
เมื่อทุกฝ่ายขับเคลื่อน การทำให้ SME เข้าถึงแหล่งทุน
โดย...สุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ เครดิตบูโรเป็นที่ยอมรับกันในตัวเลขที่ว่ากลุ่มธุรกิจ อุตสาหกรรม SME เป็นกลุ่มที่ก่อให้เกิดการจ้างงานสูงมากคิดเป็นประมาณ 80% ของการจ้างงานทั้งระบบ ด้วยเหตุที่มี SME ในระบบของประเทศไทยจำนวนมากถึง 2.8 ล้านราย คิดเป็นประมาณ 99% ของผู้ประกอบการในประเทศไทยทั้งหมดการขับเคลื่อนให้ SME มีบทบาทมากขึ้นอย่างมีพลัง มีการต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ ไปสู่นวัตกรรมการผลิต การค้า และบริการ จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของภาคทางการ ประเด็นปัญหาใหญ่คือ จะทำอย่างไรให้ SME เหล่านั้นเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการส่งเสริมให้ SME สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างทั่วถึงคำตอบใหญ่ๆ น่าจะมีดังนี้ครับ (1) คนให้กู้กับ SME ต้องมีฐานข้อมูลในหลากหลายมิติที่จะสามารถบริหารความเสี่ยงได้ การจัดทำฐานข้อมูล SME ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังทำอยู่โดยการให้ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจจัดส่งข้อมูลเข้ามา และ ธปท.จะรวบรวมเพื่อส่งกลับไปให้สถาบันการเงินภายใต้การกำกับได้ใช้เป็นเกณฑ์ประกอบในการพิจารณาให้สินเชื่อกับ SME ดังที่ท่านรองผู้ว่าการ ธปท.ได้กล่าวไว้ว่า“ข้อมูลที่ได้มาสามารถทำเป็นข้อมูลได้ 1,200 กลุ่มธุรกิ
โดย...สุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ เครดิตบูโร
เป็นที่ยอมรับกันในตัวเลขที่ว่ากลุ่มธุรกิจ อุตสาหกรรม SME เป็นกลุ่มที่ก่อให้เกิดการจ้างงานสูงมากคิดเป็นประมาณ 80% ของการจ้างงานทั้งระบบ ด้วยเหตุที่มี SME ในระบบของประเทศไทยจำนวนมากถึง 2.8 ล้านราย คิดเป็นประมาณ 99% ของผู้ประกอบการในประเทศไทยทั้งหมด
การขับเคลื่อนให้ SME มีบทบาทมากขึ้นอย่างมีพลัง มีการต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ ไปสู่นวัตกรรมการผลิต การค้า และบริการ จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของภาคทางการ ประเด็นปัญหาใหญ่คือ จะทำอย่างไรให้ SME เหล่านั้นเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการส่งเสริมให้ SME สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างทั่วถึงคำตอบใหญ่ๆ น่าจะมีดังนี้ครับ
(1) คนให้กู้กับ SME ต้องมีฐานข้อมูลในหลากหลายมิติที่จะสามารถบริหารความเสี่ยงได้ การจัดทำฐานข้อมูล SME ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังทำอยู่โดยการให้ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจจัดส่งข้อมูลเข้ามา และ ธปท.จะรวบรวมเพื่อส่งกลับไปให้สถาบันการเงินภายใต้การกำกับได้ใช้เป็นเกณฑ์ประกอบในการพิจารณาให้สินเชื่อกับ SME ดังที่ท่านรองผู้ว่าการ ธปท.ได้กล่าวไว้ว่า
“ข้อมูลที่ได้มาสามารถทำเป็นข้อมูลได้ 1,200 กลุ่มธุรกิจที่จะสามารถนำไปใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของการกระจายตัวลูกหนี้ในแต่ละจังหวัด หรือหลักประกันในการขอสินเชื่อ และแยกออกเป็นรายอุตสาหกรรม เพื่อให้สถาบันการเงิน ได้มีฐานข้อมูลกลางโดยได้เริ่มทยอยส่งข้อมูลกลับไปให้สถาบันการเงินเรียบร้อยแล้ว” ฐานข้อมูลกลางนี้จะมีข้อมูลจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจผนวกเข้ามาในระยะต่อไปและจะดำเนินการส่งกลับไปได้ในต้นปี 2561
