posttoday
กนง.รับต้นตอบาทแข็ง ไทยเกินดุลเดินสะพัดสูง

กนง.รับต้นตอบาทแข็ง ไทยเกินดุลเดินสะพัดสูง

13 เมษายน 2560

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เผยแพร่รายงานการประชุมเมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2560 (ฉบับย่อ)

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เผยแพร่รายงานการประชุมเมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2560 (ฉบับย่อ) โดยยอมรับว่าดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดูสูงทำให้เงินบาทแข็งค่ามากกว่าคู่ค้าคู่แข่ง พร้อมย้ำค่าเงินยังผันผวนอาจแข็งค่าหรืออ่อนค่าได้ เอกชนควรป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังจับตาการปล่อยกู้ที่ไม่ผ่านธนาคาร ซึ่งโตเร็วแย้มอาจเพิ่มเกณฑ์กำกับ

รายงานดังกล่าวระบุว่า ภาวะตลาดการเงินมีความผันผวนสูง โดยนักลงทุนกลับมาให้ความสำคัญกับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ภายใต้บรรยากาศของความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐ ทำให้เงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาดพันธบัตรและตลาดหลักทรัพย์ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ รวมถึงไทยผันผวน ตามการปรับเปลี่ยนการคาดการณ์ของตลาดเกี่ยวกับแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด

ทั้งนี้ ในภาพรวมเงินบาทเทียบเงินเหรียญสหรัฐมีแนวโน้มแข็งค่าในทิศทางเดียวกับค่าเงินสกุลภูมิภาค แต่เสถียรภาพด้านต่างประเทศของไทยที่อยู่ในเกณฑ์ดีเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาค โดยเฉพาะดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุลในระดับสูง ทำให้เงินบาทยังคงแข็งค่าในอัตราที่มากกว่าสกุลคู่ค้าคู่แข่งสำคัญ ส่งผลให้ดัชนีค่าเงินบาท (NEER) ปรับแข็งค่าขึ้นจากการประชุมครั้งก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรภาครัฐอยู่ในระดับใกล้เคียงกับการประชุมครั้งก่อน ขณะที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปรับลดลงเล็กน้อยตามการลดลงของราคาหลักทรัพย์ในกลุ่มพลังงานเป็นสำคัญ

“ในระยะต่อไป เงินทุนเคลื่อนย้ายและอัตราแลกเปลี่ยนจะยังคงมีความผันผวนสูง โดยค่าเงินบาทสามารถเคลื่อนไหวได้ทั้งในทิศทางอ่อนค่าและแข็งค่า ขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ และการคาดการณ์ของตลาดถึงจังหวะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด” รายงาน กนง.ระบุ

อย่างไรก็ดี กนง.ได้หารือถึงการทยอยลดข้อจำกัดด้านกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อช่วยให้เงินทุนเคลื่อนย้ายขาออกและขาเข้าสมดุลมากขึ้น นอกจากนั้น ในภาวะที่เงินทุนเคลื่อนย้ายผันผวนสูง การเริ่มพิจารณาปรับใช้เครื่องมือที่อิงกลไกตลาด (Market-based instruments) อาจช่วยชะลอความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้ายได้บางส่วน ซึ่งจะเอื้อให้อัตราแลกเปลี่ยนปรับตัวอย่างเหมาะสม (Orderly adjustment) ซึ่ง กนง.อยากให้ภาคเอกชนให้ความสำคัญมากขึ้นกับการบริหารจัดการความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนในระยะข้างหน้า

กนง.ยังระบุว่า ในภาวะที่การขยายตัวของเศรษฐกิจมีความเปราะบาง กนง.เห็นถึงความจำเป็นของนโยบายที่สนับสนุนให้เกิดการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง (Structural reforms) อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันของธุรกิจไทย ซึ่งจะช่วยลดทอนผลกระทบจากความไม่แน่นอนต่างๆ ต่อภาคเศรษฐกิจจริงในระยะต่อไป

นอกจากนี้ กนง.ส่วนหนึ่งยังเห็นว่าแม้ระบบการเงินโดยรวมมีเสถียรภาพ และปีนี้น่าจะโตได้ที่ระดับ 3.4% แต่ในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องเป็นเวลานาน เห็นได้จากอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบ การสะสมความไม่สมดุลในระบบการเงินอาจเพิ่มขึ้นได้ โดยเฉพาะการกู้ยืมเงินที่ไม่ได้ผ่านช่องทางธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลจากข้อแตกต่างทางเกณฑ์กำกับดูแลระหว่างสถาบันการเงินประเภทต่างๆ จึงจำเป็นที่องค์กรกำกับดูแลควรประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่อปิดช่องว่างของเกณฑ์กำกับดูแลและร่วมติดตามสัญญาณความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเพื่อการดำเนินการจัดการกับความเสี่ยงนั้นๆ ได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงทีต่อไป

ด้านการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 12 เม.ย. ปิดตลาดที่ระดับ 34.49 บาท/เหรียญสหรัฐ ใกล้เคียงกับช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 34.55 บาท ระหว่างวันเคลื่อนไหวแข็งสุดที่ระดับ 34.47 บาท และแข็งค่าสุดที่ 34.56 บาท ซึ่งเงินบาทยังผันผวนไปในทิศทางแข็งค่า โดยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน เงินบาทแข็งค่าที่ 3.7%

สำหรับการประชุมรอบนี้ มี กนง.ที่เข้าร่วมประชุมครบทั้ง 7 คน คือวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท. ประธานกนง. เมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการ ธปท. รองประธาน กนง. รวมทั้ง ไพบูลย์กิตติศรีกังวาน จำลอง อติกุล ปรเมธี วิมลศิริ เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิและอภิชัย บุญธีรวร กรรมการ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท