
ชวนชาวไทยร่วมใจ 'ทำดีเพื่อพ่อ'
ประเทศหรือสังคมจะอยู่ได้ก็เพราะมีผู้ให้ คือ ในหมู่มนุษย์ต้องมีพวกที่ให้กับพวกที่รับ พวกที่ให้ที่สำคัญที่สุด
โดย...ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง
พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9
“…ประเทศหรือสังคมจะอยู่ได้ก็เพราะมีผู้ให้ คือ ในหมู่มนุษย์ต้องมีพวกที่ให้กับพวกที่รับ พวกที่ให้ที่สำคัญที่สุด ได้แก่ บิดามารดา ต่อมาก็มีครูบาอาจารย์ ผู้ที่ให้นั้นเพราะได้รับก่อนจึงให้ได้ ทุกคนเกิดขึ้นมาได้ ก็เพราะได้รับกำเนิดจากบิดามารดา ได้มาเป็นครูบาอาจารย์ก็เพราะได้รับวิชาความรู้ตกทอดลงมา…”พระบรมราโชวาท พระราชทานศึกษาธิการจังหวัด และผู้ตรวจการศึกษาทั่วราชอาณาจักรณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต วันศุกร์ที่ 13 ธ.ค. 2511
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ การน้อมนำพระบรมราโชวาทมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน หรือมาใช้ในการปฏิบัติงานนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำได้ง่าย ในการ “ทำดีเพื่อพ่อ” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9
ผมเห็นว่าพระบรมราโชวาทบทนี้อธิบายถึงสังคมรอบตัวเราได้เป็นอย่างดี เพราะมีผู้ให้และผู้รับ และผู้ให้ก็จะเป็นผู้รับด้วยเช่นกัน การน้อมนำพระบรมราโชวาทมายึดถือเป็นแนวปฏิบัติในชีวิตของเรา ก็เท่ากับเราทุกคนได้แสดงออกถึงการร่วมไว้อาลัยกับการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 (เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 ต.ค. 2559)
มนุษย์เรานี้เป็นบุคคลที่มีความปรุงแต่งในจิตใจต่อสิ่งทั้งหลายที่เรารับรู้ และเราคิดนึกออกมา ซึ่งมักจะถูกบ้าง ผิดบ้างอยู่ตลอดเวลา จึงมีความจำเป็นที่บุคคลทั่วๆ ไปในสังคมจะต้องมีผู้นำ หรือผู้ที่เราเชื่อมั่น หรือนับถือ หรือเราเคารพบูชา เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางใจ ดังเช่นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือพระพุทธเจ้า หรือพ่อแม่ของเรา หรือผู้นำที่เราศรัทธา และเราเชื่อมั่นในคำสอนใช้เป็นเข็มทิศของชีวิต หรือเป็นแนวทางให้เราใช้เป็นแนวคิดแนวปฏิบัติในชีวิตประจำวันหรือในการทำงาน เราจึงจะเป็นผู้ให้ และมีผู้ได้รับจากเรา แล้วเราก็จะเป็นผู้ได้รับการตอบแทนด้วยเช่นกัน
การน้อมนำคำสอนของพระองค์เข้ามาประพฤติปฏิบัติในงานของเรา และมีความเชื่อมั่นว่าเป็นสิ่งที่ดีงาม เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ก็จะเป็นมูลเหตุให้เราเจริญเติบโตในหน้าที่การงานของเรา เราก็จะเป็นผู้มีส่วนร่วมในการก่อเกิดประโยชน์ในสังคม ในครอบครัวของเรา และตัวเราเองก็จะได้รับความเจริญก้าวหน้า เช่น เราทำงาน เราก็มุ่งมั่นให้เกิดประโยชน์ต่อลูกค้า หรือเพื่อนร่วมงาน หรือสังคม หรือคู่ค้า หรือบริษัท หรือแม้แต่บุคคลในครอบครัวก็ได้รับประโยชน์จากงานของเรา ซึ่งก็ถือว่าเราเป็นผู้ให้ในงานที่เราทำ
ในขณะเดียวกัน เราก็จะเป็นผู้ได้รับตอบแทนจากลูกค้า หรือเพื่อนร่วมงาน หรือสังคม หรือคู่ค้า เช่นเดียวกัน ถ้าเราเชื่อมั่นและศรัทธาเช่นนั้นแล้ว เราก็จะมุ่งมั่นและมีความรับผิดชอบทำในสิ่งที่ดีงาม มีคุณค่าในงาน มีคุณค่าในบริการ มีความสุจริต คิดแต่สิ่งดีๆ ในการทำงานในหน้าที่ของตน ตัวเราเองก็จะเจริญก้าวหน้าในงาน บุคคลในครอบครัวก็จะมีความอบอุ่น มีความสุข เราก็จะไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยหรือท้อถอยในการทำงาน
ยกตัวอย่างเช่น พฤกษา มีการส่งเสริมให้พนักงานยึดหลักความเชื่อ Pruksa Vision, Pruksa Mission, Pruksa Culture (ใจรักอยากช่วยเหลือลูกค้า), Pruksa Values (มุ่งมั่นเพื่อลูกค้า, สร้างนวัตกรรมที่สร้างสรรค์, ร่วมมือร่วมใจทำงานเป็นทีม, มีวินัยปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จ, ยึดมั่นในจริยธรรมความถูกต้อง เป็นธรรม) และยึดหลัก Corporate Governance (ธรรมาภิบาล : การรักษาความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย การกำกับดูแลกิจการให้เจริญเติบโต การมีกระบวนการจัดการที่ดี)
ทั้งนี้ เพื่อให้พนักงานพฤกษายึดถือเป็นแนวเข็มทิศในการปฏิบัติงาน ทำให้พนักงานพฤกษา ทุกคนเป็นผู้ให้ในงานที่แต่ละคนทำ โดยมีลูกค้า เพื่อนร่วมงาน คู่ค้า สังคม เป็นผู้ได้รับจากผลงานของพนักงานแต่ละคน ตัวของพนักงานเอง ก็จะมีผลการดำเนินงานตามเป้าหมาย ซึ่งจะทำให้พนักงานเจริญเติบโตในตำแหน่งงานที่สูงขึ้น มีเงินเดือนและโบนัสที่สูงขึ้น เป็นต้น และพนักงานก็จะเกิดความภาคภูมิใจในผลงาน







