posttoday
‘เจริญ’ซื้ออสังหาฯคืน

‘เจริญ’ซื้ออสังหาฯคืน

11 เมษายน 2560

ผจก.กองทุนชี้3กองทุน8หมื่นล.ถูกเกินไปให้ผู้ถือหน่วยตัดสิน

ผจก.กองทุนชี้3กองทุน8หมื่นล.ถูกเกินไปให้ผู้ถือหน่วยตัดสิน

โพสต์ทูเดย์ - “กลุ่มเจริญ” ทุ่ม 5.33 หมื่นล้าน ซื้อ 3 กองทุนอสังหาฯ คืน รอมติผู้ถือหน่วย 17-18 พ.ค. ผู้จัดการกองทุนชี้ซื้อถูกเกินไป แนะนักลงทุนปฏิเสธ

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย ในฐานะผู้บริหารจัดการกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าไทยคอมเมอร์เชียลอินเวสเม้นต์
(TCIF) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าไทยโฮเทลอินเวสเม้นต์ (THIF) และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไทยรีเทล อินเวสเม้นต์ (TRIF) แจ้งว่า กลุ่มบริษัท แอสเสท เวิร์ด เสนอซื้อทรัพย์สินทั้งหมดของทั้ง 3 กองทุน ในราคารวม 8 หมื่นล้านบาท

สำหรับราคาเสนอซื้อทรัพย์สินกองทุน THIF เท่ากับ 3 หมื่นล้านบาท กองทุน TRIF อยู่ที่ 2.1 หมื่นล้านบาท และกองทุน TCIF ที่ 2.9 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัท แอสเสท เวิร์ด เป็นบริษัทในกลุ่ม TCC Group ของกลุ่มนายเจริญ สิริวัฒนภักดี และเป็นผู้ถือหน่วยลงทุนในกองทุน TRIF จำนวน 30.9% กองทุน THIF และ TCIF อยู่ที่ 33% จึงเท่ากับว่ากลุ่มนายเจริญจะต้องใช้เงินประมาณ 5.33 หมื่นล้านบาท ในการซื้อทรัพย์สินคืน

อย่างไรก็ตาม คำเสนอซื้อดังกล่าวจะต้องขอมติจากที่ประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนในวันที่ 17-18 พ.ค. 2560 เนื่องจากการขายทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุนจะได้รับการงดเว้นภาษีที่เกี่ยวข้องทั้งหมดหากโอนภายในวันที่ 24 พ.ค. 2560 แต่หากผู้ถือหุ้นไม่เห็นชอบให้กองทุนขายทรัพย์สิน คำเสนอซื้อจะตกไป

บลจ.กรุงไทย ชี้แจงเพิ่มเติมว่า “หากขายหลังจากวันที่ 24 พ.ค. 2560 กองทุนจะต้องรับภาระภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ของราคาขายหรือราคาประเมิน”

พร้อมกันนี้ บลจ.กรุงไทย ยังแนะนำให้ผู้ถือหน่วยควรปฏิเสธการขายทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุนรวมให้แก่ผู้เสนอซื้อ เพราะการขายสินทรัพย์ทั้งหมดจะทำให้ต้องเลิกกองทุน ทำให้ผู้ถือหน่วยไม่ได้รับผลตอบแทนอีกต่อไป แต่จะได้รับเงินทุนและกำไรจากการขายทรัพย์สินเท่านั้น

นอกจากนี้ ราคาเสนอซื้อไม่คุ้มค่าเมื่อเปรียบเทียบกับผลตอบแทนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับในระยะยาว และทรัพย์สินหลายชิ้นของกองทุนตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพต่อการเจริญเติบโตที่ดี

“หากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวดี ทรัพย์สินเหล่านี้มีศักยภาพที่จะทำกำไรได้ในอัตราที่สูงขึ้นและราคาของทรัพย์สินเหล่านี้ก็มีโอกาสที่จะปรับตัวสูงขึ้นได้อีกมาก หากทำการขายเป็นบางชิ้นในจังหวะที่
เหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องเลิกกองทุน” บลจ.กรุงไทย ระบุ

ด้านผู้บริหารกลุ่ม TCC Group รายหนึ่ง กล่าวว่า การขอซื้อทรัพย์สินคืนดังกล่าว เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการทรัพย์สิน ซึ่งมีแผนที่จะปรับปรุงทรัพย์สินหลายโครงการ

ขณะที่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไม่สามารถเพิ่มทุนได้ และก่อนหน้านี้ผู้ถือหน่วยไม่อนุมัติให้ศึกษาการแปลงเป็นทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท)

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล