
เร่งนิคมอุตฯเป้าหมายอีอีซี
กนอ.จ่อเอ็มโอยู ส.อ.ท.ตั้งนิคมอุตสาหกรรมเป้าหมายและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องในพื้นที่อีอีซี หนุนผู้ประกอบการรวมตัว
กนอ.จ่อเอ็มโอยู ส.อ.ท.ตั้งนิคมอุตสาหกรรมเป้าหมายและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องในพื้นที่อีอีซี หนุนผู้ประกอบการรวมตัว
นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 11 เม.ย.นี้ กนอ.จะลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อร่วมมือกันหาแนวทางจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเป้าหมาย (เอสเคิร์ฟ) และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง โดยเฉพาะการมุ่งเน้นคลัสเตอร์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) คาดว่าจะมีพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่
ทั้งนี้ ในการศึกษาพื้นที่รองรับการก่อสร้างนิคม คาดว่าจะใช้เวลาระยะหนึ่งเพื่อที่จะสรุปว่าในพื้นที่จะมีการพัฒนาอย่างไรที่จะตอบสนองการลงทุน และเป้าหมายของการตอบโจทย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมจะเป็นอย่างไร ซึ่งใน ที่นี้คงจะมองในเรื่องของอุตสาหกรรม เป้าหมายเชื่อมโยง เช่น ยานยนต์แห่งอนาคต โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ชิ้นส่วนต่างๆ รวมไปถึงแบตเตอรี่ เป็นต้น
สำหรับภาพรวมการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม 5 เดือนแรก ปีงบประมาณ 2560 (ต.ค. 2559-ก.พ. 2560) ล่าสุดมียอดขายพื้นที่แล้ว 1,476 ไร่ คิดเป็น 49% ของเป้าหมายพื้นที่รวมที่ กนอ.ตั้งเป้าไว้ทั้งปีงบประมาณที่ 3,000 ไร่ โดยมั่นใจว่าทั้งปีจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
"ยอดขายพื้นที่ 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2560 พบว่า 80-90% หรือราว 1,420 ไร่ของพื้นที่ เป็นการลงทุนในพื้นที่อีอีซี และการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายเป็นส่วนใหญ่ โดยอันดับแรกที่ลงทุนมากสุดคือ โลจิสติกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน เป็นต้น" นายวีรพงศ์ กล่าว
นายวีรพงศ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามคาดว่าแนวโน้มการลงทุนครึ่งปีหลังจะเพิ่มขึ้นและความเชื่อมั่นนักลงทุนก็เริ่มดีขึ้นมาก หลังจากที่รัฐบาลประกาศเรื่องของอีอีซีทำให้มีนักลงทุนเข้ามาหารือกับ กนอ.มากขึ้น เพราะมีความสนใจในพื้นที่นิคม โดยเฉพาะนักลงทุนที่อยู่ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายด้วย
รายงานข่าวจากบีโอไอ ชี้แจงว่า นอกจากนี้ ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ได้ลงนามในประกาศคณะกรรมการ ส่งเสริมการลงทุน เรื่องมาตรการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุนของกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูงในพื้นที่อีอีซี ก่อนที่ร่างพระราชบัญญัติพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จะมีผลบังคับใช้จะช่วยผลักดันให้เกิดการลงทุนในพื้นที่อีอีซีเร็วขึ้น
ทั้งนี้ โครงการลงทุนที่ต้องการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ 3 จังหวัดอีอีซี คือ จ.ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา สามารถยื่นขอรับส่งเสริมจากบีโอไอได้แล้ว โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากเกณฑ์ปกติ คือลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% เป็นเวลา 5 ปี นับจากสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสิ้นสุดลง โดยต้องยื่นขอรับการส่งเสริมภายในปี 2560







