
‘เมียนมา’แก้กฎลงทุน
เดินหน้ารวมกฎหมาย2ฉบับ สร้างความเท่าเทียมต่างชาติ-ท้องถิ่น
เดินหน้ารวมกฎหมาย2ฉบับ สร้างความเท่าเทียมต่างชาติ-ท้องถิ่น
รัฐบาลเมียนมาเดินหน้าแก้ไขกฎหมายลงทุนรวม 2 ฉบับเข้าด้วยกัน คาดมีผลบังคับใช้เร็วๆ นี้ สร้างความเท่าเทียมนักลงทุน
นายอู อ่อง เนียง อู เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการบริหารจัดการการลงทุนของเมียนมา (DICA) เปิดเผยว่า รัฐบาลเมียนมาได้เดินหน้าแก้ไขกฎหมายลงทุนให้มีความทันสมัยและคล่องตัวมากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้กับนักลงทุนทั้งท้องถิ่นและต่างชาติได้เท่าเทียมกัน โดยกฎหมายใหม่ที่ร่างขึ้นมานี้มีชื่อว่ากฎหมายแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งรวมกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน 2 ฉบับเข้าด้วยกัน ได้แก่ กฎหมายการลงทุนของพลเมืองเมียนมา ที่บังคับใช้ในปี 2556 และกฎหมายการลงทุนของธุรกิจต่างชาติที่มีผลบังคับใช้ในปี 2555 คาดว่ากฎหมายใหม่นี้จะออกและมีผลบังคับใช้เร็วๆ นี้
ทั้งนี้ กฎหมายลงทุนฉบับใหม่นี้สอดคล้องกับกรอบความตกลงของอาเซียนที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน ดังนั้นหลักการ หรือข้อตกลงใดที่อยู่ในกรอบกฎหมายการลงทุนฉบับใหม่ ก็จะมีไว้อย่างครบถ้วนเพื่อตอบรับการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) รวมทั้งยังได้มีแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานการลงทุนของอาเซียน
“กฎหมายการลงทุนฉบับใหม่นี้เปลี่ยนแปลงเนื้อหาหลายอย่าง แต่รัฐบาลพยายามดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อให้มีผลบังคับใช้ในปี 2560 ซึ่งกฎหมายใหม่นี้จะมีความชัดเจนว่าจะไม่แบ่งแยกระหว่างนักลงทุนท้องถิ่นและต่างชาติ และจะเปิดโอกาสให้อย่างเท่าเทียมกัน ระบุไว้ชัดในมาตรา 10 และ 11” นายอู อ่อง กล่าว
สำหรับกฎหมายลงทุนฉบับใหม่ นักลงทุนท้องถิ่นและต่างชาติสามารถลงทุนในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมใดก็ได้ที่รัฐบาลมีนโยบายเปิดเสรี หากมีการจัดตั้งและยื่นตามกระบวนการ ยกเว้นธุรกิจ 4 ประเภทที่กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้เป็นธุรกิจที่ห้ามลงทุน หรือต้องพิจารณาเป็นพิเศษ ได้แก่ 1.ธุรกิจที่ทั้งนักลงทุนท้องถิ่นและต่างชาติห้ามลงทุนเลย ซึ่งคือกิจการของรัฐ 2.ธุรกิจที่ห้ามเฉพาะนักลงทุนต่างชาติ 3.ธุรกิจที่นักลงทุนต่างชาติลงทุนได้แต่ต้องผ่านกิจการร่วมทุนกับนักลงทุนท้องถิ่น หรือบุคคลธรรมดาในประเทศ และ 4.ธุรกิจที่ทั้งนักลงทุนท้องถิ่นและต่างชาติ ต้องได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการการลงทุนเมียนมา (MIC)
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเมียนมามีความตั้งใจที่จะลดข้อจำกัดและยกเลิกข้อห้ามการลงทุนในธุรกิจ 4 ประเภทในระยะต่อไป เพื่อเปิดเสรีการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจให้มากขึ้น







