
โบอิ้งชี้การบิน อาเซียนโตแกร่ง
ธุรกิจการบินที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องเป็นผลจากสายการบินต้นทุนต่ำที่เกิดและเติบโตรวดเร็ว ทำให้ตลาดเครื่องบินมีอนาคตสดใส เป็นแรงผลักดันให้เพิ่มเส้นทางใหม่ๆ ส่งผลให้การเดินทางโดยเครื่องบินโตยิ่งขึ้น
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
ธุรกิจการบินที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องเป็นผลจากสายการบินต้นทุนต่ำที่เกิดและเติบโตรวดเร็ว ทำให้ตลาดเครื่องบินมีอนาคตสดใส เป็นแรงผลักดันให้เพิ่มเส้นทางใหม่ๆ ส่งผลให้การเดินทางโดยเครื่องบินโตยิ่งขึ้น
ที่ทำให้เปิดเส้นทางใหม่ที่ไม่เคยมีได้ คาดว่าระยะ 20 ปี ผู้โดยสารสายการบินจะเพิ่ม 4% ต่อปี จำนวนผู้โดยสารคูณระยะทางโต 4.8% ต่อปี ขนส่งสินค้าทางอากาศโต 4.2% ต่อปี
ทั้งนี้ คาดว่าในช่วงปี 2559-2568 จะมีการส่งมอบเครื่องบินไปทั่วโลก 3.96 หมื่นลำ มูลค่า 5.93 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 207.55 ล้านล้านบาท เครื่องบินทางเดินเดี่ยวจะเป็นที่ต้องการสูงสุด สัดส่วนจำนวนลำอยู่ที่ 71% สัดส่วนมูลค่า 51% เมื่อพิจารณาความต้องการในแต่ละภูมิภาค พบว่า เอเชียต้องการเครื่องบินสูงสุด 38% ของโลก ขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้คิดเป็น 25% ของเอเชีย จีน 40% ของเอเชีย โดยความต้องการเครื่องบินที่สูงขึ้นจะทำให้ความต้องการบริการสูงตามไปด้วย โบอิ้งจึงพร้อมมองหาพันธมิตรทั่วโลกที่จะทำงานร่วมกันเพื่อขยายบริการรองรับ
“เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความต้องการเครื่องบินเข้มแข็ง นำโดยกลุ่มประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ประเภทเครื่องบินทางเดินเดี่ยวเป็นที่ต้องการสูงสุด ซึ่งไลอ้อนแอร์เป็นลูกค้ารายใหญ่สุดของโบอิ้งที่สั่งเครื่องบินประเภทนี้”
ทินเซ็ธ กล่าวอีกว่า โบอิ้งได้พัฒนาเครื่องบินต่อเนื่องรองรับตลาดอนาคต เช่น กลุ่มเครื่องบินเล็กได้พัฒนาโบอิ้ง 737 แม็กซ์ เน้นประหยัดน้ำมันมากขึ้น โดย 737 แม็กซ์ 9 ได้ทดลองบินครั้งแรกวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา คาดว่าจะส่งมอบลำแรกให้สายการบินได้ปีหน้า กลุ่มเครื่องบินขนาดกลาง พัฒนาโบอิ้ง ตระกูล 787 เช่น 787-9 เพิ่มผู้โดยสาร 20% เทียบ 787-8 ขนส่งได้มากขึ้น บินได้ไกลขึ้น จะส่งมอบลำแรกให้การบินไทยปลายปีนี้ 787-10 ทดลองบินเที่ยวแรกวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา เริ่มส่งมอบลำแรกปีหน้า ด้านเครื่องบินลำตัวกว้างขนาดใหญ่มีโบอิ้ง 777 ยังเป็นเครื่องบินลำตัวกว้างขนาดใหญ่ที่นิยมที่สุดในตลาด
เมื่อการบินขยายตัวก็เป็นโอกาสของคนทั่วโลกที่จะได้ท่องเที่ยวไปยังเส้นทางใหม่ๆ มากขึ้น







