
ประชาธิปไตยประเทศเพื่อนบ้าน (1)
เมื่อวันที่ 6 เม.ย ที่ผ่านมาในหลวง ร.10 ทรงลงพระปรมาภิไธย ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับที่ 20
โดย... ทัธภร ธนาวริทธิ์ [email protected] ที่ปรึกษาองค์กร บริษัท เอสทีไอ คอนซัลติ้ง จำกัด
เมื่อวันที่ 6 เม.ย ที่ผ่านมาในหลวง ร.10 ทรงลงพระปรมาภิไธย ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงการกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์ และมาเลเซีย ก็มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยในรูปแบบรัฐสภาเช่นเดียวกับไทย แต่รัฐธรรมนูญของสิงคโปร์และมาเลเซียมีเพียงฉบับเดียวที่ใช้มาตั้งแต่แรกและมีการแก้ไขหลายครั้ง แต่รูปแบบการปกครองทั้งสองประเทศยังแตกต่างกับประเทศไทยพอสมควร
ประเทศมาเลเซียใช้รูปแบบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยสุลต่านเป็นประมุขของรัฐ เหมือนประเทศที่ปกครองด้วยกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญทั่วไป โดยจะรับผิดชอบในงานราชพิธีต่างๆ ส่วนอำนาจทางการเมืองจะถูกใช้โดยนายกรัฐมนตรีซึ่งถือเป็นผู้นำฝ่ายบริหาร Yang Di-Pertuan Agong (YDPA) คือ ผู้นำสูงสุดของมาเลเซีย ตำแหน่งนี้จะถูกคัดเลือกโดย สภาผู้ปกครอง อันประกอบด้วย 9 ผู้ปกครองจากรัฐต่างๆ ในมาเลเซีย YDPA จะอยู่ในตำแหน่งคราวละ 5 ปี และจะใช้อำนาจทางการเมืองโดยการแนะนำของนายกรัฐมนตรี และยังมีอำนาจในการแต่งตั้งมุขมนตรี และปฏิเสธการยุบสภาอีกด้วย เมื่อนายกรัฐมนตรียุบสภา YDPA สามารถจัดการเลือกตั้งทั่วไปได้
ประเทศสิงคโปร์ใช้รูปแบบ สังคมประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ ซึ่งประมุขของรัฐจะถูกเลือกจากผู้แทนราษฎร แต่จุดที่เหมือนกันคือประมุขของรัฐจะมีหน้าที่รับผิดชอบในงานราชพิธีต่างๆ โดยก่อนปี 2534 ประธานาธิบดีจะแต่งตั้งโดยรัฐสภา แต่เมื่อเมื่อ ม.ค. 2534 รัฐธรรมนูญถูกปรับปรุงให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีได้โดยประชาชน ซึ่งจะดำรงอยู่ในตำแหน่งวาระละ 6 ปี ประธานาธิบดีใช้อำนาจโดยการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ งบประมาณของรัฐ และใช้อำนาจในการตรวจสอบผ่านกฎหมายความมั่นคงภายใน พร้อมทั้งสืบสวนกรณีทุจริต แต่ประธานาธิบดีจะต้องปรึกษากับคณะกรรมการที่ปรึกษาของประธานาธิบดีก่อนการตัดสิน
ทั้งประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์มีการแบ่งแยกอำนาจออกเป็น 3 ส่วนเหมือนกัน คือ บริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ โดยสิงคโปร์จะใช้อำนาจบริหารโดยรัฐบาลแห่งรัฐ ส่วนประเทศมาเลเซียจะใช้อำนาจบริหารใน 3 ส่วน คือ อำนาจรัฐบาลแห่งรัฐ อำนาจรัฐบาลสหพันธ์ และอำนาจร่วมระหว่างรัฐบาลแห่งรัฐและรัฐบาลสหพันธ์
อำนาจนิติบัญญัติ ทั้งในมาเลเซียและสิงคโปร์ ถูกใช้โดยรัฐสภาที่นำโดยนายกรัฐมนตรี หน้าที่ของรัฐสภาคือ กำหนดกฎหมาย ควบคุมงบประมาณประเทศ ตรวจสอบกิจกรรมของพรรคการเมือง และการทำงานของรัฐมนตรี ในประเทศมาเลเซีย อำนาจนิติบัญญัติจะถูกใช้ร่วมกันระหว่าง รัฐบาลแห่งรัฐและรัฐบาลสหพันธ์ ในประเทศมาเลเซีย ระบบรัฐสภาเป็นระบบสภาคู่ คือสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ขณะที่ประเทศสิงคโปร์เป็นระบบรัฐสภาเป็นแบบสภาเดี่ยว
อำนาจตุลาการทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์ได้รับอิทธิพลมาจากอังกฤษ คือกฎหมายที่กำหนดโดยผู้พิพากษาและยึดตามหลักปฏิบัติเดิมที่เคยมีมา และยังมีส่วนเหมือนกันในวิธีการคัดเลือกผู้พิพากษา โดยผู้พิพากษาทุกท่านจะถูกแต่งตั้งโดยประมุขของรัฐ ผ่านการนำเสนอจากนายกรัฐมนตรี จุดที่ต่างกันทางอำนาจตุลาการคือระบบตุลาการ ในมาเลเซียจะมีศาลพิเศษแต่สิงคโปร์ไม่มี โดยประเทศมาเลเซียก่อตั้งศาลพิเศษในปี 2536 เพื่อตัดสินคดีอาชญากรรม และคดีแพ่งที่เกี่ยวกับ YDPA ก่อนหน้านี้ YDPA และผู้ปกครองรัฐได้รับการยกเว้นการดำเนินคดีได้







