
เอเชียครองโลก
เอดีบีชี้จีดีพีภูมิภาคคลุม 60% อาเซียนโตพุ่ง
เอดีบีชี้จีดีพีภูมิภาคคลุม 60% อาเซียนโตพุ่ง
เอดีบี เผยเอเชียครองสัดส่วนเศรษฐกิจกว่า 60% ของโลก คาดปีนี้จีดีพีแซงสหรัฐ 3 เท่าตัว ด้านอาเซียนยังเด่นปีหน้าโต 5%
นายยาสุยูกิ ซาวาดะ หัวหน้านักวิเคราะห์เศรษฐกิจธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เปิดเผยว่า เอดีบี มองว่าในปีนี้ภูมิภาคเอเชีย จะครองสัดส่วนเศรษฐกิจของโลกไว้มากถึง 2 ใน 3 หรือราว 60% ของมูลค่าการเติบโตทางเศรษฐกิจในภาพรวม อีกทั้งยังคาดว่าการเติบโตของจีดีพีในเอเชียแปซิฟิกในปี 2560 จะมากถึง 5.8% หรือมากกว่าเกือบ 3 เท่าเมื่อเทียบกับประเทศสหรัฐ และทวีปยุโรปที่เติบโตเฉลี่ยราว 2%
สำหรับการคาดการณ์ดังกล่าว มาจากงานวิจัยเอดีบีชิ้นล่าสุด ระบุว่าสภาวะเศรษฐกิจทวีปเอเชียในปี 2560 ยังมีความแข็งเเกร่งอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยหนุนด้านเม็ดเงินลงทุนที่ไหลเข้ามากระตุ้นภาคอุตสาหกรรมในประเทศที่กำลังพัฒนา ร่วมกับแนวโน้มของอุปสงค์ (ดีมานด์) ภายนอกประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“จากแนวโน้มดังกล่าวส่งผลให้อุตสาหกรรมหลัก อย่างการผลิตและการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ ได้รับอานิสงส์สนับสนุนการเติบโตในระยะยาว อีกทั้งยังมีการเติบโตด้านการใช้จ่ายด้านการบริโภคในประเทศที่มีศักยภาพด้านประชากรอย่างอินเดียและจีน” นายยาสุกิ กล่าว
ขณะที่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน พบว่าภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้ ยังมีปัจจัยหนุนที่แข็งแกร่งจึงคาดว่าตัวเลขการเติบโตเศรษฐกิจภายในภูมิภาค หรือจีดีพี จะสามารถขยายตัวได้ราว 4.8% และพุ่งทะลุ 5% ในปี 2561 จากการฟื้นตัวของราคาอาหารและน้ำมันรวมถึงความชัดเจนด้านทิศทางการลงทุนที่เพิ่มมากขึ้น โดยกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพเติบโตจากปัจจัยดังกล่าว ได้แก่ กลุ่มประเทศผู้ผลิตอย่าง เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
สำหรับภูมิภาคเอเชียใต้ มีแนวโน้มเศรษฐกิจเติบโตรวดเร็วที่สุดในปีนี้ ด้วยศักยภาพการขยายตัวของจีดีพี ที่ต่ำกว่า 7% โดยเฉพาะแรงหนุนจากประเทศอินเดีย ที่คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวราว 7.4% ในปีนี้และเพิ่มเป็น 7.6% ในปี 2561
อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มประเทศเอเชียกลาง พบว่ามีแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจน้อยที่สุด โดยคาดว่าในปีนี้จีดีพีจะโตไม่เกิน 3% จากปัญหาการแกว่งตัวของราคาสินค้าอุปโภคบริโภคของตลาดโลก และภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงมากในช่วงที่ผ่านมา
นอกจากนี้ เอดีบียังมองว่าอุปสรรคของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนั้น ต้องเร่งแก้ไขตัวเลขหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นภาระใหญ่ของรัฐบาลแต่ละประเทศ อีกทั้งอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ ที่ปรับตัวสูงมากขึ้นยังสุ่มเสี่ยงที่กระแสเงินทุน (ฟันด์ โฟลว์) จะไหลออกนอกภูมิภาคเอเชียในอนาคตอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ในช่วงก่อนหน้านี้ เอดีบียังได้คาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวที่ 3.5% จากคาดการณ์ปีก่อนหน้า โดยระบุว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย จะเป็นปัจจัยหลักหนุนการขยายตัว ขณะที่การท่องเที่ยวและการบริโภคมีแนวโน้มปรับตัวแข็งแกร่ง
ทั้งนี้ ไทยได้เริ่มแผนไทยแลนด์ 4.0 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่าน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การเปลี่ยนโฉมภาคเกษตรกรรม ปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรม และยกระดับภาคบริการ แต่เอดีบีเตือนว่าไทยยังเจอความท้าทายเรื่องการพัฒนาภาคบริการ เนื่องจากยังขาดแคลนแรงงานมีทักษะ พร้อมแนะนำให้ภาครัฐพัฒนาด้านการศึกษาและการฝึกอาชีพให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และตรงความต้องการของตลาดมากขึ้นด้วย







