posttoday
ขาย Options อย่างไรให้ปลอดภัยได้ผลตอบแทนเพิ่ม (3)

ขาย Options อย่างไรให้ปลอดภัยได้ผลตอบแทนเพิ่ม (3)

17 เมษายน 2560

ในบทความตอนที่ 2 ผมได้แนะนำเกี่ยวกับวิธีการขาย Call Options เพื่อผลตอบแทนโดยเป็นกลยุทธ์

โดย...บริษัทตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย)

ในบทความตอนที่ 2 ผมได้แนะนำเกี่ยวกับวิธีการขาย Call Options เพื่อผลตอบแทนโดยเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะกับช่วงที่เราถือสินค้าอ้างอิงและกำลังรอขายสินค้าอ้างอิงที่ราคาสูงกว่าราคาตลาด สำหรับบทความนี้ผมจะมาแนะนำเกี่ยวกับวิธีการขาย Put Options เพื่อเพิ่มผลตอบแทนซึ่งจะมีมุมมองแตกต่างกับการขาย Call Options ถ้าพร้อมแล้วเรามาดูรายละเอียดกันครับ

สำหรับลักษณะของ Put Options ที่เกี่ยวกับการใช้สิทธิและราคาใช้สิทธิ ผู้ที่ขาย Put Options จะรับผลตอบแทนจากผู้ซื้อเป็นค่า Premium และเมื่อถึงวันที่ Options หมดอายุ ถ้าราคาของสินค้าอ้างอิงต่ำกว่าราคาใช้สิทธิ ผู้ที่ซื้อ Put Options ไว้จะมาใช้สิทธิในการขายสินค้าอ้างอิงที่ระดับราคาใช้สิทธิ ซึ่งผู้ที่ขาย Put options จะต้องทำตามสัญญาโดยการซื้อสินค้าอ้างอิงจากผู้ซื้อ Put Options ที่ราคาใช้สิทธินั้น แต่ถ้าที่ราคาสินค้าอ้างอิงสูงกว่าราคาใช้สิทธิ ผู้ซื้อ Put options ก็จะไม่ใช้สิทธิเนื่องจากสามารถขายสินค้าอ้างอิงในตลาดได้แพงกว่าการใช้สิทธิจาก Put Options ที่ถือไว้

มุมมองการขาย Put Options เพื่อเพิ่มผลตอบแทน จะเกิดขึ้นในกรณีที่เรามีความต้องการลงทุนในสินค้าอ้างอิง แต่รู้สึกว่าราคาตลาดของสินค้าอ้างอิงในปัจจุบันยังแพงเกินไป เช่น เราสนใจลงทุนในดัชนี SET50 ผ่านการซื้อ SET50 Index Futures และมีความต้องการหรือกำลังรอโอกาสในการซื้อ SET50 Index Futures ในระดับราคาที่แน่นอนที่ต่ำกว่าราคาในปัจจุบัน (มีเป้าหมายของราคาที่ต้องการซื้อชัดเจน) เราจะสามารถขาย SET50 Index Put Options ที่มีราคาใช้สิทธิที่เท่ากับระดับราคาที่เราอยากซื้อ เพื่อรับ Premium เป็นค่าตอบแทน

ตัวอย่างเช่น ปัจจุบัน S50H17 อยู่ที่ 990 จุด แต่ราคาของ S50H17 ที่เราพอใจจะซื้ออยู่ที่ 975 จุด โดยถ้าราคา S50H17 ลงมาไม่ถึง 975 จุด จะไม่ซื้อเด็ดขาด หรือถ้า SET50 Index Futures ราคาปรับตัวขึ้นไปก็ไม่เป็นไร หากมีแนวคิดในการลงทุนลักษณะนี้ ให้ทำการขาย SET50 Index Put Options ที่มีราคาใช้สิทธิที่ 975 จุด (S50H17P975) ซึ่งจะได้ค่า Premium ประมาณ 10 จุด เป็นผลตอบแทน

