
รัฐหนุนระบบ GIสร้างแบรนสินค้ามีคุณภาพเพิ่มรายได้
นายกฯจัดรายการ"ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน"กำลังหาทางเพิ่มรายได้ให้ประชาชนกลุ่มฐานรากชี้ระบบ GI ช่วยวางแผนชาติ
ายกฯจัดรายการ"ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน"กำลังหาทางเพิ่มรายได้ให้ประชาชนกลุ่มฐานรากชี้ระบบ GI ช่วยวางแผนชาติ
เมื่อวันที่ 14 เม.ย.60พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่ารัฐบาลพยายามแก้ปัญหา พยายามเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งก็ต้องมีทั้งแบบเฉพาะหน้า และมีในเรื่องของการปฏิรูประยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มฐานรากที่มีความ สำคัญรัฐบาลมีหลายแนวทางที่จะส่งเสริมเพิ่มรายได้ให้กับภาคการผลิตผ่านการเชื่อมโยง “ห่วงโซ่มูลค่า” ให้มากขึ้น ให้เกิดมูลค่า เกิดนวัตกรรม มีราคาสูงขึ้น โดยการส่งออก หรือนำสู่การผลิตค้าขายในธุรกิจต่อเนื่องก็ตามเพื่อจะทำให้รายได้เพียงพอต่อการใช้จ่าย เราจะได้สามารถซื้อหาของใช้ที่ทันสมัย ทันเทคโนโลยี ที่มีราคาสูงขึ้น เช่นรถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูงได้ในอนาคตเพื่อจะได้ให้ทุกคนมีความสุข ได้ใช้ประโยชน์ ตรงกับความต้องการ เพื่อจะสร้างความสุขในชีวิตประจำวันทั้งตนเองและครอบครัวได้ให้เร็วขึ้น
ยกตัวอย่าง เช่น การเสริมสร้างฐานการผลิตของชุมชนให้เข้มแข็ง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ซึ่งเราทำไว้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ก็คือการส่งเสริมการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ที่เรียกว่า จีไอ (GI : Geographical Indication) ของผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และเป็นที่รู้จักของแหล่งผลิตในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งถือเป็นการสร้าง “แบรนด์” ให้สินค้า สร้างชื่อให้คนรู้จัก คุ้นเคยโดยสินค้าที่ขึ้นทะเบียนนั้น จะได้รับความคุ้มครองชื่อสินค้าให้เป็น “สิทธิของชุมชน” มีการทำการตลาด และรับรองคุณภาพ จากแหล่งผลิตสินค้าที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว หรือแหล่งผลิตที่มีกระบวนการสอดคล้องกับหลักการสากล – ไม่ผิดกฎหมายอื่นๆเช่น การค้ามนุษย์, ใช้แรงงานเด็ก ทำให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า เพราะการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อ ผู้บริโภค จะทำให้ได้ราคาดีขึ้น สามารถสร้างความมั่นคงของอาชีพ และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน อีกทั้ง ยังช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับแหล่งพื้นที่ที่ผลิตสินค้านั้นด้วย
นอกจากนั้น ยังได้มีการจัดทำ GI สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกไปยังต่างประเทศ เพื่อยกระดับสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทยสู่สากล และส่งเสริมการขยายตลาดการส่งออก อาทิ เช่น ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้, กาแฟดอยตุง, กาแฟดอยช้าง และข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ที่ส่งออกไปยังสหภาพยุโรป เป็นต้น และยังมีอีกหลายชนิด หลายผลิตภัณฑ์จำนวนมาก ที่จะต้องเดินหน้าผลักดัน – ส่งเสริมสินค้า GI ของไทย ให้ได้รับการคุ้มครองในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
"โดยอยู่ระหว่างการขอจดทะเบียน GI ไทยที่มีศักยภาพ ในประเทศจีน กัมพูชา ญี่ปุ่น และเวียดนาม ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการยกระดับสินค้า และสร้างโอกาสทางการตลาด ให้แก่วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการสนับสนุนแบบครบวงจรโดยได้ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า – ซูเปอร์มาร์เก็ตที่สนใจ โดยจัดให้มีพื้นที่จำหน่ายสินค้า GI รวมทั้ง การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดสินค้า GI เช่น งานมหกรรมสินค้าสินค้าที่มีสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI Market) ที่จัดเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้ งาน GI Market ครั้งที่ 1 กำลังจัดอยู่ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ จนถึงวันที่ 3 พฤษภาคม ครั้งต่อไป ก็จะจัด ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต ในวันที่ 1 – 7 สิงหาคม ผมอยากให้พี่น้องประชาชนทุกท่านร่วมอุดหนุน เพื่อให้สินค้า GI ของไทย แพร่หลายออกไปทั่วโลก และช่วยกระจายรายได้ให้กับพี่น้องในชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศด้วย







