
หั่นขั้นตอนเคาะพีพีพี
เล็งลดกระบวนการเหลือ6-9เดือน หวังเร่งโครงการเกิดเร็ว
เล็งลดกระบวนการเหลือ6-9เดือน หวังเร่งโครงการเกิดเร็ว
โพสต์ทูเดย์ - ชง ป.ย.ป.ลดขั้นตอนกระบวนการพีพีพีเหลือ 6-9 เดือนจาก 20 เดือน หวังช่วยดันโครงการลงทุนตามกรอบเวลา
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2560 ได้มีการพิจารณาข้อเสนอของคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่อยู่ภายใต้ ป.ย.ป.ทั้ง 4 ชุด และในครั้งนี้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ได้เสนอให้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเพื่อลดขั้นตอนในกระบวนการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) จากปกติใช้เวลา 20 เดือน ให้เหลือ 6-9 เดือน ซึ่งหากปลดล็อกได้จะทำให้สามารถผลักดันการลงทุนให้เกิดการขับเคลื่อนได้อีกมาก โดยเฉพาะโครงการลงทุนที่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ในส่วนนี้ขอรับไปพิจารณาก่อนว่าจะสามารถดำเนินการได้ตามข้อเสนอเพียงใด ซึ่งประเด็นที่ สปท.เสนอมาเพราะเห็นว่าแม้ปัจจุบันการผลักดันโครงการต่างๆ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะใช้อำนาจตามมาตรา 44 ปลดล็อกอุปสรรคต่างๆ ได้อยู่แล้ว แต่คงจะใช้มาตรา 44 แก้ไขทุกๆ เรื่องไม่ได้ แต่ควรแก้ไขกฎเกณฑ์ให้เป็นการทั่วไป จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและการลงทุนโครงการต่างๆ มากกว่า
“ส่วนว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนพิจารณาเรื่องนี้ คงไม่ได้ไปเร่งอะไรมาก เพราะจะถูกมองว่าไปเร่งโครงการนั้น โครงการนี้ และเรื่องนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวกับการผลักดันโครงการอีอีซี เพราะว่าอีอีซีมีกฎหมายพิเศษผลักดันโครงการได้เร็วอยู่แล้ว แต่ข้อเสนอของ สปท.ครั้งนี้คือการลงทุนเป็นการทั่วไป” นายวิษณุ กล่าว
นายวิษณุ กล่าวว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงความจำเป็นในการปรับสร้าง หรือยกเครื่องสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ให้สอดรับกับการทำงานในอนาคต เพราะต่อไป สศช.จะเป็นหน่วยงานสำคัญที่ดูแลงานด้านการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติและงานด้านการปฏิรูปประเทศ มีภารกิจเพิ่มเติมคือเป็นฝ่ายเลขาธิการของคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติและคณะกรรมการการปฏิรูป ซึ่งจะทำให้งานและคนของ สศช.จะต้องใหญ่ขึ้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ตนเองและนายอำพน กิตติอำพน ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี เข้ามาร่วมดูแลในส่วนนี้
ด้านกำลังคนที่จะต้องเพิ่มขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งอาจดึงคนจากสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สภาพัฒนาการเมือง และคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เป็นพนักงานจ้างทั่วไป อาจไม่บรรจุเป็นข้าราชการ
รายงานข่าวจากที่ประชุม ป.ย.ป. ระบุว่าคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ (บยศ.) ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ของคณะกรรมการภายใต้ ป.ย.ป. ได้รายงานให้ที่ประชุม ป.ย.ป. ทราบว่า บยศ.ได้ดำเนินการปลดล็อกเพื่อขับเคลื่อนและเร่งรัดนโยบายสําคัญ คือ การขับเคลื่อนเรื่องเร่งด&O3242;วนด้านคมนาคมขนส่ง โดยผลักดันให้มีการลงนามสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและจะเปิดเดินรถเชื่อมสายสีน้ำเงิน-สีม่วงในเดือน ส.ค. 2560 ส่&O3242;วนโครงการรถไฟไทย-จีน จะเริ่มก่อสร้างช่วงแรกในเดือน ส.ค. 2560 เช่นกัน
นอกจากนี้ ได้ปรับระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐในส่วนของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ที่ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกํากับการจัดซื้อจัดจ้างเข้ามาตรวจสอบและแก้ปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น การล็อกสเปก ทีโออาร์ไม่&O3242;ชัดเจน โดยคณะกรรมการได้เข้าไปตรวจสอบการแก้ไขปัญหาโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ 7 เส้นทาง ส่วนการเร่งรัดใน 2 เดือนข้างหน้า ได้แก่ การขับเคลื่อนด้านการศึกษา โครงการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (อินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน) เป็นต้น







