
3.9จีเทคโนโลยีนี้ที่รอคอย
งานนี้ กทช.เปิดให้ผู้บริการและผู้ใช้บริการได้ทดลองใช้คลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์กันจริงๆ ซึ่งความเร็วสูงสุดที่ 42 เมกะบิตต่อวินาที ถือว่าเป็นบรอดแบนด์ไวร์เลสที่เร็วที่สุดในประเทศ....
งานนี้ กทช.เปิดให้ผู้บริการและผู้ใช้บริการได้ทดลองใช้คลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์กันจริงๆ ซึ่งความเร็วสูงสุดที่ 42 เมกะบิตต่อวินาที ถือว่าเป็นบรอดแบนด์ไวร์เลสที่เร็วที่สุดในประเทศ....
โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
มีโอกาสไปเดินงาน 3.9จี ไทยแลนด์ ฮิวแมน ดี.เอ็น.เอ. ที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. จัดขึ้น โดยงานนี้จะมีไปจนถึงวันที่ 12 ก.ย.นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นการเตรียมความพร้อมทั้งในแง่ของผู้ใช้บริการที่กำลังจะมี 3.9จี ให้ได้ใช้จริงๆ ถ้าการประมูลคลื่นความถี่และใบอนุญาตกลางเดือน ก.ย.นี้ผ่านไปได้ด้วยดี รวมถึงไปสำรวจความพร้อมของผู้ให้บริการทั้งด้านโครงข่ายและด้านคอนเทนต์ว่าจะมีโอกาสได้เห็นอะไรใหม่ๆ แปลกหน้าแปลกตาไปจากเดิมบ้างหรือไม่
ภายในงานนี้ ต้องบอกว่าถ้าจะหวังให้มีคนเดินมากมายเหมือนงานขายสินค้า เช่น คอมมาร์ต หรือโมบาย เอ็กซ์โป ก็คงไม่ใช่ เพราะเป็นงานที่แสดงเทคโนโลยีเพื่อเป็นความรู้มากกว่า ดังนั้นจึงเห็นบริษัทด้านเทคโนโลยีโทรคมนาคม โดยเฉพาะจากประเทศจีน เช่น หัวเว่ย, แซดทีอี เข้ามาร่วมแสดงศักยภาพ รวมถึงผู้ให้บริการคอนเทนต์ เช่น จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่, อสมท นอกจากนั้นก็เป็นผู้ให้บริการที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี เช่น เอไอเอส ดีแทค ทรูมูฟ และทีโอที เว้นแต่ กสทฯ ที่มีความขัดแย้งกัน เลยขอสละสิทธิการเข้าร่วมครั้งนี้ในวินาทีสุดท้าย
แน่นอนว่า ในงานนี้ กทช.เปิดให้ผู้บริการและผู้ใช้บริการได้ทดลองใช้คลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์กันจริงๆ ซึ่งความเร็วสูงสุดที่ 42 เมกะบิตต่อวินาที ถือว่าเป็นบรอดแบนด์ไวร์เลสที่เร็วที่สุดในประเทศไทยเวลานี้ ซึ่งถ้าการประมูลสำเร็จ มีผู้ให้บริการจริงเมื่อไร สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นจริงได้ในประเทศไทย จำนวนผู้ใช้บรอดแบนด์จะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว
ปรัธนา ลีลพนัง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานบริการเสริมของเอไอเอส กล่าวว่า ไทยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง กว่า 2 ล้านรายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ถ้า 3.9จี มาเมื่อไร ก็จะเกิดอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง พิจารณาจากเอไอเอสมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตไร้สายผ่านเครือข่าย 7 ล้านราย และหันมาใช้ 3.9จี แทน เท่ากับว่า จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในกรุงเทพฯ จะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยเป็น 4 ล้านรายได้แน่นอน และถ้าเปิดได้ทั่วประเทศ ก็จะเพิ่มอีกหลายเท่าตัว แสดงว่าทุกวันนี้คนอยากใช้แล้วแต่ยังไม่มีโอกาส
สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือ ตลาดอุปกรณ์ดองเกิล หรือยูเอสบีอินเทอร็เน็ตจะเติบโตขึ้น ผู้ใช้สมาร์ตโฟนก็จะเติบโตขึ้นอีก ส่วนคนที่ใช้โทรศัพท์มือถือทั่วไปก็จะเข้าใช้บริการผ่านเว็บพอร์ทัลได้มากขึ้น มีผู้ให้บริการคอนเทนต์มากขึ้น มีการบริโภคข้อมูลมากขึ้น
สำหรับรายละเอียดภายในบูธหลัก เริ่มต้นที่ เอไอเอส เจ้าตลาดมือถือ นำเสนอภายใต้แนวคิด อีโคซิสเต็ม ฟอร์ เดอะ เนกซ์เจเนอเรชัน ทดลองให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง พร้อมให้ประชาชนได้ทดลองใช้งาน ซัมซุง กาแล็กซี่ แท็ป อีกหนึ่งแท็บเล็ตพีซีจากค่ายซัมซุงที่ยังไม่มีวางจำหน่าย ถือเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ไอทีที่จะมาแข่งขันกับไอแพดของแอปเปิล อีกทั้งยังมี โนเกีย บุ๊กเล็ต เน็ตบุ๊กจากค่ายผู้ผลิตมือถือจากฟินแลนด์ ที่แน่นอนว่ายังไม่มีจำหน่ายในประเทศไทยเช่นกัน ใช้ชิปประมวลผลอะตอมจากอินเทล แต่เนื่องจากเป็นตัวต้นแบบเท่านั้น จึงยังต้องรอดูสินค้าตัวจริงกันต่อไป
อีกหนึ่งไฮไลต์คือ โนเกีย เอ็น8 ที่ยังไม่วางจำหน่ายอีกเช่นกัน เรียกว่าถ้าอยากลองเล่นลองใช้ก่อนใคร พร้อมความเร็วระดับไฮสปีด ต้องไปที่งานนี้เท่านั้น ถือว่าได้ลองใช้งานก่อนตัดสินใจซื้อจริง
ด้าน ดีแทค มาในสไตล์ดิสโก้แห่งอนาคต ทำให้สีสันของบูธดูโดดเด่นสะดุดตามากกว่าบูธอื่นๆ ประกอบกับพนักงานให้ความรู้แต่งตัวด้วยสไตล์ดิสโก้อีกต่างหาก ยิ่งดูเข้ากันได้เป็นอย่างดี
งานนี้ดีแทคผนึกพันธมิตรด้านคอนเทนต์ทั้ง จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่นำดิจิตอลคอนเทนต์มาให้ดูผ่านอินเทอร์เน็ต ความชัดระดับเอชดี ถือว่าเป็น ไลฟ์ ทีวี ออนดีมานด์ติดตามภาพยนตร์ เพลงสุดโปรดย้อนหลังได้ตลอดเวลา รวมถึงรับข่าวสารผ่านไทยรัฐ แอพพลิเคชัน นอกจากนี้|ยังมีบริการแบบฮิปๆ อีกมากในรูปแบบ 3.9จี ทั้งเกมที่สามารถดาวน์โหลดและเล่นได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น
ธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารของดีแทค กล่าวว่า งานนี้ถือว่ามีส่วนช่วยประชาสัมพันธ์ไทยต่อต่างประเทศให้มีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น
