posttoday
กองทุนผสม… อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับจัดพอร์ต

กองทุนผสม… อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับจัดพอร์ต

10 เมษายน 2560

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน หลายคนอาจกำลังคิดว่าจะจัดพอร์ตเงินลงทุนตัวเองอย่างไรดี จะวิเคราะห์เอง

โดย...อนุชา จิตสมเกษม ผู้จัดการกองทุนอาวุโส บลจ.ธนชาต

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน หลายคนอาจกำลังคิดว่าจะจัดพอร์ตเงินลงทุนตัวเองอย่างไรดี จะวิเคราะห์เอง หรือให้ใครสักคนมาบริหาร แต่การให้ใครมาบริหารนี่แหละ ก็คงมีบางคนคิดว่า จะจัดได้ดีกว่าตัวเองไหม

ผมมีเพื่อนที่เป็นนักลงทุนอิสระ ซึ่งมีแหล่งรายได้หลักมาจากเงินลงทุน สิ่งที่เพื่อนคนนี้ต้องทำคือ ต้องหาข้อมูลเองทั้งภาวะเศรษฐกิจ ข่าวต่างประเทศ ข่าวในประเทศ ข่าวของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ฯลฯ รวมทั้งเขาต้องวางแผนตัดสินใจเองในการแบ่งสัดส่วนการลงทุนระหว่างหุ้น ตราสารหนี้ และเงินฝาก การเผื่อสภาพคล่องให้พอใช้ และในส่วนของการลงทุนในหุ้นก็ต้องทำการบ้านเองว่าจะเลือกลงทุนในหุ้นของบริษัทอะไร ในสัดส่วนมากน้อยเท่าไร จะขายทำกำไรที่ราคาตรงไหน จะซื้อคืนที่ตรงไหน ผมเห็นเพื่อนคนนี้ไปอบรมสารพัดความรู้เพื่อการลงทุนในวันเสาร์-อาทิตย์ อย่างเช่น ดูเส้นกราฟเทคนิคเพื่อพิชิตตลาด เทคนิคการกรองหุ้นจากปัจจัยพื้นฐาน ฯลฯ บางครั้งก็ไปเข้าร่วมงาน Opportunity Day เพื่อเล่าความเป็นไปของบริษัท อนาคตของบริษัทในระยะต่อไปและเปิดโอกาสให้ซักถาม

อ่านมาถึงตรงนี้ ท่านผู้อ่านบางท่านอาจรู้สึกว่า ก็สนุกดีนี่นา ท้าทาย ได้อัพเดทความรู้ ข่าวสารต่างๆ แถมได้ผลตอบแทนจากการลงทุน ใช่ครับ…ผมก็มีแนวคิดแบบนี้ ถึงเลือกทำอาชีพผู้จัดการกองทุน และน้องที่จบสายบริหารธุรกิจ สายการเงิน สายเศรษฐศาสตร์หลายๆ คนที่ผมสัมภาษณ์งานมา ก็มีอาชีพผู้จัดการกองทุนเป็นอาชีพในฝัน แต่เดี๋ยวก่อน...ในมุมของการหาข้อมูลต่างๆ แบบเพื่อนผมที่เป็นนักลงทุนอิสระ สิ่งที่ต้องแลกมาคือเวลาครับ เพราะข้อมูลที่มีผลต่อการลงทุนมีสารพัดหลากหลายมาก ส่วนการตัดสินใจลงทุน การเลือกหุ้น ก็ต้องแลกมาด้วยความเครียด เพราะทุกการลงทุนมีความเสี่ยง การลงทุนในหุ้นก็มีความผันผวนจากสารพัดข่าวที่จะมากระทบต่อราคา แม้แต่การลงทุนในตราสารหนี้ที่ใครอาจจะมองว่าไม่เสี่ยง ก็มีความเสี่ยงจากเครดิตของผู้ออกตราสาร ซึ่งที่ผ่านมาเพิ่งมีตัวอย่างให้เห็นจากกรณีตั๋วเงินของหลายบริษัทไม่สามารถคืนเงินต้นเมื่อครบกำหนดชำระได้

ทีนี้ ถ้าท่านผู้อ่านมีเงินต้องลงทุนแต่ไม่มีเวลา เพราะมีภาระจากงานประจำ ไหนจะธุระส่วนตัวเรื่องต่างๆ ไหนจะครอบครัว ไม่สามารถติดตามภาวะตลาด ข่าวสารต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ ไม่สามารถตอบคำถามสามสี่ข้อที่ผมจะยกตัวอย่างมานี้ ได้

คำถามที่ว่า คือ

- แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในหนึ่งปีถึงสองปี ข้างหน้า จะไปในทางไหน ขึ้น (เท่าไหร่) ลง หรือทรงๆ

- หุ้นกู้ของบริษัทจดทะเบียนแห่งหนึ่ง ควรซื้อรุ่นอายุ 3 ปี หรือ 7 ปีดี มีปัจจัยเสี่ยงอะไรของบริษัทที่รออยู่ข้างหน้า ทำให้การถือยาว 7 ปี ได้ดอกเบี้ยไม่คุ้มกับความเสี่ยง

- ตลาดหุ้นที่ระดับ 1,580 จุด คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไร (PE ratio) กี่เท่า และเป็นราคาที่เหมาะสม หรือแพงไป และที่ดัชนีระดับไหนน่าเข้าลงทุน

- หุ้นของ XYZ ที่ราคาตลาดปัจจุบัน ควรซื้อเพิ่ม ถือไว้รับปันผล หรือขายทำกำไร ฯลฯ

มีคำตอบไหมครับ...

ถ้าไม่มีคำตอบในใจเลย หรือยังมึนงงกับคำถาม ผมว่าให้ผู้จัดการกองทุนเขาจัดพอร์ตให้ดีกว่า โดยผมขอเสนอทางเลือกของการลงทุนในกองทุนรวมแบบผสม (Balanced Fund) ครับ กองทุนรวมประเภทนี้สามารถลงทุนได้ใน

หลักทรัพย์ทุกประเภท แล้วแต่โครงการของกองทุนจะกำหนดไว้ แต่โดยหลักๆ จะลงทุนในเงินฝาก ตราสารหนี้ และตราสารทุน (ซึ่งก็คือหุ้นนั่นเอง) ข้อกำหนดสำคัญของกองทุนประเภทนี้คือ สัดส่วนของการลงทุนในตราสารทุนจะไม่ต่ำกว่าร้อยละ 35 และไม่เกินกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนรวมแบบผสมเหมาะกับผู้ลงทุนที่ไม่มีเวลาติดตามตลาด และต้องการลงทุนระยะยาว เพราะอะไร? มีคำอธิบายดีๆ ครับ

1.ได้ผสมการลงทุนทั้งตราสารหนี้ และตราสารทุน เพราะการลงทุนทั้งสองตราสารหลักนี้มีข้อดีต่างกัน ตราสารหนี้ช่วยรักษาความมั่นคงของพอร์ตการลงทุน และให้ดอกเบี้ยเพื่อชดเชยการเสื่อมค่าของเงินลงทุนอันเนื่องมาจากอัตราเงินเฟ้อ ในขณะที่ตราสารทุนให้โอกาสเติบโตจากผลกำไรของบริษัทที่เราเลือกลงทุน และอาจได้รับเงินปันผลเพิ่มเติมด้วย

2.ได้รับการ Balance พอร์ตการลงทุนโดยผู้จัดการกองทุน ซึ่งมีความใกล้ชิดกับตลาดมากกว่า โดยในภาวะที่ดัชนีตลาดขึ้นมาสูง ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นลง (แต่จะไม่ต่ำกว่าอัตราที่กำหนด) โดยเลือกลดการลงทุนในหุ้นที่ราคาขึ้นมาสูงจนเกินปัจจัยพื้นฐาน เพื่อที่ในภาวะที่ตลาดมีการปรับลงในระดับที่น่าสนใจจะได้กลับเข้าไปลงทุนใหม่

อย่างไรก็ตาม มีกองทุนรวมผสมอีกประเภทเรียกว่า กองทุนผสมแบบยืดหยุ่น (Flexible Portfolio Fund) โดยทั่วไปก็ลงทุนคล้ายกองทุนรวมผสม แต่เปิดสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนได้ตั้งแต่ 0-100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุน ซึ่งผู้ลงทุนต้องวางใจฝีมือของผู้จัดการกองทุนมาก และต้องยอมรับความผันผวนของผลตอบแทนได้สูงกว่าเช่นกัน หากท่านต้องการผสมการลงทุนระหว่างตราสารหนี้และทุนไว้ตลอดเวลาแต่ต้องการให้ผู้จัดการกองทุนดูแลให้ในกรอบที่กำหนด ผมขอแนะนำการลงทุนในกองทุนรวมแบบ Balanced Fund ครับ ฟันธง! 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท