
จ๊าดผันผวนทุบทุนไทย
เอกชนโอดค่าเงินจ๊าดผันผวน กระทบนักลงทุนไทยในเมียนมากลุ่มนำเข้าวัตถุดิบ ชี้ตั้งแต่ต้นปีเงินจ๊าดอ่อนค่าไปแล้ว 10%นายวิชัย เข็มทองคำ ที่ปรึกษาหอการค้า จ.ตาก และกรรมการผู้จัดการ บริษัท จีบิสเน็ซลิ้งค์ ผู้ผลิตและจำหน่ายปลากระป๋องและซอสปรุงรสแบรนด์ OCEAN และ READY ในเมียนมา กล่าวว่าเงินสกุลจ๊าดของเมียนมาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาอ่อนค่าลงไปแล้วกว่า 10% หรืออยู่ที่ 1,300-1,380 จ๊าด/เหรียญสหรัฐ จากปีก่อนเฉลี่ยอยู่ที่ 1,100 จ๊าด/เหรียญสหรัฐ โดยเงินจ๊าดที่ผันผวนและอ่อนค่าลง ถือเป็นความเสี่ยงของนักลงทุนไทยที่เข้าไปลงทุนในเมียนมา โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่นำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเข้ามาเพื่อผลิตขณะที่ สินค้าที่ผลิตและจำหน่ายในเมียนมาขณะนี้ ส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศ ด้วยไม่สามารถผลิตได้เองในประเทศ เช่น บรรจุภัณฑ์ กระป๋อง และขวดแก้ว เป็นต้น โดยเมื่อนำเข้าต้องจ่ายเป็นเงินสกุลเหรียญสหรัฐ แต่เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนเงินจ๊าดอ่อนค่าลงมาก ต้องใช้เงินจ๊าดในการจ่ายมากขึ้นซึ่งเป็นภาระต่อต้นทุนการผลิตได้สำหรับค่าเงินจ๊าดที่อ่อนค่าลงมากเมื่อเทียบกับเงินสกุลเหรียญสหรัฐ ทำให้ผู้ประกอบการที่มีความจำเป็นต้องนำเข้าสินค้าต่างประเทศมีความเสี่ยงม
เอกชนโอดค่าเงินจ๊าดผันผวน กระทบนักลงทุนไทยในเมียนมากลุ่มนำเข้าวัตถุดิบ ชี้ตั้งแต่ต้นปีเงินจ๊าดอ่อนค่าไปแล้ว 10%
นายวิชัย เข็มทองคำ ที่ปรึกษาหอการค้า จ.ตาก และกรรมการผู้จัดการ บริษัท จีบิสเน็ซลิ้งค์ ผู้ผลิตและจำหน่ายปลากระป๋องและซอสปรุงรสแบรนด์ OCEAN และ READY ในเมียนมา กล่าวว่าเงินสกุลจ๊าดของเมียนมาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาอ่อนค่าลงไปแล้วกว่า 10% หรืออยู่ที่ 1,300-1,380 จ๊าด/เหรียญสหรัฐ จากปีก่อนเฉลี่ยอยู่ที่ 1,100 จ๊าด/เหรียญสหรัฐ โดยเงินจ๊าดที่ผันผวนและอ่อนค่าลง ถือเป็นความเสี่ยงของนักลงทุนไทยที่เข้าไปลงทุนในเมียนมา โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่นำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเข้ามาเพื่อผลิต
ขณะที่ สินค้าที่ผลิตและจำหน่ายในเมียนมาขณะนี้ ส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศ ด้วยไม่สามารถผลิตได้เองในประเทศ เช่น บรรจุภัณฑ์ กระป๋อง และขวดแก้ว เป็นต้น โดยเมื่อนำเข้าต้องจ่ายเป็นเงินสกุลเหรียญสหรัฐ แต่เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนเงินจ๊าดอ่อนค่าลงมาก ต้องใช้เงินจ๊าดในการจ่ายมากขึ้นซึ่งเป็นภาระต่อต้นทุนการผลิตได้
สำหรับค่าเงินจ๊าดที่อ่อนค่าลงมากเมื่อเทียบกับเงินสกุลเหรียญสหรัฐ ทำให้ผู้ประกอบการที่มีความจำเป็นต้องนำเข้าสินค้าต่างประเทศมีความเสี่ยงมาก โดยเฉพาะธุรกิจที่นำเข้าสินค้าและวัตถุดิบจากต่างประเทศแล้วจัดจำหน่ายในประเทศเพราะ ขายของได้เงินน้อยลง แต่ต้องจ่ายมากขึ้น เท่ากับโดนกระทบ 2 เด้ง แต่หากเป็นผู้ประกอบการกลุ่มที่เน้นใช้วัตถุดิบภายในประเทศก็จะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
“ผู้ประกอบการไทยที่สนใจจะเข้าไปลงทุนในเมียนมา ควรทำประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนไว้ รวมถึงทำธุรกิจ 2 ทาง ทั้งนำเข้าและส่งออกเพื่อกระจายความเสี่ยง โดยการส่งออกจะต้องดูตลาดให้ดีด้วย เพราะบางครั้งการส่งออกก็มีการแข่งขันสูง ทำให้เกิดการต่อรองจากคู่ค้า” นายวิชัย กล่าว
สำหรับวิธีการที่ดี คือ ปรับตัวให้เร็ว ด้วยบางครั้งผู้ประกอบการอาจจำเป็นต้องใช้วิธีการปรับขึ้นราคาขายเพื่อเอาตัวรอด ซึ่งมักเป็นวิธีการสุดท้ายที่ผู้ประกอบการจะเลือกทำ เนื่องจากหากปรับราคาขึ้นสูงจนเกินไปจะทำให้ลูกค้าไม่ซื้อและหันไปสั่งซื้อจากรายอื่นแทน เพราะปัจจุบันลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น โดยบริษัทใช้วิธีตกลงราคาซื้อขายล่วงหน้าเป็นล็อตสั้นๆ เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ เริ่มปีนี้







