
‘แอกซ่า’ ปั้นคนพันธุ์ ใหม่ รับยุคนวัตกรรม
การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและการเกิดนวัตกรรมใหม่ๆ
โดย...วารุณี อินวันนา
การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและการเกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ไม่เพียงแต่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการประกันภัยหลายด้าน ทั้งด้านสินค้า ช่องทางการขาย วิธีการชำระเงิน แต่ยังส่งผลกระทบต่อพนักงานที่จะต้องตามเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้ทัน เพื่อนำพาองค์กรเติบโตอย่างไม่สะดุด ทำให้การทำงานของฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ต้องปรับรูปแบบการบริหารคนใหม่ตามไปด้วย
ไฉไล หงส์ลดารมภ์ ผู้อำนวยการสายงานทรัพยากรบุคคล ดูแลกิจการด้านสายงานการบริหารทรัพยากรบุคคล บริษัท แอกซ่าประกันภัย กล่าวว่า จากนโยบายของบริษัทที่มีการสนับสนุนให้พัฒนาสินค้านวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ฝ่ายบุคคลยุคใหม่จึงต้องบริหารเกี่ยวกับบุคลากรให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงโดยทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารธุรกิจ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคดิจิทัล จะต้องหาแนวทางเข้าไปเติมกำลังคนที่ตรงกับตลาดเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโตต่อไปได้
“ยุคนี้ดัชนีชี้วัดผล งานของทรัพยากรบุคคลจึงไม่ได้อยู่แต่ในแผนกทรัพยากรบุคคลเท่านั้น แต่ไปผูกโยงกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อให้เกิดการทำงานเป็นทีม และทำให้พนักงานทำงานอยู่บนเป้าหมายใหญ่ของบริษัท ทำให้องค์กรเกิดการพัฒนา” ไฉไล กล่าว
ไฉไล กล่าวว่า ในยุคที่บริษัทสนับสนุนให้เกิดนวัตกรรมใหม่ บริษัทจึงต้องเน้นสร้างและรับคนที่มีมุมมองและความคิดแปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในคนรุ่นใหม่ วิธีการ คือ การออกไปโรดโชว์อาชีพตามมหาวิทยาลัยที่มีการสอนด้านประกันภัยโดยตรง แต่การรับคนกลุ่มนี้เข้ามาก็ต้องให้เกิดความสมดุลกับคนเก่าที่อายุการทำงานนาน ทั้งด้านการทำงาน การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในองค์กร ซึ่งจะทำให้เกิดความหลากหลายทางความคิด
ขณะที่กรอบในการสร้างและรับคนรุ่นใหม่ จะอิงยุทธศาสตร์การทำธุรกิจขององค์กรในระยะยาว เช่น บริษัทต้องการเป็นอย่างไรในปี 2563 และในอีก 10 ปีถัดไป หรือปี 2573 จากนั้นจึงนำยุทธศาสตร์ดังกล่าวมาวางแผนกำลังคนเพื่อให้สนับสนุนยุทธศาสตร์ของบริษัท
ทั้งนี้ จากการที่กลุ่มแอกซ่ามีการสำรวจตลาดประกันภัย ถึงทักษะของบุคลากรภายใต้โลกยุคนวัตกรรม มีความต้องการกลุ่มคนที่ความสามารถด้าน 2 ด้าน หนึ่ง คือ ทักษะด้านการบริหารจัดการความเปลี่ยนแปลง สอง คือ ทักษะด้านการเป็นเพื่อนคู่คิด ให้คำปรึกษา ให้คำแนะนำของบริษัท
“เมื่อทราบยุทธศาสตร์ของบริษัท ทราบความต้องการของตลาด เราก็มาดูว่า มีบุคลากรที่มีทักษะด้านนี้ไหม และจัดการฝึกอบรมเพื่อสร้างทักษะเหล่านี้ พร้อมกันนั้น ก็ดำเนินการสรรหาคนที่มี 2 ทักษะดังกล่าวเข้ามาเติม เป็นการจัดกำลังคนที่มีกำลังความสามารถในการบริหารความเปลี่ยนแปลง และนำพาบริษัทไปสู่เป้าหมายในอนาคต” ไฉไล กล่าว
นอกจากนี้ กระบวนการตัดสินใจซื้อสินค้า (Customer Journey) ของลูกค้าในยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนไป ทำให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลต้องปรับรูปแบบการทำงานแบบใหม่ หรือที่เรียกว่า HR สมัยใหม่ ด้วยการ หนึ่ง มีการทำงานแบบเคียงบ่าเคียงไหล่กับกรรมการผู้อำนวยการ และผู้บริหารธุรกิจในแต่ละสาย สอง มีการบริหารจัดการทุนมนุษย์ที่มีอยู่ให้เป็นเพื่อนคู่คิด ให้คำปรึกษา ให้คำแนะนำของบริษัท และสาม จัดทีมขึ้นเพื่อออกแบบสินค้าที่ตรงกับงานและมีความเชี่ยวชาญในแต่ละสายงาน ซึ่งสายงานทรัพยากรบุคคลจะต้องค้นหาและทำการจัดกำลังคนที่มีความสามารถมาเติม ซึ่งจะต้องทำการประเมินกำลังคนทุกปี เพื่อทำการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม
การปรับรูปแบบการทำงานของสายงานทรัพยากรบุคคลดังกล่าว ก็เพื่อทำให้กระบวนการออกแบบสินค้า บริการ และนำส่งไปให้ถึงมือลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและตอบโจทย์ลูกค้า
นอกจากนี้ สายงานทรัพยากรบุคคลยังต้องทำงานร่วมกับฝ่ายภาพลักษณ์ แบรนด์ของบริษัท ด้วยการสร้างบุคลิกภาพของกำลังคน แนวคิดของพนักงาน ที่จะสะท้อนนโยบายของบริษัทออกไปสู่โลกภายนอกได้รับรู้ ขณะเดียวกัน บริษัทมีความเชื่อในเรื่องของความหลากหลายของบุคลากร เพราะทำให้เกิดการสร้างสรรค์การทำงานที่มีความแตกต่างกัน ที่แอกซ่าจึงมีทั้งคนรุ่นเก่า กลาง และคนรุ่นใหม่ ที่พร้อมจะพัฒนาความสามารถขึ้นไปทดแทนคน 2 รุ่นแรก โดยคน 2 รุ่นแรกมีสัดส่วนมากที่สุด
นอกจากจะมีความหลากหลายทางด้านอายุ ยังมีความหลากหลายทางเพศ โดยมีกลุ่มเพศทางเลือก กลุ่มคนพิเศษ เพิ่มเข้ามา จึงต้องจัดกลยุทธ์ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไม่รู้สึกแตกต่าง
ไฉไล กล่าวว่า เข้ามาร่วมงานกับ แอกซ่า ประกันภัย ได้ 3 ปีแล้ว ที่ผ่านมาสามารถทำให้บรรยากาศการทำงานร่วมกันได้ดี โดยปีแรกๆ รู้สึกว่าหืดขึ้นคอ เพราะคนที่นี่มีอายุงานค่อนข้างนาน จึงมีการทยอยเติมคนรุ่นใหม่ๆ เข้ามา เพื่อเตรียมกำลังคนที่มีความพร้อมในการรับการเปลี่ยนแปลง และเป็นที่ปรึกษา คู่คิดให้บริษัทได้ บุคลากรเหล่านี้จะขึ้นไปรอทดแทนกำลังคนรุ่นก่อนๆ สร้างสีสันเพิ่มขึ้น และการทยอยเติมคนรุ่นใหม่ ทำให้คนต่างวัยมองกันและกันอย่างเป็นมิตรและเป็นบวกต่อกัน
ไฉไล บอกว่า การที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลต้องทำงานร่วมกับฝ่ายสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร เพื่อสื่อถึงความเป็นมืออาชีพของบริษัท ทำให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลต้องหาทางวางกระบวนการทำให้พนักงานสะท้อนภาพนั้นออกมาด้วย โดยมีผู้นำระดับสูงเป็นแบบอย่าง ทั้งการแต่งตัว บุคลิกภาพ แนวคิด ที่จะแทรกซึมเข้าไปในกลุ่มพนักงานทุกระดับ
ภายใต้โลกที่เปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคนวัติกรรม ไม่เพียงแต่ฝ่ายบริหารเท่านั้นที่ต้องปรับเปลี่ยน ฝ่ายทรัพยากรบุคคลเองก็ต้องเร่งเตรียมกำลังคนให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ๆ มาร่วมนำพาบริษัทบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจที่วางไว้ในอนาคต







