลงทุนครับ







