
เอกชนสหรัฐสนลงทุนอีอีซี
เอกชนสหรัฐ 700 รายสนใจลงทุนอีอีซี มุ่งยานยนต์ คอมพิวเตอร์ การบิน ส่วนกฎเข้มห้ามนั่งแค็บ ไม่กระทบขยายลงทุนรถกระบะ
เอกชนสหรัฐ 700 รายสนใจลงทุนอีอีซี มุ่งยานยนต์ คอมพิวเตอร์ การบิน ส่วนกฎเข้มห้ามนั่งแค็บ ไม่กระทบขยายลงทุนรถกระบะ
นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาห กรรม เปิดเผยภายหลัง นายเจฟฟรีย์ ดี.ไนการ์ด ประธานหอการค้าสหรัฐ อเมริกา นำคณะนักลงทุนสหรัฐเข้าหารือว่านักลงทุนสหรัฐที่อยู่ในไทยกว่า 700 บริษัท ซึ่งมีมูลค่าการค้าและการลงทุนรวมประมาณ 4 หมื่นล้านบาท มีความสนใจลงทุนในพื้นที่โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรรมการบิน อุตสาหกรรมเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ ซึ่งได้เข้ามาสอบถามรายละเอียดถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งได้สอบถามเรื่องการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย 4.0 ด้วย
"สำหรับเรื่องกฎหมายควบคุมการโดยสารรถกระบะโดยเฉพาะการนั่งแค็บ เชื่อว่าผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์เข้าใจในเรื่องนี้ดี จะส่งผลดีต่อความปลอดภัยของประชาชน ส่วนผู้ประกอบการยังมีความเชื่อมั่นในการผลิตรถกระบะต่อไป ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องเรียกผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์มาหารือทำความเข้าใจแต่อย่างใด" นายอุตตม กล่าว
ทั้งนี้ หอการค้าสหรัฐยังสนใจเข้าร่วมเป็นหนึ่งในคณะทำงานประชารัฐของรัฐบาล ซึ่งตนได้แจ้งว่าจะให้มาเข้าร่วมในคณะที่ตนร่วมทำงาน เช่น คณะทำงานด้านการยกระดับนวัตกรรมและผลิตภาพ คณะทำงานด้านการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและวิสาหกิจเริ่มต้น (เอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ) จากที่ก่อนหน้านี้มีคณะทำงานของหอการค้าญี่ปุ่นแล้ว
สำหรับความคืบหน้า 3 กองทุนที่จะช่วยพัฒนาเอสเอ็มอีวงเงินรวม 3.7 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวทางประชารัฐ 2 หมื่นล้านบาท กองทุนฟื้นฟูเอสเอ็มอีของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) วงเงิน 2,000 ล้านบาท และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ขณะนี้อยู่ระหว่างเปิดรับสมัครและพิจารณาปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี คาดว่าเริ่มปล่อยได้ภายในเดือน พ.ค.นี้ ซึ่งจะช่วยพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการ ผู้จัดการเอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่า เงื่อนไขสินเชื่อเอสเอ็มอีแบงก์วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถกู้ได้สูงสุด 15 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-3 อยู่ที่ 3% เชื่อว่าช่วยเหลือ ผู้ประกอบการได้ไม่ต่ำกว่า 3,000 ราย ช่วยให้เกิดการจ้างงานต่อเนื่องถึง 2.4 หมื่นคน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบได้ไม่ต่ำกว่า 6.87 หมื่นล้านบาท เบื้องต้นคาดว่าปล่อยสินเชื่อดังกล่าวได้หมด
รายงานข่าวจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า กนอ.เตรียมพื้นที่ใหม่เพื่อรองรับนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่อีอีซีจำนวน 1 หมื่นไร่ วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท โดยหลักการ กนอ.จะเชิญชวนเอกชนเข้าร่วมพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากได้กำหนดให้เป็นนิคมฯ ร่วมพัฒนาระหว่าง กนอ.กับภาคเอกชน คิดเป็นสัดส่วน 50-70% โดยโครงการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเตรียมพื้นที่รองรับการลงทุนในพื้นที่อีอีซี จำนวนรวมทั้งสิ้น 5 หมื่นไร่ ซึ่งปัจจุบัน 4 หมื่นไร่ที่เหลือ แบ่งเป็นโครงการที่มีการพัฒนาแล้ว 1.5 หมื่นไร่ อยู่ระหว่างการพัฒนา 1.5 หมื่นไร่ และพัฒนาในรูปแบบสวนอุตสาหกรรมและเขตอุตสาหกรรม 1 หมื่นไร่
ด้านภาพรวมการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2560 (ต.ค. 2559-ก.พ. 2560) ล่าสุดมียอดขายพื้นที่แล้ว 49% ของเป้าหมายพื้นที่รวมที่ กนอ.ตั้งเป้าไว้ทั้งปีงบประมาณที่ 3,000 ไร่ โดยมั่นใจว่าทั้งปีจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยยอดขายพื้นที่ 5 เดือนแรกของปีงบประมาณพบว่า 80-90% หรือราว 1,420 ไร่ ของพื้นที่เป็นการลงทุนในพื้นที่อีอีซี







