
คนร.ไฟเขียวขสมก.ประมูลเมล์เอ็นจีวี-ไฟฟ้า
คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจเห็นชอบ ขสมก.ประมูลเมล์เอ็นจีวี-ไฟฟ้า เผยรถเมล์ไฟฟ้าเปิดประมูลกลางปีก่อนส่งมอบล็อตแรก 50 คันภายในเดือนธ.ค.
คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจเห็นชอบ ขสมก.ประมูลเมล์เอ็นจีวี-ไฟฟ้า เผยรถเมล์ไฟฟ้าเปิดประมูลกลางปีก่อนส่งมอบล็อตแรก 50 คันภายในเดือนธ.ค.
นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(คนร.) เห็นชอบโครงการจัดหารถโดยสารประจำทางหรือรถเมล์เอ็นจีวีจำนวน 489 คัน และรถเมล์ไฟฟ้า 200 คัน เนื่องจากเป็นโครงการเร่งด่วนที่มีผลต่อประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน ดังนั้นจะนำเรื่องดังกล่าวรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) ในวันที่ 21 เม.ย.นี้ ส่วนด้านโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีใหม่จะเร่งดำเนินการเปิดประมูลภายในกลางปีนี้ คาดว่าจะได้ตัวผู้ชนะภายในเดือนมิ.ย.และลงนามสัญญาภายในเดือน ก.ค. เพื่อสามารถนำรถเมล์ใหม่มาให้บริการประชาชนภายในปีนี้ ตามข้อกำหนดที่ระบุว่าผู้ชนะประมูลต้องส่งมอบรถเมล์เอ็นจีวีภายใน 90 วันหลังเซ็นสัญญาหรือภายในเดือน ต.ค.-พ.ย.นี้
สำหรับการจัดหารถเมล์ไฟฟ้าจำนวน 200 คันนั้นก่อนหน้านี้ได้ทำประชาพิจารณ์แล้ว 1 ครั้ง และเตรียมที่จะทำประชาพิจารณ์ครั้งที่ 2 ในเดือนเม.ย.นี้ จากนั้นจะเปิดประมูลและคาดว่าจะได้ผู้ชนะการประมูลเดือนพ.ค.หรือมิ.ย.นี้ ซึ่งตามร่างทีโออาร์นั้นจะรับมอบรถล็อตแรกในเดือนธ.ค.นี้จำนวน 50 คัน ก่อนส่งมอบล็อตที่ 2 จำนวน 50 คันในเดือนก.พ. 61 ล็อตที่ 3 จำนวน 50 คัน ในเดือนเม.ย.61 และล็อตที่ 4 จำนวน 50 คัน เดือนมิ.ย.61
นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า โครงการจัดหารถเมล์ใหม่เป็นหนึ่งของแผนฟื้นฟูกิจการของขสมก.ในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า (ระหว่างปี 60-64) โดยตั้งเป้าจัดหารถเมล์ใหม่ทั้งหมด 3,450 คัน จากปัจจุบันที่มีรถเมล์อยู่ราว 2,735 คัน เพื่อรองรับการปฏิรูปเส้นทางเดินรถโดยสารประจำทางใหม่ของกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)จำนวน 138 เส้นทาง ประกอบด้วยการจัดหารถเมล์เอ็นจีวีล็อตแรก 489 คันภายในปี 2560 จัดหารถเมล์เอ็นจีวี 700 คนภายในปี 2561 ส่วนในปี 2562 จะจัดหา 600 คัน ปี 2563 จัดหาเพิ่มอีก 700 คันและในปี 2564 อีก 761 คัน ร่วมกับจัดหารถเมล์ไฟฟ้าอีก 200 คันช่วงระหว่างปี 2560-2564 อย่างไรก็ตาม ขสมก.ตั้งเป้าปลดระวางรถเมล์เก่าราว 2,700 คันภายในปี 2564 ประกอบด้วยปลดระวางในปี 2560 จำนวน 107 คัน ปี 2561 จำนวน 501 คัน ปี 2562 จำนวน 624 คัน ปี 2563 จำนวน 669 คัน และปี 2564 จำนวน 852 คัน







