
ไล่เช็กบิลธุรกิจผิดกม.
สคบ.สั่งไล่เช็กบิล "ขายตรง" หวั่นเกิดกรณีหลอกผู้บริโภคเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ ขู่ตรวจพบเจอโทษสูงสุดแน่
สคบ.สั่งไล่เช็กบิล "ขายตรง" หวั่นเกิดกรณีหลอกผู้บริโภคเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ ขู่ตรวจพบเจอโทษสูงสุดแน่
พล.ต.ต.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พร้อมทั้งผู้บริหาร สคบ. และกลุ่มสมาคมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง ว่า สคบ.เตรียมเล่นงานผู้ประกอบการขายตรงและตลาดแบบตรงที่ทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในกลุ่มที่หลอกลวงผู้บริโภคให้เข้ามาเป็นเครื่อข่ายแชร์ลูกโซ่
ทั้งนี้ ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ สคบ.ไปตรวจสอบ ทั้งกลุ่มที่ได้จดทะเบียนกับ สคบ.อย่างถูกต้อง แต่ไม่มีการขายสินค้าตามที่จดแจ้งไว้ หรือขายสินค้าพ่วงจูงใจ ให้คนเข้ามาเป็นเครือข่าย จะมีโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถ้าไม่แก้ไขต้องถูกปรับวันละ 1 หมื่นบาท จนกว่าจะแก้ปัญหาเสร็จ ส่วนอีกกลุ่มคือพวกที่ไม่ได้จดทะเบียนกับ สคบ. ถือว่ามีความผิดเข้าข่ายการฉ้อโกง หากตรวจพบ สคบ.จะแจ้งข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบ เพื่อลงโทษ ตามกฎหมายต่อไป
"หากจับได้ว่าใครกระทำความผิดต้องถูกลงโทษขั้นสูงสุดโดยไม่มีข้อยกเว้น โดยเฉพาะกลุ่มที่หลอกลวงฉ้อโกง หรือเข้าข่ายเป็นแชร์ลูกโซ่ การควบคุมกลุ่มนี้แม้ว่าจะมีหลายหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้ แต่ สคบ.ก็เป็นหน่วยงานหนึ่งที่อยู่ต้นทางคอยรับการจดทะเบียนทำธุรกิจ ตอนนี้ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่คอยควบคุมตั้งแต่ต้นทาง ตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดไปดูสถานที่ตั้ง" พล.ต.ต.ประสิทธิ์ กล่าว
นอกจากนี้ สคบ.ขอแจ้งเตือนผู้บริโภคให้ตรวจสอบข้อมูลของบริษัทขายตรงให้ดีก่อนเข้าไปร่วมเป็นสมาชิก หากพบข้อสงสัยต่างๆ หรือมีการโฆษณาที่เกินจริง เช่น ต้องหาสมาชิกให้ได้มากๆ ได้เงินตอบแทนสูง หรือสมัครสมาชิกแล้วขายพ่วงสินค้าและบริการต่างๆ ในราคาถูกจูงใจ โดยที่ไม่มีสินค้าของบริษัทนั้นๆ ขายอยู่ ขอให้เชื่อได้ว่าอาจถูกหลอกลวงได้ ซึ่งถ้าผู้บริโภครายใดสงสัยยังสามารถตรวจสอบข้อมูลบริษัทขายตรงผ่านทางเว็บไซต์ของ สคบ.ได้ เพื่อจะได้มั่นใจว่าเมื่อเข้าไปร่วมเป็นสมาชิกแล้วจะได้ไม่ถูกหลอกลวง
สำหรับในส่วนของบริษัทขายตรงที่หลอกไปประเทศญี่ปุ่นนั้น ตอนนี้ให้เป็นขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ







