
สร้างเสริมประสบการณ์ (ธรรมชาติ) ให้ลูกน้อย
ในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ในทางกลับกันก็ทำให้เรายิ่งถอยห่างจากธรรมชาติมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับเด็กๆ ในยุคนี้
โดย...นิตยสารบ้านและสวน
ในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ในทางกลับกันก็ทำให้เรายิ่งถอยห่างจากธรรมชาติมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับเด็กๆ ในยุคนี้ คงจะดีถ้าคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองเปิดโอกาสให้ลูกน้อยได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติบ้าง เพราะนี่ก็คือสวนสนุกที่ทำให้พวกเขาได้เรียนรู้และยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดพัฒนาการที่ดีแก่ตัวเด็กเองด้วย ลองมาดูไอเดียในการสร้างประสบการณ์เกี่ยวกับธรรมชาติให้เด็กน้อย ซึ่งเริ่มง่ายๆ ได้จากที่บ้านกันเถอะ
วิทยาศาสตร์การปลูก เสริมทักษะของนักวิทยาศาสตร์ช่างสังเกต ด้วยกิจกรรมให้เด็กๆ ได้มีส่วนร่วมในการลงมือทำทุกขั้นตอน อย่างการทำแปลงปลูกผักกินเองที่บ้าน โดยเริ่มจากผักที่ปลูกง่าย เช่น ต้นอ่อนทานตะวัน ต้นหอม ผักชี พริก คะน้า ผักบุ้งจีน กะเพรา โหระพา มะเขือเทศ พร้อมทั้งบอกถึงประโยชน์ของผักแต่ละชนิดให้เขาได้จดจำ เรียนรู้ชื่อและลักษณะของผักแต่ละชนิดด้วยตัวเอง สำหรับคนที่มีพื้นที่เพาะปลูกน้อยสามารถปลูกผักใส่ภาชนะอย่างขวดน้ำพลาสติก ทำสวนแนวตั้ง ปลูกลงกะละมัง ใส่ตะกร้า หรือกระบะปลูกที่แขวนกับราวระเบียงได้
ชั่วโมงเรียนศิลปะ เด็กแต่ละคนจะมีพัฒนาการและการแสดงออกทางศิลปะที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและธรรมชาติที่อยู่รอบตัว เป็นวัยที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจินตนาการ พ่อแม่มีส่วนช่วยส่งเสริมด้วยการชวนลูกออกไปเดินเล่นข้างนอก เพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปะจากวัสดุธรรมชาติที่หาได้ง่ายภายในรั้วบ้าน เช่น ใบไม้ กิ่งไม้ ก้านกล้วย ดอกไม้ เมล็ด และผลไม้ ใช้ทำแม่พิมพ์ หรือที่เรียกกันว่า “Printmaking” โดยนำไปจุ่มสีแล้วกดลง บนกระดาษจนเกิดภาพ ฝึกการเคลื่อนไหว ประกอบกับการใช้สายตา จดจำสี ก่อให้เกิดสมาธิ การแสดงออกอย่างอิสรเสรีที่เต็มไปด้วยจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ล้วนเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาสมองทั้งสองด้าน คือ ด้านอารมณ์และเหตุผล อีกทั้งส่งเสริมให้เด็กฝึกสังเกต มีไหวพริบ มีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักควบคุมตัวเอง และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
หัตถกรรมจากธรรมชาติ คนสมัยก่อนนำธรรมชาติมาดัดแปลงเป็นของเล่นให้เด็กๆ เช่น ม้าก้านกล้วย เรือกาบกล้วย ลูกยางโดดร่ม รถลากกาบหมาก เดินกะลา ซึ่งเป็นภูมิปัญญารุ่นปู่ย่าตายายถ่ายทอดบทเรียนอันล้ำค่าให้ลูกหลานที่นับวันค่อยๆ เลือนหายไปจากชีวิตคนเมืองอย่างเราทุกที นี่เป็นตัวอย่างเล็กๆ จากการเล่นของเด็กสมัยก่อน สะท้อนให้เห็นว่าพวกเขาได้เรียนรู้อะไรบ้าง เพราะการละเล่นในยุคนั้นล้วนต้องเล่นกับเพื่อนแทบทั้งสิ้น เปรียบเสมือนห้องเรียนวิชาสังคมว่าด้วยเรื่องของการอยู่ร่วมกัน เด็กได้เรียนรู้การปรับตัวและการอยู่ร่วมกับเพื่อน รู้จักเสียสละ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ส่งผลให้พวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันข้างหน้า
เพื่อนรักสัตว์เลี้ยง สอนลูกให้รู้จักสัตว์เลี้ยงเหมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว เพื่อหล่อหลอมให้เขารักและเข้าใจสัตว์เลี้ยง รู้จักวิธีอุ้มหรือเล่นอย่างระมัดระวัง ปลูกฝังให้เขาเป็นคนมีจิตใจเมตตา โอบอ้อมอารี อีกทั้งยังช่วยปรับพฤติกรรมให้เป็นคนอ่อนโยนตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าสุนัขแสนรู้ที่ควรเผื่อสนามให้เด็กๆ ได้วิ่งเล่นด้วยกัน กิจกรรมการให้อาหารปลาที่นอกจากบ่อปลาจะเป็นองค์ประกอบในสวนแล้ว ยังถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่คุณและเจ้าตัวน้อยสามารถมาใช้ชีวิตและเวลาในสวนร่วมกันได้ นอกจากนี้คุณอาจสร้างพื้นที่ให้บรรดาสัตว์น้อยใหญ่ในธรรมชาติได้แวะเวียนเข้ามาเพื่อสอนให้เด็กๆ รู้จักธรรมชาติ เช่น การปลูกทุ่งดอกไม้ช่วยเรียกผีเสื้อให้บินเข้ามาในสวน
โรงพละ (กำลัง) ของเด็กๆ ก้าวแรกของลูกเมื่อพ่อแม่พาออกจากบ้าน นั่นเท่ากับว่าได้พาเขาออกกำลังกายไปด้วยในตัว หรือเพียงแค่ได้หยิบจับสิ่งของ เครื่องเล่น ตุ๊กตา ตลอดจนการแต่ง
ตัวเอง สนามหญ้ากว้างคือคำตอบของลูกน้อย ปล่อยให้เขาได้วิ่งเล่นในสวน กระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเอนดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารสร้างความสุขให้แก่ลูกน้อย หรือทำบ่อทรายให้ลูกเล่น เป็นการตอบสนองต่อการหยิบจับสัมผัสสิ่งต่างๆ รอบตัว และสร้างสรรค์ตามจินตนาการ รวมถึงบ้านต้นไม้ ซึ่งเป็นความใฝ่ฝันของใครหลายคน ลองใส่บันไดที่มีช่วงก้าวสั้นและแคบในระดับความสูงที่ปลอดภัย ให้เด็กได้สนุกกับการปีนป่าย ส่งผลให้กล้ามเนื้อและกระดูกของเขาแข็งแรง มีการทรงตัวดี เพราะร่างกายได้เคลื่อนไหวอยู่เสมอ