การที่เรามีสถานะขาย SET50 Index Put Options ที่มีราคาใช้สิทธิต่ำกว่าราคาตลาด ในระหว่างกำลังที่รอโอกาสซื้อ SET50 Index Futures ตามเหตุการณ์ที่ยกตัวอย่างขึ้นมาข้างต้น เราสามารถแบ่งกรณีที่จะเกิดขึ้นในอนาคตวันที่ SET50 Index Futures และ SET50 Index Options หมดอายุ ออกเป็น 3 กรณี ได้แก่

1) ถ้าราคา S50H17 ปรับตัวลดลงต่ำกว่า 975 จุด เราจะได้โอกาสในการซื้อ S50H17 ในราคาที่เราตั้งเป้าหมายไว้ ซึ่งในกรณีนี้ผู้ที่ซื้อ S50H17P975 จะมาใช้สิทธิในการขาย S50H17 ให้กับเราที่ราคา 975 จุด แต่เนื่องจากในตอนแรกที่เราได้ผลตอบแทนจากขาย Put Options ได้ Premium มาก่อนหน้านี้แล้ว 10 จุด จึงช่วยทำให้ต้นทุนในการซื้อของเราลดลงจาก 975 จุดที่ตั้งใจไว้ เหลือเพียง 965 จุด อย่างไรก็ตามในวันนั้น S50H17 ได้หมดอายุลงไปแล้วเราก็สามารถลงทุนในดัชนี SET50 ด้วยการซื้อ S50M17 แทน

2) ถ้าราคา S50H17 ปรับตัวลงมาจาก 990 จุด แต่ไม่ถึง 975 จุด ตามที่ตั้งเป้าหมายในการซื้อเอาไว้ ในกรณีนี้เราจะเสียโอกาสในการซื้อ แต่จะได้ค่า Premium มาชดเชยการเสียโอกาส และถ้ามั่นใจว่ายังต้องการซื้อดัชนี SET50 ในราคาเดิม 975 จุด ก็สามารถขาย S50M17P975 ได้ใหม่ เพื่อรับผลตอบแทนเพิ่ม

3) ถ้าราคา S50H17 ปรับตัวขึ้นจาก 990 จุด ผู้ที่ซื้อ S50H17P975 จะไม่มาใช้สิทธิขายสินค้าอ้างอิง ในกรณีนี้เราก็จะพลาดโอกาสในการซื้อเช่นเดียวกันกับกรณีที่ 2 แต่เราก็จะได้ผลตอบแทนจากการขาย Put Options มาชดเชยโอกาสที่เสียไป

จะเห็นได้ว่าการขาย Put Options (S50H17P9750) จะช่วยเพิ่มผลตอบแทนให้กับการลงทุนได้ จึงสามารถสรุปได้อีกเช่นเดียวกันว่าการขาย Put Options โดยมีมุมมองของการลงทุนในสินค้าอ้างอิง จะช่วยทำให้การขาย Options ไม่ใช่การกระทำที่มีความเสี่ยง แต่เป็นกลยุทธ์ในการเพิ่มผลตอบแทน (Yield Enhancement) ในกรณีที่เรากำลังรอโอกาสซื้อสินค้าอ้างอิงในราคาที่เราต้องการ

ในบทความตอนหน้าผมจะมาแนะนำเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการขาย Put Options ขณะรอซื้อสินค้าอ้างอิงโดยที่มีเทคนิคเพิ่มเติมในการไม่พลาดโอกาสกรณีที่ราคาสินค้าอ้างอิงปรับตัวสูงขึ้น สำหรับ
ผู้ลงทุนที่สนใจการซื้อขายอนุพันธ์ใน TFEX สามารถหาข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับการซื้อขาย Futures หรือ Options ได้จากโบรกเกอร์ที่ท่านใช้บริการ หรือเว็บไซต์ www.tfex.co.th

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