(2) ฐานข้อมูลหลักประกันทางธุรกิจ ตามกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ จะมีความสมบูรณ์ และทวีความสำคัญมากขึ้น เพราะ SME จะสามารถนำหลักประกันอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจมาเป็นหลักประกันในการกู้ยืมได้ เช่น อสังหาริมทรัพย์ สังหาริมทรัพย์ เครื่องจักร และสินค้าคงคลัง ทรัพย์สินทางปัญญา หรือแม้แต่ตัวกิจการเอง เป็นต้น โดยจากข้อมูลล่าสุดได้มี SME เข้าไปจดทะเบียนตามกฎหมาย หลักประกันธุรกิจแล้ว 1.18 แสนคำขอ มูลค่าหลักทรัพย์ประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือน ก.พ. 2560 (บัญชีเงินฝากที่ใช้เป็นหลักประกันมากจะมีสัดส่วนมากที่สุด 57% รองลงมาเป็นสังหาริมทรัพย์ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ เช่น วัตถุดิบ เครื่องจักร 22%)
(3) ในฝั่งของกลไกการให้กู้คือ SME Development bank หรือ ธพว.ก็ได้จัดสินเชื่อวงเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น
3.1 โครงการ SME Transformation loan วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท ปล่อยกู้ได้ไม่เกิน 15 ล้านบาท/ราย คิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกลุ่มที่เป็นผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ และนวัตกรรม ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพขยายธุรกิจเข้าสู่ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือขยายธุรกิจไปต่างประเทศ และกลุ่มผู้ประกอบการที่ประสบปัญหาสภาพคล่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
3.2 กองทุนพัฒนา SME ตามแนวประชารัฐ วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท สามารถกู้ได้สูงสุด 10 ล้านบาท/ราย คิดอัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา ระยะเวลาชำระคืน 7 ปี โดย 3 ปีแรกไม่ต้องจ่าย และไม่ต้องมีหลักประกัน ซึ่งผู้ยื่นขอสินเชื่อจะมีคณะทำงานของแต่ละจังหวัดเป็นผู้พิจารณาคิดเลือก มีวงเงินเฉลี่ยจังหวัดละ 200-300 ล้านบาท เช่น กลุ่มเกษตร อาหารแปรรูป แหล่งท่องเที่ยว กลุ่มสตาร์ทอัพ คาดว่าจะเริ่มเปิดยื่นขอสินเชื่อ ได้หลังสงกรานต์นี้ SME Development bank คาดว่า ทั้ง 2 โครงการ จะช่วยเหลือ SME ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน ได้ 9,000 ราย ทำให้เกิดการจ้างงานไม่น้อยกว่า 7.2 หมื่นราย เกิดเงินหมุนเวียนในระบบ เศรษฐกิจกว่า 1.5 แสนล้านบาท
(4) ในฝั่งของตัว SME เองก็ต้องเลิกการมีบัญชีหลายเล่ม อย่างที่ใครๆ เขาไปศึกษาแล้วพบว่า SME จะมีบัญชี ข้อมูลทางการเงินประมาณ 4 เล่ม
...เล่มแรกให้แบงก์เจ้าหนี้ดู
เล่มสองให้สรรพากรดู
เล่มสามให้ตัวเองเอาไว้ดู
เล่มสี่เอาไว้ให้ภรรยาดู...
SME ท่านควรต้องมีบัญชีเดียว นอกเหนือจากการเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน การตลาด การปรับเปลี่ยน เปลี่ยนแปลง เพิ่มพูน เหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยยกระดับ SME ไทยให้ไปสู่ฝั่งฝัน ถ้าทำได้หมด...ก็สดชื่นครับ







