posttoday
เวียดนามขึ้นสู่ฐานผลิตเต็มตัว

เวียดนามขึ้นสู่ฐานผลิตเต็มตัว

07 เมษายน 2560

บีโอไอ ชี้เวียดนามเปลี่ยนผ่านสู่ฐานการผลิตเต็มตัว แนะไทยปรับสู่อุตสาหกรรม เพิ่มมูลค่าเจาะตลาดเพื่อนบ้านนายอรรจน์สิทธิ สร้อยทอง ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนานักลงทุนไทยในต่างประเทศ และผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการลงทุนไทยในประเทศตลาดใหม่ ประจำกองส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ในปัจจุบันเวียดนามกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ประเทศฐานการผลิตเต็มตัว คล้ายกับไทยในอดีต จากปัจจัยด้านแรงงานและค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้เวียดนามเป็นได้ทั้งประเทศคู่ค้าและคู่แข่งของไทยขณะที่ไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาห กรรมเพิ่มมูลค่าเพื่อแข่งขันด้านคุณภาพและความเชี่ยวชาญ จากอุตสาหกรรมการผลิตเดิมที่มีมูลค่าเพิ่มน้อย รวมถึงปัจจัยการผลิตที่ไทยไม่สามารถสู้ได้ นักลงทุนจึงต้องหาแหล่งผลิตที่มีต้นทุนต่ำ ดังนั้นไทยต้องปรับตัวสู่อุตสาหกรรมไทยแลนด์ 4.0 เพื่อออกจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง โดยเปลี่ยนแปลงไปสู่การผลิตทักษะสูง และใช้เทคโนโลยีขั้นสูงทั้งนี้ ในช่วงเดือน ม.ค. 2553-เม.ย. 2559 มีนักลงทุนชาวไทยเข้าไปลงทุนในกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) มูลค่ารวมกว่า 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แบ่งเป็นลงทุนใน

บีโอไอ ชี้เวียดนามเปลี่ยนผ่านสู่ฐานการผลิตเต็มตัว แนะไทยปรับสู่อุตสาหกรรม เพิ่มมูลค่าเจาะตลาดเพื่อนบ้าน

นายอรรจน์สิทธิ สร้อยทอง ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนานักลงทุนไทยในต่างประเทศ และผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการลงทุนไทยในประเทศตลาดใหม่ ประจำกองส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ในปัจจุบันเวียดนามกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ประเทศฐานการผลิตเต็มตัว คล้ายกับไทยในอดีต จากปัจจัยด้านแรงงานและค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้เวียดนามเป็นได้ทั้งประเทศคู่ค้าและคู่แข่งของไทย

ขณะที่ไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาห กรรมเพิ่มมูลค่าเพื่อแข่งขันด้านคุณภาพและความเชี่ยวชาญ จากอุตสาหกรรมการผลิตเดิมที่มีมูลค่าเพิ่มน้อย รวมถึงปัจจัยการผลิตที่ไทยไม่สามารถสู้ได้ นักลงทุนจึงต้องหาแหล่งผลิตที่มีต้นทุนต่ำ ดังนั้นไทยต้องปรับตัวสู่อุตสาหกรรมไทยแลนด์ 4.0 เพื่อออกจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง โดยเปลี่ยนแปลงไปสู่การผลิตทักษะสูง และใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

ทั้งนี้ ในช่วงเดือน ม.ค. 2553-เม.ย. 2559 มีนักลงทุนชาวไทยเข้าไปลงทุนในกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) มูลค่ารวมกว่า 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แบ่งเป็นลงทุนในเมียนมา 8,300 ล้านเหรียญสหรัฐ จาก 45 บริษัท ในเวียดนามมูลค่า 3,700 ล้านเหรียญสหรัฐ จาก 36 บริษัท ในลาวมูลค่า 2,900 ล้านเหรียญสหรัฐ จาก 21 บริษัท และกัมพูชามูลค่า 900 ล้านเหรียญสหรัฐ จาก 21 บริษัท

ขณะที่การลงทุนหลักอยู่ในเมียนมาและเวียดนาม โดยเมียนมาจะเป็นด้านพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ ส่วนเวียดนามเป็นการเข้าไปลงทุนด้านอสังหา ริมทรัพย์ ขณะที่กัมพูชาเป็นการลงทุน
ในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน วัตถุดิบ และอุตสาหกรรมอาหาร และลาวเป็นการลงทุนในกลุ่มพลังงานและอสังหาริมทรัพย์ โดยนอกเหนือจากการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมรายใหญ่

นอกจากนี้ เอสเอ็มอีไทยยังมีโอกาสเข้าลงทุนในซีแอลเอ็มวี โดยกัมพูชาและเมียนมาเป็นตลาดที่น่าสนใจด้วย กัมพูชามีสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เอื้ออำนวยต่อนักลงทุนต่างชาติ เช่น การถือหุ้นของนักธุรกิจต่างชาติมีสัดส่วนสูงกว่าประเทศอื่น แต่ควรระวังต้นทุนการขนส่งที่สูงกว่าไทย 3 เท่า ส่วนเมียนมาผู้บริโภคมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท