
กลุ่มดิจิทัลดาต้ามาแรง
สวทช.ชี้เทรนด์สตาร์ทอัพกลุ่มดิจิทัลดาต้ามาแรง ตั้งงบ 1,000 ล้าน เร่งสร้างผู้ประกอบการใหม่
นายเฉลิมพล ตู้จินดา ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่า แนวโน้มสตาร์ทอัพไทยมุ่งเข้าสู่การพัฒนาเป็นฐานข้อมูลดิจิทัลมากขึ้น จากเดิมที่จะเน้นการพัฒนาซอฟต์แวร์หรือแอพพลิเคชั่นเพื่อตอบสนองนโยบายอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงค์ และเทรนด์บิ๊กดาต้า รวมทั้งความต้องการของกลุ่มธุรกิจต่างๆ ที่ต้องการเทคโนโลยีที่เข้าถึงพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งจะนำไปสู่การศึกษาและวิจัยตลาดของสินค้าในอนาคตได้
“ประเทศไทยยังมีโอกาสอีกมากสำหรับสตาร์ทอัพ เพราะต่อไปข้อมูลดิจิทัล (ดิจิทัล อินฟอร์เมชั่น) จะเป็นตัวขับเคลื่อน และในประเทศไทยก็ยังมีหลายๆ ตัวที่ยังอยู่ในเทคโนโลยีหรือฐานข้อมูลเก่า ซึ่งถ้าไม่เร่งปรับตัวอนาคตก็จะแข่งขันได้ยากขึ้น” นายเฉลิมพล กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทขนาดใหญ่หลายๆ แห่งมีแนวโน้มที่จะหันมาใช้บริการสตาร์ทอัพในกลุ่มดิจิทัลดาต้าในการช่วยศึกษาข้อมูลตลาดให้เพิ่มมากขึ้น จึงทำให้เริ่มเห็นการร่วมมือและร่วมลงทุนกันระหว่างสตาร์ทอัพกับบริษัทคอร์ปอเรตขนาดใหญ่มากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสในการขยายตัวของสตาร์ทอัพกลุ่มนี้
นายเฉลิมพล กล่าวว่า สตาร์ทอัพในกลุ่มดิจิทัลดาต้าในประเทศไทยมีอยู่ประมาณ 10 กว่าราย จากจำนวนสตาร์ทอัพทั้งหมด 615 ราย ที่มีอยู่ในแพลตฟอร์มข้อมูล และมีแนวโน้มความต้องการอยู่ในทุกกลุ่มธุรกิจ ตั้งแต่กลุ่มเกษตรกรรมสมัยใหม่ กลุ่มสุขภาพ (เฮลท์แคร์) กลุ่มอาหาร กลุ่มโลจิสติกส์ และกลุ่มฟินเทค
สำหรับปีนี้ สวทช.มีแผนที่จะพัฒนาสตาร์ทอัพผ่านโครงการต่างๆ โดยมีงบสนับสนุนประมาณ 1,000 ล้านบาท เช่น การส่งเสริมการสร้างสตาร์ทอัพผ่านมหาวิทยาลัย ตั้งเป้าสร้างสตาร์ทอัพ 2-3 หมื่นคน การสร้างศูนย์บ่มเพาะสตาร์ทอัพของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (เอ็นไอเอ) และการสนับสนุนเงินกองทุนในการทำวิจัยและพัฒนากับมหาวิทยาลัยของรัฐตามความต้องการของภาคเอกชน เพื่อให้สามารถนำงานวิจัยที่ได้ลงจากหิ้งเข้าสู่ห้าง และนำไปพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์ต่อได้ โดยเฉพาะ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (นิว เอส เคิร์ฟ) ของรัฐบาล ภายใต้งบประมาณ 200 ล้านบาท มีผู้สนใจสมัครเข้ามาแล้ว 160-170 โครงการ







