
เข้าสู่เทศกาล ผลประกอบการ
โดย...จิตรา อมรธรรมFSS ปรับคำแนะนำการลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารขึ้นเป็นมากกว่าตลาด (จากเดิมเท่าตลาด) สะท้อนปัจจัยบวกในระยะข้างหน้าทั้งด้านคุณภาพหนี้ที่มีแนวโน้มดีขึ้นและผ่อนคลายลง การเติบโตของสินเชื่อที่ชัดเจนขึ้นในครึ่งปีหลังตามการลงทุนภาครัฐและความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ คาดว่าสินเชื่อปี 2560 จะเติบโตดีที่สุดในรอบ 4 ปี และอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นจะเป็นเซอร์ไพรส์เชิงบวกต่อกลุ่มธนาคาร กลุ่มธนาคารซื้อขายที่ราคาตามมูลค่าบัญชี (PBV) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากความกังวลต่อคุณภาพหนี้บนสมมติฐานปัจจัยบวกดังกล่าว รวมถึงการคาดการณ์สินเชื่อจะเติบโตดีที่สุดในรอบ 4 ปี และกำไรสุทธิของกลุ่มจะสร้างสถิติใหม่FSS เชื่อว่ากลุ่มธนาคารสมควรจะกลับมาซื้อขายที่ PBV อย่างน้อยเท่าค่าเฉลี่ยในอดีตในช่วงที่สถานการณ์เป็นปกติ เราจึงปรับปรุง PBV ขึ้นให้เท่ากับค่าเฉลี่ยที่แต่ละธนาคารเคยซื้อขายในอดีต ทำให้ราคาเหมาะสมใหม่ของกลุ่มธนาคารมีส่วนต่างจากราคาตลาดปัจจุบันราว 20-30% สำหรับหุ้นเด่นในกลุ่มนี้ FSS ยังคงชอบบริษัท ทิสโก้ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (TISCO) และธนาคารกสิกรไทย (KBANK)ปรับราคาขึ้นปัจจุบันกลุ่มแบงก์ที่อยู่ในการวิเคราะห์ซื้อขายที่ PBV
โดย...จิตรา อมรธรรม
FSS ปรับคำแนะนำการลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารขึ้นเป็นมากกว่าตลาด (จากเดิมเท่าตลาด) สะท้อนปัจจัยบวกในระยะข้างหน้าทั้งด้านคุณภาพหนี้ที่มีแนวโน้มดีขึ้นและผ่อนคลายลง การเติบโตของสินเชื่อที่ชัดเจนขึ้นในครึ่งปีหลังตามการลงทุนภาครัฐและความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ คาดว่าสินเชื่อปี 2560 จะเติบโตดีที่สุดในรอบ 4 ปี และอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นจะเป็นเซอร์ไพรส์เชิงบวกต่อกลุ่มธนาคาร กลุ่มธนาคารซื้อขายที่ราคาตามมูลค่าบัญชี (PBV) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากความกังวลต่อคุณภาพหนี้บนสมมติฐานปัจจัยบวกดังกล่าว รวมถึงการคาดการณ์สินเชื่อจะเติบโตดีที่สุดในรอบ 4 ปี และกำไรสุทธิของกลุ่มจะสร้างสถิติใหม่
FSS เชื่อว่ากลุ่มธนาคารสมควรจะกลับมาซื้อขายที่ PBV อย่างน้อยเท่าค่าเฉลี่ยในอดีตในช่วงที่สถานการณ์เป็นปกติ เราจึงปรับปรุง PBV ขึ้นให้เท่ากับค่าเฉลี่ยที่แต่ละธนาคารเคยซื้อขายในอดีต ทำให้ราคาเหมาะสมใหม่ของกลุ่มธนาคารมีส่วนต่างจากราคาตลาดปัจจุบันราว 20-30% สำหรับหุ้นเด่นในกลุ่มนี้ FSS ยังคงชอบบริษัท ทิสโก้ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (TISCO) และธนาคารกสิกรไทย (KBANK)
ปรับราคาขึ้น
ปัจจุบันกลุ่มแบงก์ที่อยู่ในการวิเคราะห์ซื้อขายที่ PBV ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอยู่ -1 Standard deviation ซึ่งเป็นเช่นนี้ตั้งแต่ปี 2558 จากความกังวลต่อคุณภาพหนี้ ทำให้มูลค่าซื้อขายในราคาส่วนลดกว่าปกติ ขณะที่เราคาดว่าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) แม้จะยังปรับขึ้นแต่อัตราเร่งชะลอตัวลง และน่าจะเห็นจุดสูงสุดในไตรมาส 2 หลังจากนั้นจะเริ่มบรรเทาลง ความกังวลต่อคุณภาพหนี้ จึงน่าจะคลี่คลายลงในช่วงครึ่งปีหลัง ดังนั้น ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารน่าจะถูกยกระดับไปซื้อขายที่อย่างน้อยเท่ากับค่าเฉลี่ยในอดีต โดยค่าสถิติ PBV ในอดีต (ตั้งแต่หลังซับไพรม์ปี 2553) อยู่ที่ 1.5 เท่า สูงกว่าปัจจุบันอยู่ที่ 1.1 เท่า หมายความว่าราคาหุ้นในตลาดที่หลายตัวทำสถิติสูงสุดในรอบ 2 ปี ยังมีพื้นที่ในการปรับขึ้นอีก
มีปัจจัยบวก
ในช่วงที่เหลือของปี กลุ่มธนาคารมีปัจจัยบวกรออยู่มากกว่าปัจจัยเชิงลบ อาทิ คุณภาพหนี้ที่มีแนวโน้มดีขึ้นและผ่อนคลายลง การเติบโตของสินเชื่อที่ชัดเจนขึ้นในครึ่งปีหลังตามการลงทุนภาครัฐและความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ เราคาดว่าสินเชื่อปี 2560 จะเติบโตดีที่สุดในรอบ 4 ปี และอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นจะเป็นเซอร์ไพรส์เชิงบวกต่อกลุ่มธนาคารในระยะถัดไป
เพิ่มน้ำหนัก
FSS คาดกำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารในปีนี้จะเพิ่มขึ้น 4.5% เป็น 2.09 แสนล้านบาท สร้างสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง เราจึงปรับน้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มธนาคารจากเท่าตลาด เป็นมากกว่าตลาดและปรับราคาเหมาะสมของกลุ่มธนาคารขึ้น โดยการปรับปรุง PBV ทำให้ราคาเหมาะสมของธนาคารกรุงเทพ (BBL) เพิ่มจากเดิม 210 บาท เป็น 230 บาท KBANK เพิ่มจากเดิม 202 บาท เป็น 240 บาท ธนาคารกรุงไทย (KTB) เพิ่มจากเดิม 22 บาท เป็น 24 บาท ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เพิ่มจากเดิม 174 บาท เป็น 195 บาท ธนาคารทหารไทย (TMB) เพิ่มจากเดิม 2.50 บาท เป็น 2.80 บาท TISCO เพิ่มจากเดิม 72 บาท เป็น 78 บาท และบริษัททุนธนชาต (TCAP) เพิ่มจากเดิม 50 บาท เป็น 51 บาท มีสองธนาคารที่เราคงราคาเหมาะสมตามเดิมคือธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ที่ 42 บาท และธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) ที่ 71 บาท
แนะนำ TISCO-KBANK
เลือก TISCO เป็นหุ้นแนะนำของกลุ่ม เพราะแนวโน้มการเติบโตของกำไรดีกว่ากลุ่มรับอานิสงส์ที่จะได้จากการซื้อธุรกิจรายย่อยจากธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ซึ่งจะเห็นผลตั้งแต่ครึ่งปีหลังของปีนี้เป็นต้นไป และคาดว่าจะทำให้อัตราการจ่ายเงินปันผลดีขึ้นในครั้งถัดไป ขณะที่คาดการณ์ตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นจะดีที่สุดในกลุ่มที่ 17% และยังเลือก KBANK เป็นหุ้นแนะนำจากการเป็นผู้ได้รับประโยชน์ที่สุดจากการเติบโตของสินเชื่อ (เนื่องจาก KBANK เป็นธนาคารที่มีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสูงสุดในกลุ่มธนาคารใหญ่) และได้ประโยชน์ที่สุดจากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น (โครงสร้างสินเชื่อ 70% เป็นสินเชื่อภาคธุรกิจใกล้เคียงกับ BBL)







