
คสช.สั่ง สนข.เร่งศึกษาเชื่อมต่อทางด่วนจากแยกเกษตรฯ
คสช.มอบหมายสนข.ศึกษาเชื่อมต่อทางด่วนจากแยกเกษตรศาสตร์ให้เชื่อมต่อการเดินทางจากฝั่งตะวันออกไปยังฝั่งตะวันตก
คสช.มอบหมายสนข.ศึกษาเชื่อมต่อทางด่วนจากแยกเกษตรศาสตร์ให้เชื่อมต่อการเดินทางจากฝั่งตะวันออกไปยังฝั่งตะวันตก
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้มอบหมายให้สำนักนโยบายแผนการขนส่งและจราจร(สนข.)ศึกษาการเชื่อมต่อทางด่วนตอน N 2 จากแยกเกษตรศาสตร์ให้เชื่อมต่อการเดินทางจากฝั่งตะวันออกไปยังฝั่งตะวันตก รวมทั้งศึกษาแนวทางการดำเนินรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนควบคู่ไปด้วย โดยใช้ทางด่วน N2 เชื่อมต่อกับเส้นทาง N3 เพื่อไปบรรจบกับมอเตอร์เวย์สาย 9 ฝั่งตะวันตก
"เป้าหมายทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือเดิมกำหนดจะเป็นแนวทางด่วนที่เชื่อมฝั่งตะวันออกและตะวันตกของกรุงเทพ ดังนั้นเมื่อตัด N 1 (เดิม บางใหญ่-รัตนาธิเบศร์ –แคลาย –เกษตร) เหลือ N 2 เริ่มจากแยกเกษตรก็ต้องไปคิดเรื่องของทางขึ้นลงที่จะทำให้ไม่เปิดปัญหาจราจรในจุดดังกล่าวด้วย"นายอาคมกล่าว
ขณะที่นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) กล่าวว่า แผนการศึกษาและพัฒนาทางด่วนขั้นที่ 3 ส่วนเหนือ ตอน N 2 ให้เชื่อมต่อกับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 และทางด่วนพิเศษอุตราภิมุข(ดอนเมืองโทลเวย์) แต่จุดที่มีปัญหาคือ ตอน N 2 บริเวณแยกเกษตรศาสตร์หากให้สร้างจากจุดดังกล่าวจะมีปัญหาการจราจรของรถที่จะรวมกันในจุดดังกล่าวจำนวนมากจนส่งผลให้เกิดปัญหาจราจร ดังนั้นตามแผนศึกษาจะพิจารณาแนวทางที่กำหนดจุดขึ้นและลงให้ห่างจากแยกเกษตรเพื่อหลีกเลี่ยงรถติด อีกทั้งปัจจุบัน สนข.ยังมีแผนศึกษาเชื่อมต่อทางพิเศษอุตราภิมุขกับทางด่วนศรีรัช –วงแหวนรอบนอกตะวันตก บริเวณแยกรัชโยธินด้วย ดังนั้น สนข.จะต้องศึกษาการเชี่อมต่อเส้นทางเมืองหลวงในภาพรวมด้วยในการเชื่อมต่อโครงข่ายทางยกระดับระหว่างวงแหวนรอบนอก กทม.ฝั่งตะวันออก (ทางเหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9) และความเป็นไปได้ในการเชื่อใมต่อกับโครงข่ายทางยกระดับอุตราภิมุขกับทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก กทม.ฝั่งตะวันตก
อย่างไรก็ตามในส่วนของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) รับผิดชอบดำเนินโครงการก่อสร้างทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N 2 เชื่อมกับมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการศึกษาทบทวนแผนและการออกแบบวิศวกรรม และด้านเศรษฐศาสตร์ รวมถึงเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม จะสรุปผลการศึกษาพร้อมออกแบบอย่างละเอียดเพื่อนำไปสู่ขั้นตอนการเปิดประมูลก้อสร้าง จะแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย.ปีนี้ จากนั้นเสนอ ครม. และกำหนดใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี
ทั้งนี้นอกจากการศึกษาทางด่วนเชื่อมต่อแล้วยังต้องให้ความสำคัญกับระบบขนส่งสาธารณะที่จะเป็นฟีดเดอร์การขนส่งรองรับเส้นทางและจำนวนการสัญจรของผู้คนในเมืองหลวง โดยเฉพาะระบบรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล แคราย-บึงกุ่มที่จะเป็นอีกรถไฟฟ้าสายหลักที่ให้บริการในเส้นทางเชื่อมตะวันออก-ตะวันตก โดยรถไฟฟ้าสายดังกล่าวจะเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายหลักเชื่อมต่อการเดินทางทั่วกรุงเทพ อาทิ เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) รถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต รถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือช่วง หมอชิต—สะพานใหม่คูคต เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้รับคำสั่งให้พิจารณาการขนส่งสาธารณะในรูปแบบอื่นๆ อาทิ รถไฟฟ้าโมโนเรลและรสบัสด่วนพิเศษบีอาร์ที
"แนวทางขณะนี้ไม่ได้พัฒนาเฉพาะทางถนนเท่านั้น ต้องคิดระบบขนส่งมวลชนด้วย ซึ่งเดิมแนวเส้นทางสายนี้ สนข.เคยออกแบบที่จะปรับจากแนวตอม่อเดิมเพื่อดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลที่จะเชื่อมต่อจากแคลายไปสิ้นสุดที่บึงกุ่ม แต่การศึกษาครั้งนี้อาจปรับจากรถไฟฟ้าและรถไฟฟ้าขนาดเบาและระบบบีอาร์ทีหรือใช้ระบบผสมผสาน ต้องรอผลการศึกษาที่ออกมาก่อน"นายชัยวัฒน์กล่าว







