posttoday
ลงทะเบียนสวัสดิการรัฐ-แก้หนี้นอกระบบ ตรงจุดและขจัดความยากจน

ลงทะเบียนสวัสดิการรัฐ-แก้หนี้นอกระบบ ตรงจุดและขจัดความยากจน

10 เมษายน 2560

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. เป็นวันที่เปิดรับลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 เป็นวันแรก หลังจากที่รัฐบาลได้เปิดโครงการ

โดย...ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. เป็นวันที่เปิดรับลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 เป็นวันแรก หลังจากที่รัฐบาลได้เปิดโครงการลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐครั้งแรกปี 2559 ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม มีคนมาลงทะเบียนปีแรกประมาณ 8.3 ล้านคน แต่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์จริงๆ 7.7 ล้านคน โดยรัฐได้ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินเพื่อจ่ายให้กับผู้มีสิทธิทั้งหมดเป็นเงิน 17,469 ล้านบาท มาในปีนี้รัฐบาลได้ดีเดย์เปิดโครงการให้คนมาลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐเป็นปีที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. จนถึงวันที่ 15 พ.ค. 2560 โดยความร่วมมือของธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารกรุงไทย สำนักงานคลังจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด สำนักงานเขตกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต รวมหน่วยรับลงทะเบียนทั่วประเทศ 3,669 สาขา และหลังจากปิดโครงการ กระทรวงการคลังจะเปิดให้ผู้ลงทะเบียนตรวจสอบรายชื่อในระบบการลงทะเบียนในวันที่ 22 พ.ค. 2560 ผ่านเว็บไซต์ www.epayment.go.th ซึ่งล่าสุดมียอดลงทะเบียนรวม 2.3 ล้านคน (8 เม.ย. 2560)

การลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ มองเผินๆ เหมือนเป็นโครงการแก้ปัญหาแบบเร่งรัด ที่รัฐจ่ายเงินเป็นสวัสดิการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย แต่มองให้ลึกซึ้ง โครงการนี้มุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของสังคมไทยในระยะยาวแบบตรงกลุ่มเป้าหมายและยั่งยืน เพราะโดยหลักการแล้ว  โครงการนี้เป็นการเก็บข้อมูลเชิงลึกส่วนบุคคล ซึ่งที่ผ่านมารัฐยังไม่เคยมีข้อมูลที่จำเป็นต่อการกำหนดนโยบายเพื่อสวัสดิการสังคมอย่างเป็นระบบ มาตรการที่ออกมาเพื่อช่วยเหลือประชาชนจึงยังไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

ดังนั้น การจัดทำฐานข้อมูลเชิงลึกของบุคคลที่มาลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อให้การจัดสรรสวัสดิการภาครัฐมีประสิทธิภาพสูงสุด และตรงกับกลุ่มเป้าหมายตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน

และในขณะที่รัฐดำเนินการบูรณาการข้อมูล รัฐก็แก้ปัญหาหนี้นอกระบบซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่กัดกินสังคมด้วยการตัดวงจรหนี้นอกระบบอย่างเด็ดขาด โดยมีเป้าหมายขั้นพิฆาตคือขจัดหนี้นอกระบบเป็นศูนย์ และจบปัญหาโดยเร็วที่สุด ซึ่งการคิกออฟโครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบที่เปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนที่แล้ว ถือเป็นการเปิดม่านเบิกโรงครั้งแรกของการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบที่แตกต่างจากการแก้ปัญหาที่ผ่านมา เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้เจ้าหนี้นอกระบบเข้ามาเป็นเจ้าหนี้ในระบบ (พิโกไฟแนนซ์) ขณะเดียวกันก็ดึงธนาคารออมสินและ ธ.ก.ส. มาช่วยแก้หนี้นอกระบบด้วยโครงการสินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉิน ในวงเงินรวม 1 หมื่นล้านบาท  (แบงก์ละ 5,000 ล้านบาท) โดยปล่อยสินเชื่อให้กับประชาชนรายย่อยในวงเงินรายละ 5 หมื่นบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ Flat Rate ไม่เกิน 0.85% ต่อเดือน ระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี คาดว่าจะสามารถช่วยเหลือลูกหนี้ได้ 2 แสนราย

ซึ่งหากดูจากข้อมูลของผู้มาลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐปี 2559 จำนวน 8.3 ล้านราย  จะพบว่าเป็นผู้มีหนี้นอกระบบ 1.3 ล้านราย คิดเป็นมูลหนี้ถึง 1.3 แสนล้านบาท และเป็นผู้ที่มีมูลหนี้นอกระบบเกินกว่า 1 แสนบาท ถึง 9 แสนราย ดังนั้นวิธีการแก้ปัญหาโดยการเชื้อเชิญเจ้าหนี้นอกระบบให้เข้ามาเป็นเจ้าหนี้ในระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงเป็นโมเดลที่ใช้ต้นตอของปัญหาแก้ปัญหาตัวเองก่อนในเบื้องต้น จากนั้นจึงใช้กลไกของแบงก์รัฐเข้ามาเสริม

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบที่หยั่งรากลึกมานาน ไม่อาจแก้ได้ชั่วพริบตา และต้องมีมาตรการอื่นๆ ออกมาสนับสนุน ทั้งการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้กับเจ้าหนี้นอกระบบ เพื่อให้เกิดมูลหนี้ที่เป็นธรรม การเพิ่มศักยภาพลูกหนี้นอกระบบให้สามารถหารายได้เพิ่มหรือมีความสามารถในการชำระหนี้ได้ อาทิ การพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน การปลูกฝังความรู้และวินัยทางการเงิน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและทัศนคติ ตลอดจนการใช้เครือข่ายองค์กรการเงินชุมชนเข้ามาช่วยในการแก้ไขปัญหา และเสริมสร้างองค์ความรู้ทางการเงิน การออมทรัพย์ การวางแผนการเงิน และการดูแลซึ่งกันและกันในชุมชนควบคู่กันไปด้วย จึงจะสามารถสกัดการลุกลามของปัญหาหนี้สินในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท