
พีแอนด์จีย้ายฐานผลิตลงทุนไทย
ทุนต่างชาติใช้ไทยลุยธุรกิจ บริษัทแม่พีแอนด์จีสหรัฐ โยกกลุ่มเส้นผมเวียดนามมาผลิตไทย ต.ค.นี้ ส่วนเมิร์ซฯ เยอรมนีรุกเสริมความงาม
โพสต์ทูเดย์ – ทุนต่างชาติใช้ไทยลุยธุรกิจ บริษัทแม่พีแอนด์จีสหรัฐ โยกกลุ่มเส้นผมเวียดนามมาผลิตไทย ต.ค.นี้ ส่วนเมิร์ซฯ เยอรมนีรุกเสริมความงาม
นางจุฑาภัทร บุณย์วงศกร กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล แมนูแฟคเจอริ่ง (พีแอนด์จี) ผู้ผลิตจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่จากสหรัฐ เปิดเผยว่า บริษัทแม่ได้วางยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนโรงงานพีแอนด์จีในไทยให้เติบโตเป็นศูนย์กลางการผลิตระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เน้นพัฒนานวัตกรรมมาตรฐานคุณภาพระดับโลก โดยเดือน ต.ค.นี้จะโยกฐานการผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์เส้นผมจากเวียดนาม ซึ่งมีกำลังการผลิตกว่า 10% มาไทย เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นฐานการผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์เส้นผมที่แข็งแกร่งขึ้น
ทั้งนี้ พีแอนด์จีในไทยเป็นยุทธศาสตร์ฐานการผลิตเพื่อส่งออกกลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์อันดับ 2 ของโลก รองจากโรงงานจีน และตั้งเป้า 2-3 ปีเป็นอันดับหนึ่งด้านการผลิตและฐานผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม โดยโรงงานตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ จ.ฉะเชิงเทรา บนพื้นที่ 9.6 หมื่นตารางเมตร ผลิตเพื่อส่งออกกว่า 70% มากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก ป้อนในประเทศเกือบ 30% ส่วนกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมส่งออก 25% ยังไม่รวมฐานการผลิตเวียดนามที่จะย้ายมา
ขณะที่การลงทุนไทยบริษัทแม่เชื่อมั่นรัฐบาลและเศรษฐกิจ โดยไทยมีกำลังผลิตมากที่สุดอันดับหนึ่งในเอเชีย เป็นอันดับ 3 ของพีแอนด์จีทั่วโลก รองจากสหรัฐกับฝรั่งเศส แผน 5 ปีลงทุนนวัตกรรมกระบวนการผลิตเทียบเท่าสร้างโรงงานใหม่ได้ 1 แห่ง ลงทุนพัฒนานวัตกรรมสินค้าใหม่ทุกปี อย่างไรก็ดีต้องการให้ภาครัฐส่งเสริมบริษัทต่างชาติลงทุนมอบสิทธิพิเศษการลงทุนเพิ่ม เช่น ด้านสาธารณูปโภค มาตรการลดหย่อนภาษี ส่งเสริมการศึกษาด้านดิจิทัล
นางจุฑาภัทร กล่าวว่า ส่วนกำลังซื้อในไทยไตรมาสแรกทรงตัว ด้านรายได้พีแอนด์จีในเอเชียแปซิฟิกปี 2559 คิดเป็น 9% ของทั่วโลก เพิ่มจากปี 2558 มีสัดส่วน 8% ขณะที่รายได้ส่งออกของไทยปีนี้กว่า 3,600 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทส่งออกแชมพูไปญี่ปุ่นกว่า 30% และลดต้นทุนสกินแคร์ได้แซงหน้าจีน
น.ส.กิตติวรรณ รัตนจันทร์ ผู้จัดการใหญ่ประจำ บริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ประเทศไทย ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายนวัตกรรมความงาม มีบริษัทแม่ในเยอรมนี กล่าวว่า จะเพิ่มความเข้มข้นทำตลาดไทยมากขึ้น โดยจะขยายฐานลูกค้าคลินิกนำผลิตภัณฑ์ไปใช้เพิ่ม 50% จากปัจจุบันมีกว่า 300 แห่ง พร้อมใช้งบตลาด 35% ของรายได้ ทำตลาดตรงถึงผู้บริโภคและคลินิก ล่าสุดได้ดึง จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา มาเป็นพรีเซนเตอร์เพื่อให้กลุ่มลูกค้าได้รู้จักเมิร์ซมากขึ้น เพราะตลาดเสริมความงามไทยโตมากปีละ 12-15% ส่วนเมิร์ซตั้งเป้าปีนี้รายได้ 500 ล้านบาท โตกว่า 30%