ส่วน ทรู ยังคงขนความเป็นคอนเวอร์เจนซ์มานำเสนอแบบครบครัน โดยสิ่งที่ดึงดูดใจได้เป็นอย่างดีคือ ไอโฟน 4 ให้ได้จับได้สัมผัสตัวจริงๆ เล่นกันจริงๆ บนความแรงของเครือข่าย 3.9จี ต้องยอมรับว่าพอเห็นหน้าตาและได้จับไอโฟน 4 แล้ว (บนความเร็วระดับนี้) การใช้งานต่างๆทำได้ดีขึ้น สนุกสนานมากขึ้น เพราะไม่ต้องมาเสียอารมณ์กับจีพีอาร์เอสที่หลายๆ ครั้งก็ช้าไม่ทันใจวัยรุ่น การนำไอโฟน 4 เข้ามาของทรูแบบนี้ อาจเป็นสัญญาณไปสู่ตลาดอย่างชัดเจนว่า ทรูเตรียมวางจำหน่ายก่อนผู้ให้บริการรายอื่นๆ แน่นอน สาวกไอโฟนได้ยินแล้วรีบไปลองกันได้
ขณะที่ ทีโอที แม้ว่าสหภาพแรงงานฯ จะขัดแย้งกับ กทช. และยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครองอยู่ แต่ตัวบริษัทก็แสดงสปิริต เพราะการร่วมแสดงเทคโนโลยีถือเป็นคนละเรื่องกัน ครั้งนี้เลยขนเอาทีวี ออน ดีมานด์ และทีวี ออน โมบาย ที่ถ่ายทอดผ่านสัญญาณ 3.9จี ความชัดเจนสุดยอดมาให้ได้ชมกัน เป็นการประกาศความพร้อมว่าทีโอทีสามารถให้บริการ 3.9จี ได้ ที่สำคัญสามารถทำได้ทันทีไม่ต้องรอประมูล เพราะมีคลื่นความถี่อยู่แล้ว รอแค่ว่าเมื่อไร ครม.จะไฟเขียวให้จัดซื้ออุปกรณ์ได้เท่านั้น
พร้อมกันนี้ ทีโอทียังควงแขนพันธมิตร 3จี เดิมมาให้ผู้สนใจได้ทำความรู้กัน หลังจากเปิดตัวไปตั้งแต่เดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว ทั้ง ไอ-โมบาย ล็อกซเล่ย์ 365 คอมมูนิเคชั่น และไออีซี เพื่อเป็นการยืนยันว่ายังให้บริการได้เป็นอย่างดี มีผู้ใช้บริการรวมหลักแสนคนแล้ว ที่สำคัญใครสนใจมาดูเทคโนโลยีในงานนี้ ถ้าอยากเริ่มใช้จริงจังก็สามารถทำได้ทันที
ส่วนบูธด้านเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น หัวเว่ย หรือแซดทีอี ได้นำเสนอเทคโนโลยีที่มีให้บริการในต่างประเทศ เป็นการยืนยันว่าอุปกรณ์ 3.9จี นั้นมีใช้งานกันแล้ว ถ้าอยากเห็นว่าต่างประเทศเขาใช้กันอย่างไร ก็ต้องแวะเข้าไปดูกัน
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการ กทช. กล่าวว่า งานนี้ใช้งบประมาณ 50 ล้านบาท ถือว่าอยู่ในโครงการเดียวกับการประมูลคลื่นความถี่วันที่ 19 ก.ย. ที่จะใช้งบประมาณอีก 20 ล้านบาท คาดว่าจะมีประชาชนที่สนใจเข้าชมงาน 1 ล้านคน!
“โทรศัพท์มือถือที่รองรับระบบ 3จี เช่น เอชทีซี ขายได้ดีมากในประเทศไทยและเวียดนาม ติดอันดับท็อปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งที่ยังไม่มีบริการ 3.9จี เกิดขึ้น การเกิด 3.9จี ช้าไปเท่าไร ก็ยิ่งเสียโอกาสมากขึ้นเท่านั้น หลายๆ ประเทศในแถบนี้มีบริการ 3จี แล้ว|ยอดขายอุปกรณ์ยังไม่มากเท่าประเทศไทยเลย” พ.อ.นที กล่าว







