
9 บจ.ไทยแจ๋ว ติด 200 บริษัทเติบโตแข็งแกร่งในเอเชีย
นิตยสาร Forbes Asia ประกาศอันดับ Asia’s 200 Best Under a Billion ประจำปี 2553 โดยบจ. ไทย ติด 9 แห่ง แบ่งเป็นตลาดหลัทรัพย์ 6 แห่ง และตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ 3 แห่ง
นิตยสาร Forbes Asia ประกาศอันดับ Asia’s 200 Best Under a Billion ประจำปี 2553 โดยบจ. ไทย ติด 9 แห่ง แบ่งเป็นตลาดหลัทรัพย์ 6 แห่ง และตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ 3 แห่ง
นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า ในปีนี้มีบริษัทจดทะเบียนไทย จำนวน 9 บริษัท ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าไปอยู่ในการจัดอันดับ Asia’s 200 Best Under a Billion โดยนิตยสาร Forbes Asia ซึ่งค้นหาสุดยอดบริษัท 200 แห่งจากทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่มียอดขายไม่เกิน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
สำหรับบริษัทจดทะเบียนไทย 9 บริษัท เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 6 บริษัท ได้แก่ บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี (AIT) บริษัท ไดนาสตี้เซรามิค (DCC) บริษัท. เอ็ม.ซี.เอส.สตีล (MCS) บริษัท ศุภาลัย (SPALI) บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ (STPI) และ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) ซึ่ง PS เป็นบริษัทที่ติดอันดับต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
นอกจากนี้ ยังมีบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ 3 บริษัทที่ติดอันดับ ได้แก่ บริษัท ควอลลีเทค (QLT) บริษัท. ไทย เอ็น ดี ที (TNDT) และ บริษัท โรงพยาบาลไทยนครินทร์ (TNH)
ทั้งนี้ เมื่อปี 2552 มีบริษัทจดทะเบียนที่ผ่านเกณฑ์คัดเลือกของ Forbes 5 แห่ง และมีเพียงบริษัทในตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น แต่ในปีนี้มีบริษัทจดทะเบียนผ่านการคัดเลือกถึง 9 แห่ง ซึ่งเป็นจำนวนสูงที่สุดในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา และเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ถึง 3 แห่ง นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี และชี้ให้เห็นว่าบริษัทจดทะเบียนมีการฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจและเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยทั้ง 9 บริษัทมียอดขายและผลกำไรในปี 2552 เติบโตจากปีก่อนเฉลี่ย 26% และ 51% ตามลำดับ และมีมูลค่าตลาดรวม 106,578 ล้านบาท
การจัดอันดับ “Asia’s 200 Best Under a Billion” ในปี 2553 มีบริษัทใหม่ถึง 151 บริษัท และมีบริษัทจากประเทศในกลุ่มอาเซียน 31 บริษัท จาก 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย (9 บริษัท) มาเลเซีย (9 บริษัท) สิงคโปร์ (8 บริษัท) ฟิลิปปินส์ (3 บริษัท) อินโดนีเซีย (1 บริษัท) และเวียดนาม (1 บริษัท) ในปีนี้ เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียมีอัตราการเติบโตสูงกว่าภูมิภาคอื่น และยังเป็นส่วนสำคัญที่สนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก







