posttoday
บี้ยกเครื่องแอร์พอร์ตลิงค์

บี้ยกเครื่องแอร์พอร์ตลิงค์

10 เมษายน 2560

สั่งปรับโมเดลธุรกิจปลดล็อกแค่ผู้รับจ้าง หวังล้างภาระขาดทุนปีละ300ล้าน

สั่งปรับโมเดลธุรกิจปลดล็อกแค่ผู้รับจ้าง หวังล้างภาระขาดทุนปีละ300ล้าน

โพสต์ทูเดย์ – “พิชิต” เร่งแอร์พอร์ตลิงค์ปรับแผนโมเดลธุรกิจใหม่ให้เสร็จปีนี้เพื่อลดภาระขาดทุนปีละ 300 ล้าน

นายพิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. หรือแอร์พอร์ตเรลลิงค์ ว่า ได้เร่งรัดให้ทางแอร์พอร์ตลิงค์ไปจัดทำแผนการบริหาร
ธุรกิจในโมเดลใหม่มานำเสนอภายในปีนี้ โดยจะปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจจากเดิมที่เป็นเพียงผู้รับจ้างเดินรถที่มีรายได้จากค่าจ้างเดินรถเพียงปีละกว่า 200 ล้านบาท มาเป็นผู้เดินรถเอง ซึ่งจะต้องบริหารจัดการทั้งในเรื่องของการซ่อมบำรุง การจัดซื้อรถ การทำอาณัติสัญญาณระบบเดินรถและระบบรางเอง คาดว่าจะจูงใจการบริหารงานในระยะยาว และลดภาระการขาดทุนปีละกว่า 300 ล้านบาทลงได้

“เดิมแอร์พอร์ตลิงค์ทำหน้าที่เดินรถ ได้ค่าจ้างจากการเดินรถ ดูแลแค่เฉพาะค่าใช้จ่ายในการเดินรถเท่านั้น ขณะที่ภาระการดูแลเรื่องการซ่อมบำรุง การจัดซื้อขบวนรถ ระบบอาณัติสัญญาณต่างๆ เป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จึงทำให้ไม่มีแรงจูงใจในการบริหารงาน ซึ่งในอนาคตการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจใหม่จะทำให้แอร์พอร์ตลิงค์ต้องบริหารจัดการเองทั้งระบบ” นายพิชิต กล่าว

นอกจากนี้ ยังได้ให้เร่งแก้ปัญหาความไม่เพียงพอในการให้บริการประชาชน ที่ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนมีความต้องการใช้สูง มีประชาชนใช้บริการเฉลี่ยวันละ 8.5 หมื่นคน จากช่วงปกติเฉลี่ยที่วันละ 6 หมื่นคน โดยได้ให้เร่งจัดซื้อขบวนรถเพิ่มใหม่อีก 7 ขบวน จากเดิมที่มีอยู่ 9 ขบวน ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพในการรองรับความต้องการใช้ได้ถึงวันละ 1.3 แสนคน ขณะนี้อยู่ระหว่างทำเรื่องเสนอมายังกระทรวงคมนาคม โดยจะดำเนินการให้เสร็จภายในปีนี้เช่นกัน

นายพิชิต กล่าวว่า คงต้องรอดูตัวแผนธุรกิจใหม่ที่ทางแอร์พอร์ตลิงค์จะส่งมาให้ก่อน ถึงจะรู้ว่าสามารถลดการขาดทุนลงได้เท่าไหร่ เพราะเป็นการปรับโมเดลสำคัญที่ต้องมีการเตรียมการเปลี่ยนถ่าย โดยทรัพย์สินที่แอร์พอร์ตลิงค์ดูแลอยู่ สิทธิประโยชน์ยังใช้ได้ไม่เต็มที่ จึงให้ไปทำแผนบริหารจัดการร่วมกับ รฟท.ให้เกิดประโยชน์สูงสุดมาด้วย หากทำทั้งหมดนี้ได้ ในเบื้องต้นคาดว่าน่าจะทำให้ภาวะขาดทุนลดลงและกำไรเพิ่มขึ้นได้

นอกจากนี้ ยังได้สั่งให้เร่งรัดการสรรหากรรมการผู้จัดการใหญ่ของแอร์พอร์ตลิงค์คนใหม่โดยเร็ว เบื้องต้นทราบว่าอยู่ระหว่างการสรรหา คาดอีก 2 เดือนน่าจะได้ข้อสรุป

สำหรับกรณีให้ รฟท.เดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินเองนั้น เป็นเรื่องของธุรกิจที่มีการผูกขาดโดยธรรมชาติเหมือนการประปาหรือการไฟฟ้า ที่จะมีผู้เล่นหลายคนไม่ได้ เพราะถ้ามีหลายคนจะเกิดความซับซ้อนในการลงทุน และสุดท้ายก็จะกระทบต่อประชาชน เพราะถ้าเปิดประมูลใหม่ ประชาชนก็ต้องรับภาระในการเสียค่าแรกเข้าถึง 2 ครั้ง ขณะที่รัฐเองก็ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ตัวรถ ระบบราง และอาณัติสัญญาณต่างๆ อีก ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่รัฐไม่พร้อมจ่าย

ทั้งนี้ กระบวนการซ่อมใหญ่ของแอร์พอร์ตลิงค์ ขบวนแรกจะเริ่มซ่อมในเดือน พ.ค.นี้ โดยใช้เวลาซ่อมขบวนละ 30 วัน รวมระยะเวลาซ่อมทั้งหมด 9 เดือน

อย่างไรก็ดี ในเรื่องของการเดินรถเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา) เพื่อเชื่อมโยงเข้ากับระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดชัดเจน แต่ที่ชัดคือจะเชื่อมต่อการเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูง แต่อาจใช้รางร่วมกัน เบื้องต้นจึงอาจใช้แนวทางเปิดให้ภาคเอกชนเข้าร่วมประมูลและบริหารโครงการ (พีพีพี) ด้วย ซึ่งคาดว่าน่าจะจบภายในสิ้นปีนี้ เพราะทางคณะกรรมการอีอีซีเองก็ต้องการเร่งดำเนินการให้เร็ว

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. กล่าวว่า การทบทวนเงื่อนไขการประมูล (ทีโออาร์) โครงการจัดซื้อรถไฟฟ้า 7 ขบวนเรียบร้อยแล้ว โดยร่างทีโออาร์ใหม่ได้ปรับปรุงรายละเอียดบางส่วนตามที่มีข้อโต้แย้งบางส่วน เพราะต้องพิจารณาตามความเหมาะสม  ซึ่งแอร์พอร์ตลิงค์ได้อธิบายรายละเอียดและเหตุผลสำหรับส่วนที่ไม่ได้แก้ไขไว้ใน
ทีโออาร์อย่างชัดเจนแล้ว

“จากนี้จะเสนอร่างทีโออาร์ให้ที่ประชุมคณะกรรมการแอร์พอร์ตลิงค์พิจารณา จากนั้นคาดว่าจะเสนอให้คณะกรรมการ รฟท. เห็นชอบภายใน 2-3 เดือนข้างหน้า โดยน่าจะเปิดประมูลได้ทันภายในปีนี้ ส่วนมูลค่าโครงการน่าจะใกล้เคียง 4,400 ล้านบาท เท่าทีโออาร์เดิม” นายสุเทพ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท